ธปท. หวั่น BNPL ทำพฤติกรรมใช้จ่ายผิดเพี้ยน

ธปท. หวั่น BNPL ทำพฤติกรรมใช้จ่ายผิดเพี้ยน ก่อหนี้โดยไม่จำเป็น

ธปท. หวั่น BNPL ทำพฤติกรรมใช้จ่ายผิดเพี้ยน ก่อหนี้โดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชนที่ขาดประสบการณ์การเงิน น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายองค์กรสัมพันธ์และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เปิดเผยเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ว่า บริการซื้อก่อนผ่อนทีหลัง หรือ Buy Now Pay Later (BNPL) กำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ เพราะให้สินเชื่อได้ง่ายจากการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้บนแพลตฟอร์ม ทำให้วงเงินอนุมัติขึ้นอยู่กับเครดิตบุคคล ส่งผลให้คนรุ่นใหม่เปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่ายไปในทางที่ไม่ยั่งยืน

ธปท. หวั่น BNPL ทำพฤติกรรมใช้จ่ายผิดเพี้ยน ก่อหนี้โดยไม่จำเป็น

บริการ BNPL ทำให้ผู้ใช้เห็นเฉพาะราคาที่ต้องจ่ายตอนนี้ โดยลืมราคาเต็มและจำนวนงวด ทำให้กระตุ้นการซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยที่ไม่จำเป็น เช่น ของเล็กน้อยหลายชิ้นที่รวมแล้วกลายเป็นหนี้ก้อนใหญ่ “พฤติกรรมการใช้จ่ายผิดเพี้ยนไป เมื่อเห็นตัวเลขราคาที่ต้องจ่าย ส่งผลกระตุ้นการใช้จ่ายกับสินค้าไม่จำเป็น สินค้าฟุ่มเฟือยเพิ่มมากขึ้นโดยอัตโนมัติ” น.ส.ชญาวดี กล่าว ของเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ควรบริหารจัดการด้วยรายได้ตัวเองดีกว่า เพื่อหลีกเลี่ยงภาระหนี้ที่เจ็บปวดในอนาคต

ปัญหาหนี้สินครัวเรือนในไทยที่รุนแรง

ประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาหนี้ครัวเรือนระดับประเทศ โดยรายจ่ายของคนไทยมักมากกว่ารายได้เสมอ จากข้อมูลพบว่าคนอายุต่ำกว่า 30 ปี สัดส่วน 50% มีหนี้ และ 1 ใน 5 ของคนอายุ 29 ปีตกเป็นหนี้เสีย (NPL) ในภาพรวม 21 ล้านคนไทย มีกว่า 3 ล้านคน หรือ 16% เป็นหนี้เสีย แม้แต่ผู้เกษียณอายุ 60-69 ปี ยังมีหนี้เฉลี่ย 453,438 บาทต่อราย และ 70-79 ปี มี 287,932 บาทต่อราย หนี้ครัวเรือนไทยส่วนใหญ่เป็นหนี้ที่ไม่สร้างรายได้หรือสินทรัพย์ เช่น หนี้อุปโภคบริโภค บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งแก้ไขยากกว่าหนี้บ้านหรือหนี้ที่สร้างประโยชน์

เมื่อเทียบกับต่างประเทศ หนี้บ้านไทยอยู่ที่ 30% ซึ่งต่ำกว่า แต่หนี้บริโภคกลับสูงและน่ากังวลกว่า เพราะขาดหลักทรัพย์ค้ำประกัน การเป็นหนี้ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวหากบริหารจัดการได้ดี แต่ BNPL กำลังทำให้ปัญหายิ่งทวีคูณ โดยเฉพาะกับคนรุ่นใหม่ที่ขาดวินัยการเงิน

วิธีแก้ปัญหาหนี้จาก ธปท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ธปท. และหน่วยงานต่างๆ ได้ออกมาตรการช่วยเหลือผู้มีหนี้หลายรูปแบบ เช่น โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” โดยบริษัทบริหารสินทรัพย์ สุขุมวิท (บสส.) สำหรับหนี้ไม่เกิน 100,000 บาท เช่น กู้ 30,000 บาท ดอกเบี้ย 20,000 บาท รวม 50,000 บาท สามารถจ่าย 50% หรือ 15,000 บาท เพื่อปิดหนี้ทันที หรือผ่อน 70% หรือ 21,000 บาท เดือนละ 583 บาท 36 งวด ปัจจุบันมี 1 ล้านบัญชีที่ยังตามไม่เจอ

  • คลินิกแก้หนี้: สำหรับหนี้เสียค้างเกิน 120 วัน ไม่เกิน 2 ล้านบาท ได้รับดอกเบี้ยลดเหลือ 3-5% ต่อปี นาน 10 ปี
  • ทางด่วนแก้หนี้: โทร. 1213 เพื่อช่วยประสานเจ้าหนี้ หากธนาคารไม่ตอบสนอง
  • หมอหนี้เพื่อประชาชน: ปรึกษาแก้หนี้ทุกประเภท รวมถึงหนี้นอกระบบ โดยไกล่เกลี่ย เจรจา และหาสินเชื่อในระบบมาปิด

นอกจากนี้ ยังมีคำแนะนำสำหรับผู้ใช้ BNPL คือ ควรวางแผนการเงินให้ดี ตรวจสอบยอดผ่อนและดอกเบี้ยก่อนกดซื้อ หลีกเลี่ยงการซื้อของไม่จำเป็น และสร้างวินัยการออมตั้งแต่อายุน้อย เพื่อป้องกัน ธปท. หวั่น BNPL ทำพฤติกรรมใช้จ่ายผิดเพี้ยน ก่อหนี้โดยไม่จำเป็น ในอนาคต

สุดท้ายนี้ การใช้ BNPL อย่างมีสติจะช่วยให้เราไม่ตกเป็นทาสหนี้ สิ่งสำคัญคือการศึกษาและวางแผนการเงินส่วนบุคคล ลองเริ่มต้นด้วยการบันทึกรายรับ-รายจ่ายทุกวัน และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหากมีปัญหาหนี้แล้ววันนี้ คุณล่ะ พร้อมปรับพฤติกรรมการใช้จ่ายหรือยัง? แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!

ที่มา – ธปท. หวั่น BNPL ทำพฤติกรรมใช้จ่ายผิดเพี้ยน ก่อหนี้โดยไม่จำเป็น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *