‘นฤมล’ รับยุบสภาการศึกษาสะดุด นโยบายก่อนเลือกตั้ง

‘นฤมล’ รับยุบสภาการศึกษาสะดุด นโยบายก่อนเลือกตั้ง

การยุบสภากลางสมัยที่เกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2566 ได้ส่งผลกระทบต่อแผนงานและนโยบายด้านการศึกษาหลายด้าน ซึ่ง ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ออกมายอมรับอย่างตรงไปตรงมาถึงความท้าทายที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งย้ำว่า แม้จะมีการยุบสภา แต่ทีมงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเดินหน้าทำงานต่อไปตามอำนาจหน้าที่

การเปลี่ยนผ่านของรัฐบาลในช่วงเวลานี้ ถือเป็นช่วงเวลาที่ละเอียดอ่อนสำหรับการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษา ซึ่งมีทั้งโครงการระยะสั้นและระยะยาวที่ต้องอาศัยการพิจารณาจากฝ่ายนิติบัญญัติ ความไม่แน่นอนทางการเมืองจึงส่งผลต่อความต่อเนื่องของแผนงานหลายอย่าง

นโยบายการศึกษาที่อาจสะดุดจากยุบสภา

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ ศ.ดร.นฤมล ยกขึ้นมาพูดถึงคือ ร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานการศึกษาไทยให้มีความยั่งยืนและสอดคล้องกับบริบทของโลกยุคใหม่ ร่างกฎหมายฉบับนี้ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว และกำลังจะถูกนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา แต่การยุบสภาทำให้กระบวนการนิติบัญญัติต้องหยุดชะงักลงชั่วคราว

นอกจากนี้ ยังมี ร่างพ.ร.บ.การศึกษาเอกชน ที่ถูกจับตามองในฐานะกฎหมายที่จะช่วยคลี่คลายปัญหาความไม่ชัดเจนและอุปสรรคต่าง ๆ ที่สถานศึกษาเอกชนประสบมานาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการบริหารจัดการ การเงิน หรือการจัดการเรียนการสอน ซึ่งการยุบสภาก็ทำให้การพิจารณากฎหมายฉบับนี้ต้องล่าช้าออกไป

  • ร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.
  • ร่างพ.ร.บ.การศึกษาเอกชน
  • โครงการปรับปรุงบ้านพักครู
  • การจัดตั้งสหกรณ์กลาง สกสค.

สิ่งที่ยังเดินหน้าต่อได้

แม้จะมีอุปสรรคจากปัจจัยภายนอก แต่ก็มีหลายอย่างที่กระทรวงศึกษาธิการสามารถดำเนินการต่อได้ทันที โดยไม่ต้องรอการพิจารณาของรัฐสภา หนึ่งในนั้นคือ การปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะ ซึ่งเป็นประเด็นที่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากว่า 5 แสนคนให้ความสนใจ

การปรับปรุงหลักเกณฑ์การประเมินวิทยฐานะในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อให้กระบวนการมีความโปร่งใส ยุติธรรม และสอดคล้องกับบทบาทหน้าที่จริงของผู้ปฏิบัติงานในยุคปัจจุบัน ซึ่งคาดว่าจะมีการประกาศใช้อย่างเป็นทางการภายในเดือนธันวาคมนี้

อีกหนึ่งเรื่องที่ยังคงเดินหน้าต่อได้คือ การโยกย้ายครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งเป็นประเด็นที่มีความอ่อนไหวและต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย กระทรวงศึกษาธิการได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เร่งดำเนินการปรับปรุงกระบวนการให้มีความยุติธรรมและตอบสนองต่อความต้องการของสถานศึกษาและบุคลากร

อนาคตของนโยบายการศึกษาหลังการเลือกตั้ง

สำหรับคำถามที่ว่า หลังการเลือกตั้งแล้ว นโยบายการศึกษาจะเป็นอย่างไร ศ.ดร.นฤมล ให้ความเห็นว่า ยังไม่ได้คิดล่วงหน้าถึงการกลับมานั่งตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการอีกครั้ง แต่จะตั้งใจทำงานในหน้าที่ปัจจุบันให้ดีที่สุด และรอผลการเลือกตั้งเป็นตัวชี้วัด

ท่าทีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความถ่อมตัวและความเข้าใจในบริบททางการเมือง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้บริหารระดับสูงในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านของรัฐบาล

บทสรุป: ความต่อเนื่องของนโยบายการศึกษา

การยุบสภามักจะนำมาซึ่งความไม่แน่นอน แต่ก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะทำให้การทำงานและการพัฒนาการศึกษาหยุดนิ่ง ‘นฤมล’ รับยุบสภาการศึกษาสะดุด นโยบายก่อนเลือกตั้ง คือการยอมรับความจริง แต่พร้อมจะเดินหน้าต่อไป

สิ่งที่ควรจับตาในช่วงต่อไปคือ ท่าทีและนโยบายของพรรคการเมืองต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา รวมถึงการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่จะมีผลต่อการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาอย่างไร ประชาชนควรให้ความสนใจและมีส่วนร่วมในการติดตามการพัฒนาการศึกษาของประเทศ เพราะการศึกษาคือรากฐานสำคัญของอนาคต

ที่มา – ‘นฤมล’ รับยุบสภาการศึกษาสะดุด หลายนโยบายกำลังปัง ไม่โฟกัสหวนนั่งเก้าอี้ รมว.ศธ.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *