“ทรัมป์” เบรกทีมเจรจาบินไปปากีสถานหารืออิหร่าน ชี้ “เสียเวลา”
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สร้างความฮือฮาในวงการการเมืองระหว่างประเทศอีกครั้ง ด้วยการตัดสินใจที่เด็ดขาด ล่าสุด “ทรัมป์” เบรกทีมเจรจาบินไปปากีสถานหารืออิหร่าน ชี้ “เสียเวลา” ซึ่งเป็นข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นกระแสในสื่อทั่วโลก
“ทรัมป์” เบรกทีมเจรจาบินไปปากีสถานหารืออิหร่าน ชี้ “เสียเวลา”
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 26 เมษายน ว่าประธานาธิบดีทรัมป์ได้สั่งยกเลิกกำหนดการเยือนปากีสถานของทีมเจรจาชั้นนำ โดยมีนายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษด้านกิจการตะวันออกกลาง และนายจาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของทรัมป์ซึ่งเป็นสมาชิกหลักในทีมเจรจาเรื่องตะวันออกกลาง เดิมทีทั้งคู่มีแผนจะบินไปเจรจารอบที่สองกับฝ่ายอิหร่าน
ทรัมป์ให้เหตุผลผ่านแพลตฟอร์มทรูธ โซเชียลอย่างชัดเจน โดยระบุว่า “เสียเวลาเดินทางมากเกินไป และงานเยอะเกินไป! ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีการแตกแยกและความสับสนอย่างมหาศาลภายใน ‘กลุ่มผู้นำ’ ของพวกเขา ไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นคนกุมอำนาจ แม้แต่ตัวพวกเขาเองก็ไม่รู้ อีกอย่าง เราถือไพ่เหนือกว่าทุกด้าน พวกเขาไม่มีอะไรเลย! ถ้าพวกเขาอยากคุย ก็แค่โทรมา!!!” คำพูดนี้สะท้อนถึงสไตล์การนำที่ตรงไปตรงมาและมั่นใจในตำแหน่งของสหรัฐฯ
สาเหตุหลักที่ “ทรัมป์” เบรกทีมเจรจา
- การเดินทางที่เสียเวลาและภาระงานหนัก
- ความแตกแยกภายในผู้นำอิหร่าน ทำให้การเจรจาไม่มีประสิทธิภาพ
- สหรัฐฯ ถือไพ่เหนือกว่า ไม่จำเป็นต้องเดินทางไกล
- เชิญชวนให้อิหร่านโทรมาคุยโดยตรง
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังย้ำชัดว่าการยกเลิกครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าสงครามจะปะทุขึ้นในทันที แต่เน้นย้ำถึงข้อตกลงที่เรียบง่าย คือ “อิหร่านต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์เด็ดขาด” ซึ่งเป็นจุดยืนที่สหรัฐฯ ยึดมั่นมาตลอด
เพื่อให้เข้าใจบริบทมากขึ้น เรามาย้อนดูสถานการณ์ตะวันออกกลางกัน สหรัฐฯ ภายใต้การนำของทรัมป์เคยถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์ JCPOA (Joint Comprehensive Plan of Action) ในปี 2018 โดยมองว่ามันไม่เพียงพอในการยับยั้งอิหร่าน ทำให้เกิดความตึงเครียดเพิ่มขึ้น อิหร่านตอบโต้ด้วยการเพิ่มสมบัติยูเรเนียมเกินขีดจำกัด และพัฒนาขีดความสามารถทางทหาร การเจรจาครั้งนี้เดิมทีถูกมองว่าเป็นโอกาสในการลดความขัดแย้ง แต่ทรัมป์มองว่าไม่คุ้มค่า
การตัดสินใจของทรัมป์ครั้งนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อความสัมพันธ์สหรัฐฯ-อิหร่านเท่านั้น แต่ยังกระทบต่อปากีสถานซึ่งเป็นเจ้าภาพ และชาติอื่นๆ ในภูมิภาค เช่น อิสราเอลและซาอุดีอาระเบียที่สนับสนุนจุดยืนแข็งกร้าวต่ออิหร่าน นักวิเคราะห์การเมืองมองว่านี่เป็นกลยุทธ์ “maximum pressure” ที่ทรัมป์ใช้มาตลอด ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าส่งผลให้อิหร่านเผชิญ санкцииทางเศรษฐกิจหนักหน่วง
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การที่ทรัมป์เชิญอิหร่านโทรตรง แสดงถึงความมั่นใจสูงสุดของสหรัฐฯ ที่มีอำนาจทางทหาร เศรษฐกิจ และพันธมิตรเหนือกว่า หากอิหร่านต้องการสันติภาพจริง ทางออกง่ายๆ คือยอมรับเงื่อนไขไม่พัฒนานิวเคลียร์
สุดท้ายแล้ว การเคลื่อนไหวครั้งนี้ย้ำถึงนโยบาย “America First” ของทรัมป์ ที่ไม่ยอมเสียเวลาให้กับการเจรจาที่ไม่มีผลลัพธ์ คุณคิดอย่างไรกับการตัดสินใจนี้? ติดตามข่าวสารอัพเดทเกี่ยวกับสถานการณ์ตะวันออกกลางได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ
ที่มา – “ทรัมป์” เบรกทีมเจรจาบินไปปากีสถานหารืออิหร่าน ชี้ “เสียเวลา”