ทรัมป์รื้อแผนปลดผู้ว่าการธนาคารกลาง แม้ศาลฎีกาชี้ไม่มีอำนาจ
สถานการณ์การเมืองสหรัฐฯ กลับมาเดือดอีกครั้ง เมื่อโดนัลด์ ทรัมป์ เดินหน้าทรัมป์รื้อแผนปลดผู้ว่าการธนาคารกลาง แม้ศาลฎีกาชี้ไม่มีอำนาจ โดยมุ่งเป้าไปที่นางลิซา คุก หนึ่งในคณะกรรมการเฟด เรื่องนี้สร้างแรงกระเพื่อมไปทั่วทั้งวอลล์สตรีทและแวดวงเศรษฐกิจโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ทรัมป์รื้อแผนปลดผู้ว่าการธนาคารกลาง แม้ศาลฎีกาชี้ไม่มีอำนาจ
ทำเนียบขาวได้ส่งหนังสือแจ้งเตือนไปยังนางลิซา คุก โดยอ้างว่าเธออาจมีความผิดในคดีทุจริตที่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อจำนอง ซึ่งทางฝั่งเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวระบุว่านี่คือความประมาทเลินเล่อที่ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของธนาคารกลาง อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายตั้งคำถามว่านี่เป็นเพียงกลยุทธ์ในการพยายามแทรกแซงความเป็นอิสระของเฟดหรือไม่
เบื้องลึกความขัดแย้ง: ทรัมป์รื้อแผนปลดผู้ว่าการธนาคารกลาง แม้ศาลฎีกาชี้ไม่มีอำนาจ
หากย้อนกลับไปดูคำตัดสินของศาลฎีกาสหรัฐฯ เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ศาลได้วินิจฉัยไว้อย่างชัดเจนว่า คณะกรรมการเฟดนั้นมีวาระการทำงานที่มั่นคงถึง 14 ปี และประธานาธิบดีไม่สามารถปลดออกได้ตามใจชอบ เว้นแต่จะมีเหตุผลที่หนักแน่นและเป็นธรรมเพียงพอเท่านั้น ดังนั้นการที่ ทรัมป์รื้อแผนปลดผู้ว่าการธนาคารกลาง แม้ศาลฎีกาชี้ไม่มีอำนาจ ในครั้งนี้ จึงถือเป็นการท้าทายหลักการแบ่งแยกอำนาจอย่างชัดเจน
- ความพยายามบีบให้ลิซา คุก ชี้แจงข้อกล่าวหาภายใน 3 สัปดาห์
- การต่อสู้ทางกฎหมายจากทีมทนายความที่ยืนยันว่าไม่มีเหตุผลเพียงพอในการปลด
- ความกังวลของตลาดทุนต่อความเป็นอิสระของนโยบายการเงินสหรัฐฯ
ทางด้านทีมทนายความของนางลิซา คุก ยืนยันว่าพร้อมที่จะต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ เพื่อปกป้องทั้งชื่อเสียงของลูกความและสถานะความเป็นอิสระของเฟดที่ควรจะปลอดจากการเมือง ความเคลื่อนไหวนี้เปรียบเสมือนการทดสอบความแข็งแกร่งของระบบตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจในสหรัฐฯ ว่าจะสามารถทานกระแสอำนาจบริหารได้มากน้อยเพียงใด
ในมุมมองของนักวิเคราะห์ หลายคนมองว่าการที่ทรัมป์พยายามทำแบบนี้อาจส่งผลเสียต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลก เพราะธนาคารกลางถือเป็นสถาบันหลักที่คอยค้ำจุนเสถียรภาพทางการเงิน หากถูกแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองบ่อยครั้ง อนาคตของนโยบายดอกเบี้ยและเงินเฟ้ออาจคาดเดาได้ยากขึ้นไปอีก
คุณล่ะครับคิดว่า การที่ประธานาธิบดีพยายามเข้ามามีบทบาทปลดเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเฟดเช่นนี้ เป็นเรื่องที่เหมาะสมหรือไม่? หรือนี่คือสัญญาณของความขัดแย้งทางการเมืองที่จะทวีความรุนแรงขึ้นอีกในปีนี้? มาร่วมแสดงความคิดเห็นกันได้เลยครับ
ที่มา – ทรัมป์รื้อแผนปลดผู้ว่าการธนาคารกลาง แม้ศาลฎีกาชี้ไม่มีอำนาจ