ธปท. เปิดเกณฑ์จัดตั้ง JVAMC แก้หนี้ NPL รอบใหม่

วันที่ 7 พ.ย. นางรุ่ง มัลลิกะมาส รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ตามที่ ธปท. ได้ออกหลักเกณฑ์ส่งเสริมการจัดตั้งกิจการร่วมทุนระหว่างสถาบันการเงิน (ธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินเฉพาะกิจ) และบริษัทบริหารสินทรัพย์ เพื่อช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจากสถานการณ์โควิด 19 โดยสิ้นสุดระยะเวลาการจัดตั้งเมื่อปี 2567 นั้น

เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจในระยะข้างหน้ายังมีความไม่แน่นอนสูงจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ ซึ่งอาจส่งผลต่อการฟื้นตัวของรายได้ธุรกิจและครัวเรือน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่อาจมีผลกระทบต่อเนื่องไปถึงคุณภาพสินเชื่อ สถาบันการเงินจึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีกลไกที่ยืดหยุ่นขึ้นเพื่อรองรับสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่อาจทยอยเพิ่มขึ้นในระยะถัดไป

ธปท. จึงจะอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และ Non-bank สามารถร่วมลงทุนกับบริษัทบริหารสินทรัพย์หรือนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการบริหารสินทรัพย์ในกิจการร่วมทุนได้เป็นการชั่วคราว กล่าวคือ ให้ระยะเวลา 2 ปีในการยื่นขอจัดตั้งกิจการร่วมทุน และมีระยะเวลา 15 ปีในการดำเนินกิจการ

โดยกิจการร่วมทุนต้องให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ด้อยคุณภาพที่ได้รับโอนมาด้วย เช่น ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ โดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ลูกหนี้จะได้รับและสอดคล้องกับความสามารถในการชำระหนี้ รวมถึงจะขยายให้กิจการร่วมทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่จัดตั้งแล้วสามารถรองรับสินทรัพย์ด้อยคุณภาพจากธนาคารพาณิชย์และ Non-bank ได้จากเดิมที่รับซื้อรับโอนได้จากสถาบันการเงินเฉพาะกิจเท่านั้น

ธปท. หวังว่า มาตรการข้างต้นจะช่วยให้สถาบันการเงินทั้ง ธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และ Non-bank มีเครื่องมือเพิ่มเติมในการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพและใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ดูแลลูกหนี้ที่อยู่ระหว่างการฟื้นตัวได้ดียิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ด้วยกลไกของกิจการร่วมทุนจะทำให้ลูกหนี้มีโอกาสได้รับความช่วยเหลือต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยให้ลูกหนี้ยังสามารถดำเนินชีวิตหรือธุรกิจต่อไปได้ และเอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยต่อไป

สรุปเกณฑ์จัดตั้ง JVAMC แก้หนี้ NPL รอบใหม่

จากสถานการณ์หนี้เสีย (NPL) ที่อาจเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกมาตรการเพื่อรองรับความเสี่ยงดังกล่าว โดยการเปิดกว้างให้มีการจัดตั้ง JVAMC แก้หนี้ NPL รอบใหม่ มาตรการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยให้สถาบันการเงินมีความยืดหยุ่นในการจัดการกับสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ และช่วยเหลือลูกหนี้ให้สามารถกลับมายืนหยัดได้อีกครั้ง

การจัดตั้ง JVAMC แก้หนี้ NPL รอบใหม่ นี้ จะเปิดโอกาสให้ธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และ Non-bank สามารถร่วมทุนกับบริษัทบริหารสินทรัพย์ เพื่อบริหารจัดการหนี้เสียได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีระยะเวลาในการยื่นขอจัดตั้งกิจการร่วมทุน 2 ปี และมีระยะเวลาในการดำเนินกิจการ 15 ปี

มาตรการนี้จะช่วยให้ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ มีโอกาสได้รับการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ และได้รับการสนับสนุนให้สามารถกลับมาชำระหนี้ได้ตามความสามารถ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งลูกหนี้และสถาบันการเงิน

รายละเอียดสำคัญของการจัดตั้ง JVAMC แก้หนี้ NPL รอบใหม่

  • ผู้ที่มีสิทธิ์เข้าร่วม: ธนาคารพาณิชย์, สถาบันการเงินเฉพาะกิจ, และ Non-bank สามารถร่วมลงทุนกับบริษัทบริหารสินทรัพย์
  • ระยะเวลา: เปิดให้ยื่นขอจัดตั้งกิจการร่วมทุนภายใน 2 ปี และมีระยะเวลาดำเนินกิจการ 15 ปี
  • วัตถุประสงค์หลัก: บริหารจัดการหนี้เสีย (NPL) และช่วยเหลือลูกหนี้ในการปรับปรุงโครงสร้างหนี้
  • การช่วยเหลือลูกหนี้: ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้สอดคล้องกับความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้
  • การขยายขอบเขต: กิจการร่วมทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถรับซื้อหนี้เสียจากธนาคารพาณิชย์และ Non-bank ได้

การจัดตั้ง JVAMC แก้หนี้ NPL รอบใหม่ จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้สถาบันการเงินสามารถบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังเป็นการช่วยเหลือลูกหนี้ให้สามารถกลับมาดำเนินชีวิตหรือธุรกิจต่อไปได้ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในภาพรวม

การเปิดกว้างให้มีการจัดตั้ง JVAMC นี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับทั้งสถาบันการเงินและลูกหนี้ที่กำลังเผชิญกับปัญหาหนี้สิน การมีกลไกที่ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการหนี้เสีย จะช่วยลดความเสี่ยงในระบบการเงิน และช่วยให้ลูกหนี้มีโอกาสในการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

ที่มา – ธปท.เปิดกว้าง สรุปเกณฑ์จัดตั้ง JVAMC แก้หนี้เสีย NPL รอบใหม่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *