ทีทีบี ชี้แจง ING ลดสัดส่วนถือหุ้นเหลือ 11.6% ไม่กระทบธุรกิจและการบริหาร
หลายคนอาจจะกำลังสงสัยหลังจากมีข่าวออกมาเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 ว่าทาง ING Bank N.V. หรือ ING ผู้ถือหุ้นใหญ่รายหนึ่งของธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ ttb ได้มีการปรับลดสัดส่วนการถือหุ้นลง ซึ่งเหตุการณ์ ทีทีบี ชี้แจง ING ลดสัดส่วนถือหุ้นเหลือ 11.6% ไม่กระทบธุรกิจและการบริหาร นั้นถือเป็นประเด็นที่นักลงทุนให้ความสนใจอย่างมากครับ
ทีทีบี ชี้แจง ING ลดสัดส่วนถือหุ้นเหลือ 11.6% ไม่กระทบธุรกิจและการบริหาร
เหตุผลเบื้องหลังการปรับลดสัดส่วนหุ้นในครั้งนี้ ทาง ING ระบุว่าเป็นเพียงการบริหารเงินทุนเชิงรุกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพอร์ตการลงทุนเท่านั้น โดยหลังจากการทำรายการแล้วเสร็จ คาดว่าสัดส่วนการถือหุ้นของ ING จะลดลงจาก 19.5% เหลือเพียง 11.6% ครับ อย่างไรก็ตาม ทางธนาคารได้ออกมายืนยันอย่างหนักแน่นผ่าน ทีทีบี ชี้แจง ING ลดสัดส่วนถือหุ้นเหลือ 11.6% ไม่กระทบธุรกิจและการบริหาร เพื่อให้นักลงทุนมั่นใจว่ายุทธศาสตร์การดำเนินงานของธนาคารยังคงเดินหน้าต่อไปได้อย่างแข็งแกร่ง
มุมมองจากผู้บริหารต่อสถานการณ์ปัจจุบัน
นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ttb ได้ออกมาสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ถือหุ้นว่า ธนาคารยังคงมุ่งเน้นสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นให้กับคนไทย และเตรียมสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนผ่านกลยุทธ์สำคัญ ดังนี้:
- การรักษาอัตราการจ่ายเงินปันผลในระดับที่เหมาะสมและยั่งยืน
- การดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืน (Treasury Shares) ภายใต้วงเงินรวม 35,000 ล้านบาท
- การบริหารจัดการเงินกองทุนอย่างมีประสิทธิภาพและยืดหยุ่น
นับจนถึงปัจจุบัน ธนาคารได้ดำเนินการซื้อหุ้นคืนไปแล้วกว่า 21,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเร็วกว่าแผนที่วางไว้ ทำให้ธนาคารมีความยืดหยุ่นสูงในการบริหารจัดการวงเงินที่เหลืออีก 14,000 ล้านบาท เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้นในช่วงที่ภาวะตลาดทุนมีความผันผวน
ในฐานะนักลงทุนหรือลูกค้าของ ttb การที่ธนาคารออกมาสื่อสารอย่างชัดเจนถือเป็นเรื่องที่ดีมากครับ เพราะทำให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพและการเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ การลดสัดส่วนของผู้ถือหุ้นต่างชาติไม่ได้สะท้อนถึงความอ่อนแอของธนาคาร แต่เป็นเพียงการจัดการพอร์ตการลงทุนของผู้ถือหุ้นเอง ดังนั้นเราจึงมั่นใจได้ว่าทิศทางธุรกิจของทีทีบีจะยังคงเติบโตต่อไปอย่างมีเสถียรภาพแน่นอนครับ
ที่มา – ทีทีบี ชี้แจง ING ลดสัดส่วนถือหุ้นเหลือ 11.6% ไม่กระทบธุรกิจและการบริหาร