ทลายแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติกลางพัทยา
เจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ สืบภาค 2 หรือ ACSC เข้าตรวจค้นคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในพื้นที่พัทยากลาง หลังพบเบาะแสว่ามีกลุ่มชาวไทยและชาวจีนรวมตัวจัดตั้งเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ ใช้ช่องทางออนไลน์หลอกลวงประชาชนในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าภัยหลอกลวงทางออนไลน์ยังคงเป็นปัญหาใกล้ตัวที่ทุกคนต้องเฝ้าระวัง
ทลายแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติกลางพัทยา
ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 โดย พล.ต.ต.เกียรติศักดิ์ สระทองออย ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 พร้อมผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้อง สั่งการให้ชุดสืบสวน 3 นำกำลังเข้าตรวจค้นตามหมายค้นศาลจังหวัดพัทยา เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 8 ราย แบ่งเป็นชาวไทย 5 ราย และชาวจีน 3 ราย โดยอยู่ระหว่างการดำเนินคดีและตรวจสอบบทบาทของแต่ละบุคคลอย่างละเอียด
รายละเอียดการทลายแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติกลางพัทยา
จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบของกลางหลายรายการที่อาจเกี่ยวข้องกับการรับโอนเงินและการติดต่อสื่อสารของเครือข่าย ได้แก่ สมุดบัญชีธนาคาร 22 เล่ม บัตรเอทีเอ็ม 35 ใบ ซิมการ์ด 28 ชิ้น โทรศัพท์มือถือ 19 เครื่อง และคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 3 เครื่อง นอกจากนี้ยังตรวจพบยาไอซ์น้ำหนัก 2.71 กรัม ซึ่งเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบและแจ้งข้อกล่าวหาตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ
ของกลางจำนวนมากทำให้เจ้าหน้าที่เชื่อว่า สถานที่ดังกล่าวอาจถูกใช้เป็นจุดประสานงาน จัดเก็บข้อมูล หรือบริหารบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงออนไลน์ อย่างไรก็ตาม การยืนยันความผิดของผู้ต้องหาแต่ละรายต้องเป็นไปตามกระบวนการสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน และการพิจารณาของศาลต่อไป
ความเสียหายจากเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์
การสืบสวนขยายผลพบข้อมูลที่เชื่อมโยงกับคดีหลอกลวงประชาชนหลายคดีทั่วประเทศ คาดว่ามีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 100 ล้านบาท รูปแบบที่ตรวจพบเกี่ยวข้องกับการซื้อขายบัญชีธนาคารและบัตรเอทีเอ็มระหว่างคนไทยกับชาวต่างชาติ บัญชีเหล่านี้อาจถูกนำไปใช้รับโอนเงินจากผู้เสียหาย ก่อนเคลื่อนย้ายเงินต่อไปยังบุคคลหรือช่องทางอื่นเพื่อทำให้ติดตามเส้นทางได้ยากขึ้น
เจ้าหน้าที่พบเบาะแสเพิ่มเติมว่า เงินที่ได้จากการหลอกลวงอาจถูกนำไปแลกเปลี่ยนเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล แล้วโอนผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัลหลายบัญชีและหลายแพลตฟอร์ม เช่น Binance, Bitkub, Maxbit และ imToken การใช้ช่องทางดิจิทัลหลายชั้นอาจเป็นความพยายามอำพรางเส้นทางการเงินและหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบธุรกรรมและขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องรายอื่น
ข้อกล่าวหาและการดำเนินคดี
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันเป็นธุระจัดหา และเปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝากเพื่อใช้ในการกระทำความผิด รวมถึงความผิดเกี่ยวกับการครอบครองและเสพยาไอซ์ จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยตำรวจจะตรวจสอบเส้นทางการเงิน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และความเชื่อมโยงกับคดีอื่นเพิ่มเติม
สำหรับประชาชน เหตุการณ์ทลายแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติกลางพัทยาเป็นเครื่องเตือนใจว่าไม่ควรให้ผู้อื่นยืมบัญชีธนาคาร บัตรเอทีเอ็ม หรือซิมการ์ด แม้จะได้รับข้อเสนอเป็นค่าตอบแทนก็ตาม เพราะอาจถูกนำไปใช้รับเงินผิดกฎหมายและทำให้เจ้าของบัญชีต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีโดยไม่รู้ตัว นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการกดลิงก์แปลกปลอม ไม่เปิดเผยรหัสผ่านหรือรหัส OTP และตรวจสอบชื่อบัญชีผู้รับเงินทุกครั้งก่อนโอน
- ไม่ให้ข้อมูลส่วนตัว รหัสผ่าน หรือรหัส OTP แก่บุคคลอื่น
- ไม่ซื้อขายหรือให้ยืมบัญชีธนาคาร บัตรเอทีเอ็ม และซิมการ์ด
- ตรวจสอบข้อความและเบอร์โทรศัพท์ที่อ้างเป็นหน่วยงานรัฐหรือสถาบันการเงิน
- หากสงสัยว่าถูกหลอก ให้รีบติดต่อธนาคารและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที
สรุป ปฏิบัติการทลายแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติกลางพัทยาครั้งนี้นำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหา 8 ราย พร้อมของกลางจำนวนมาก และพบความเชื่อมโยงกับคดีหลอกลวงที่สร้างความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท ประชาชนควรเพิ่มความระมัดระวังในการทำธุรกรรมออนไลน์ และไม่ยอมให้บัญชีของตนถูกนำไปใช้ในกิจกรรมที่ไม่ชัดเจน เพราะการป้องกันตั้งแต่ต้นย่อมช่วยลดความเสี่ยงและหยุดวงจรอาชญากรรมออนไลน์ได้ดีที่สุด
ที่มา – ทลายแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติกลางพัทยา จับ 8 ผู้ต้องหา โยงคดีหลอกลวงเสียหายกว่า 100 ล้าน


