ทรัมป์ชี้ เอ็กซอนโมบิล-เชฟรอน ทำเงินมากเกินไป จี้คืนกำไรช่วยประชาชน

เชื่อว่าหลายคนคงกำลังจับตามองสถานการณ์พลังงานโลกที่ผันผวนอยู่ในขณะนี้ ล่าสุดเกิดกระแสฮือฮาเมื่ออดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมพลังงานอย่างดุเดือด โดยเขาระบุว่า ทรัมป์ชี้ “เอ็กซอนโมบิล-เชฟรอน” ทำเงินมากเกินไป จี้คืนกำไรช่วยประชาชน ท่ามกลางภาวะราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นซึ่งส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของชาวอเมริกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ทรัมป์ชี้ “เอ็กซอนโมบิล-เชฟรอน” ทำเงินมากเกินไป จี้คืนกำไรช่วยประชาชน

การออกมาเคลื่อนไหวของทรัมป์ในครั้งนี้ถือว่าน่าสนใจมาก เพราะปกติแล้วเขามักจะสนับสนุนอุตสาหกรรมพลังงานแบบเต็มตัว แต่การที่ ทรัมป์ชี้ “เอ็กซอนโมบิล-เชฟรอน” ทำเงินมากเกินไป จี้คืนกำไรช่วยประชาชน ในช่วงเวลาที่ใกล้กับการเลือกตั้งนั้น ทำให้หลายฝ่ายมองว่าเป็นกลยุทธ์เพื่อรักษาฐานเสียงและลดความกดดันจากปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้น

มุมมองต่อกำไรมหาศาลของบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่

นอกจากกระแสข่าวเรื่องการเมืองแล้ว สิ่งที่ต้องพิจารณาคือตัวเลขผลประกอบการของบริษัทเหล่านี้ ตัวอย่างเช่น:

  • วาเลโร เอนเนอร์จี ทำกำไรรายไตรมาสได้สูงที่สุดนับตั้งแต่วิกฤติปี 2565
  • เชฟรอนทำกำไรได้สูงสุดในรอบกว่า 6 ปี ท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

อย่างไรก็ตาม สมาคมปิโตรเลียมอเมริกันได้ออกมาโต้แย้งว่า ราคาที่สูงขึ้นเป็นผลมาจากกลไกตลาดโลกและอุปสงค์อุปทาน ไม่ใช่ความผิดของบริษัทใดบริษัทหนึ่งเท่านั้น การที่ทรัมป์พยายามกดดันผู้ผลิตให้ควบคุมราคาขายปลีกจึงกลายเป็นประเด็นถกเถียงอย่างมากในวงการพลังงาน

บทเรียนจากเหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าในโลกของเศรษฐกิจ พลังงานไม่ใช่แค่เรื่องของธุรกิจ แต่เป็นเรื่องของการเมืองและปากท้องของประชาชนที่ไม่อาจแยกออกจากกันได้ ในฐานะผู้บริโภค เราคงต้องติดตามต่อไปว่าการเรียกร้องให้ยักษ์ใหญ่คืนกำไรจะเกิดขึ้นจริง หรือจะเป็นเพียงคำปราศรัยก่อนการเลือกตั้งเท่านั้นครับ

ที่มา – ทรัมป์ชี้ “เอ็กซอนโมบิล-เชฟรอน” ทำเงินมากเกินไป จี้คืนกำไรช่วยประชาชน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *