ทรัมป์พร้อมพบปูติน ยันไม่จำเป็นต้องเจอเซเลนสกี

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า เขามีแผนที่จะพบหารือกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย “ภายในอีกไม่กี่วันข้างหน้า” โดยจะมีการกำหนด “เส้นตาย” ที่ทรัมป์ต้องการให้อีกฝ่ายยุติสงครามในยูเครน อย่างไรก็ตาม ทรัมป์กล่าวว่า “เรื่องนั้นขึ้นอยู่กับปูติน” และเขา “จะรอฟังและรอดูท่าทีของผู้นำรัสเซียในเรื่องนี้ก่อน”

ที่น่าสนใจคือ ทรัมป์แสดงความพร้อมที่จะพบหารือกับปูติน แม้ว่าผู้นำรัสเซียไม่ได้พบหารือกับประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน โดยทรัมป์กล่าวว่า “ไม่จำเป็น” ที่ผู้นำรัสเซียต้องเจอกับผู้นำยูเครน ในขณะที่เซเลนสกียังคงยืนกรานว่า ตนเอง “ต้องมีส่วนร่วม” ในการพบกันระหว่างทรัมป์กับปูตินในครั้งนี้ สถานการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับอนาคตของการเจรจาสันติภาพ

ทรัมป์พร้อมพบปูติน ยันไม่จำเป็นต้องเจอเซเลนสกี

หากการพบหารือระหว่างทรัมป์กับปูตินเกิดขึ้นจริง จะเป็นครั้งแรกที่ผู้นำสหรัฐในตำแหน่งได้พบหน้ากับผู้นำรัสเซีย นับตั้งแต่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน และผู้นำรัสเซีย ประชุมร่วมกันที่เมืองเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อปี 2564 ส่วนทรัมป์พบหน้ากับปูตินครั้งล่าสุด ระหว่างการประชุมกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ 20 แห่ง หรือ จี20 ที่เมืองโอซากาของญี่ปุ่น เมื่อปี 2562 การกลับมาพบกันอีกครั้งของสองผู้นำโลกจึงเป็นที่จับตามองอย่างยิ่ง

ด้านนายยูริ อูชาคอฟ ที่ปรึกษาด้านนโยบายต่างประเทศของผู้นำรัสเซีย กล่าวว่า การพบหารือระหว่างทรัมป์กับปูตินจะเกิดขึ้น “ในสัปดาห์หน้า” โดยผู้นำรัสเซียมองว่า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เป็นสถานที่น่าสนใจ อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวในทำเนียบขาวกล่าวว่า การพบหารืออาจเกิดขึ้นในสัปดาห์หน้า แต่ยังไม่มีการตกลงกันเกี่ยวกับสถานที่

ทำไมทรัมป์ถึงบอกว่า ปูติน “ไม่จำเป็น” ต้องเจอกับเซเลนสกี?

การที่ทรัมป์ออกมากล่าวว่าปูติน “ไม่จำเป็น” ต้องเจอกับเซเลนสกี สร้างความประหลาดใจให้กับหลายฝ่าย เนื่องจากที่ผ่านมา การเจรจาเพื่อแก้ไขความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนมักเกิดขึ้นโดยมีตัวแทนจากทั้งสองฝ่ายเข้าร่วม อย่างไรก็ตาม ทรัมป์อาจมองว่าการพบปะโดยตรงกับปูติน จะเป็นช่องทางที่ทำให้เขาสามารถโน้มน้าวให้รัสเซียยุติสงครามได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ การที่ทรัมป์ให้ความสำคัญกับการพบปะกับปูตินโดยไม่จำเป็นต้องมีเซเลนสกี อาจสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ส่วนตัวที่แนบแน่นระหว่างทรัมป์และปูติน ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีในแวดวงการเมืองระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม วิธีการดังกล่าวอาจถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการมองข้ามบทบาทของยูเครนในฐานะคู่ขัดแย้งโดยตรง

การที่ทรัมป์ออกมาแสดงท่าทีเช่นนี้ บ่งชี้ว่าหากเขาได้รับเลือกกลับมาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ อีกครั้ง นโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ ที่มีต่อรัสเซียและยูเครนอาจเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในยุโรปตะวันออกอย่างแน่นอน

การพบหารือที่อาจเกิดขึ้นระหว่างทรัมป์และปูติน ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากผลลัพธ์ของการเจรจาอาจมีผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่ออนาคตของยูเครนและระเบียบโลก การที่ทรัมป์พร้อมพบปูติน ยันไม่จำเป็นต้องเจอเซเลนสกี กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความไม่แน่นอนครั้งใหม่ และเป็นสิ่งที่ประชาคมโลกต้องจับตามองด้วยความระมัดระวัง

สิ่งที่น่าสนใจคือ: ท่าทีที่เปลี่ยนไปของทรัมป์อาจสะท้อนถึงยุทธศาสตร์ใหม่ในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งหรือไม่? และหากการพบปะเกิดขึ้นจริง จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในสถานการณ์ความขัดแย้งในยูเครนอย่างไร?

ที่มา – ทรัมป์พร้อมพบปูติน ยืนยันผู้นำรัสเซีย “ไม่จำเป็น” ต้องเจอกับเซเลนสกี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *