“ธรรมนัส” สั่งตั้งอนุกรรมการรับเรื่องร้องทุกข์นักกีฬา
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ครั้งที่ 8/2568 เมื่อวันที่ 30 ต.ค. 68 ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมีวาระสำคัญคือการเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม 2568 ที่กำลังจะมาถึง
ที่ประชุมรายงานว่าการเตรียมงานโดยรวมเกือบจะสมบูรณ์แล้ว แม้จะยังคงมีรายละเอียดเล็กน้อยที่ต้องแก้ไขในสนามกีฬาต่างๆ แต่ทุกอย่างจะเสร็จสิ้นภายในวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้อย่างแน่นอน สำหรับพิธีเปิดการแข่งขันที่จะจัดขึ้นที่ราชมังคลากีฬาสถาน หัวหมาก รูปแบบและกำหนดการยังคงเดิม แต่จะมีการปรับลดโทนในเรื่องของแสง สี เสียง และการแสดงลง โดยเน้นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ซึ่งที่ประชุมได้เน้นย้ำให้การแสดงต่างๆ เป็นไปอย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันให้มากที่สุด

นอกจากนี้ ร.อ.ธรรมนัส ยังได้กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่ประเทศญี่ปุ่นจะเป็นเจ้าภาพในปี 2569 โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมนักกีฬา สถานที่ฝึกซ้อม รวมถึงการถ่ายทอดสดเพื่อให้ประชาชนได้รับชมอย่างทั่วถึง เนื่องจากเอเชียนเกมส์เป็นมหกรรมกีฬาระดับทวีปที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง การวางแผนและการเตรียมการตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง
ในส่วนของการจัดการแข่งขันโมโตจีพีในประเทศไทย ร.อ.ธรรมนัสได้สั่งการให้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ให้เรียบร้อย พร้อมทั้งให้พิจารณาการต่อลิขสิทธิ์การจัดแข่งขันออกไปอีก 5 ปีอย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ประเทศไทยจะได้รับ เนื่องจากที่ผ่านมาการจัดการแข่งขันแต่ละปีสร้างรายได้ประมาณ 5,000 ล้านบาท การต่อสัญญาควรมีตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ชัดเจนเพื่อให้ประชาชนเห็นถึงความคุ้มค่า

“ธรรมนัส” สั่งตั้งอนุกรรมการรับเรื่องร้องทุกข์นักกีฬา
ประเด็นสำคัญอีกประเด็นหนึ่งในการประชุมครั้งนี้คือการพิจารณาเรื่องร้องเรียนต่างๆ ที่ยื่นโดยนักกีฬา สมาคมกีฬา เจ้าหน้าที่ในองค์กรกีฬา และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอื่นๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับปัญหาความขัดแย้งภายในวงการกีฬา ค่าเบี้ยเลี้ยงนักกีฬา การปฏิบัติหน้าที่ที่ไม่เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล ตลอดจนข้อร้องเรียนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการบริหารจัดการของสมาคมกีฬาต่างๆ ร.อ.ธรรมนัส เล็งเห็นว่าปัญหาเหล่านี้มีความซับซ้อนและมีจำนวนมาก
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่าปัญหาเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของวงการกีฬาไทยและความเชื่อมั่นของสาธารณชน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างโปร่งใสและเป็นรูปธรรม เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรมและป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการพัฒนาการกีฬาของประเทศ
กกท. เร่งดำเนินการตามข้อสั่งการ “ธรรมนัส” สั่งตั้งอนุกรรมการรับเรื่องร้องทุกข์
เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ กกท. ได้ร่างคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการรับเรื่องร้องทุกข์ของนักกีฬา เจ้าหน้าที่ ผู้บริหาร และผู้เกี่ยวข้องในวงการกีฬา โดยมี น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เป็นประธาน และมีหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบข้อเท็จจริง และสรุปผลการตรวจสอบ พร้อมทั้งให้ความเห็นและรายงานผลให้คณะกรรมการพิจารณาต่อไป การที่ “ธรรมนัส” สั่งตั้งอนุกรรมการรับเรื่องร้องทุกข์นักกีฬา แสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่และความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ในวงการกีฬาอย่างจริงจัง
การดำเนินการต่างๆ เหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของรัฐบาลในการพัฒนาวงการกีฬาไทยให้ก้าวหน้าและมีมาตรฐานระดับสากล การแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความศรัทธาให้กับนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และประชาชนทั่วไป และนำไปสู่การพัฒนาการกีฬาของประเทศอย่างยั่งยืนในอนาคต
การที่ “ธรรมนัส” สั่งตั้งอนุกรรมการรับเรื่องร้องทุกข์นักกีฬา ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความโปร่งใสและเป็นธรรมในวงการกีฬา หลังจากนี้คงต้องติดตามดูกันต่อไปว่าคณะอนุกรรมการฯ จะสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหน และจะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีให้กับวงการกีฬาไทยได้หรือไม่
ที่มา – “ธรรมนัส” นั่งหัวโต๊ะประชุม “บอร์ด กกท.” สั่งตั้งอนุกรรมการรับเรื่องร้องทุกข์จากนักกีฬา-สมาคมกีฬา

