นาซาขวางเจ้าหน้าที่ชาวจีน หวั่นล้วงความลับโครงการอวกาศ

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกาว่า เมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา สื่ออย่างบลูมเบิร์กได้เป็นสื่อรายแรกที่รายงานข่าวเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายสำคัญขององค์การนาซา โดยมีการยืนยันจากแหล่งข่าวภายในภาครัฐว่า การกระทำดังกล่าวเกิดขึ้นจริง

นาซาขวางเจ้าหน้าที่ชาวจีน

นางเบธานี สตีเวนส์ โฆษกของนาซา ได้ออกมาเปิดเผยว่า การดำเนินการดังกล่าวมีผลครอบคลุมถึงผู้มีสัญชาติจีน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ ผู้รับเหมา หรือนักศึกษาที่มีส่วนร่วมในโครงการวิจัยต่าง ๆ ขององค์กร โดยพวกเขาจะถูกจำกัดการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวก วัสดุ และเครือข่ายไอทีทั้งทางกายภาพและดิจิทัลของนาซาอย่างเด็ดขาด

รายงานจากบลูมเบิร์กระบุอีกว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 5 กันยายน มีการเปลี่ยนแปลงกะทันหันในระบบสารสนเทศของนาซา โดยชาวจีนที่เคยมีส่วนร่วมในโครงการวิจัยต่าง ๆ ไม่สามารถเข้าถึงระบบไอทีเพื่อดำเนินงานได้อีกต่อไป ถึงแม้ว่าหลายคนจะมีสถานะในฐานะผู้รับเหมาหรือนักศึกษาแลกเปลี่ยน

สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับจีน

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับความตึงเครียดทางการเมืองและเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในยุคของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มีนโยบายแข็งกร้าวต่อการแย่งชิงตำแหน่งผู้นำด้านเทคโนโลยีและความสามารถทางอวกาศ

ทั้งสหรัฐฯ และจีนกำลังมีโครงการสำรวจอวกาศขนาดใหญ่ โดยสหรัฐฯ มีโครงการอาร์ทิมิส (Artemis) ซึ่งมีเป้าหมายส่งมนุษย์กลับไปยังดวงจันทร์อีกครั้ง ส่วนทางจีนก็มีแผนการส่งนักบินอวกาศลงจอดบนดวงจันทร์ภายในปี 2573

นายฌอน ดัฟฟีย์ รัฐมนตรีคมนาคมสหรัฐฯ และผู้รักษาการตำแหน่งผู้อำนวยการนาซา ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “ขณะนี้เราอยู่ในการแข่งขันอวกาศรอบใหม่ และจีนกำลังพยายามจะเหยียบดวงจันทร์ก่อนเรา ซึ่งเราไม่สามารถยอมให้เกิดขึ้นได้” และย้ำว่า “สหรัฐฯ จะยังคงเป็นผู้นำในอนาคตเช่นเคย”

ทั้งนี้ ข้อจำกัดด้านการเข้าถึงทรัพยากรของนาซาที่มีผลกับชาวจีน ถือเป็นมาตรการระมัดระวังที่สะท้อนถึงความกังวลในเรื่องของความมั่นคงทางไซเบอร์และข้อมูลของโครงการอวกาศที่มีความลับสูง

การใช้มาตรการกีดกันที่เข้มงวดต่อเจ้าหน้าที่และนักวิจัยชาวจีน แสดงให้เห็นถึงการตีความความร่วมมือทางวิชาการและเทคโนโลยีว่าอาจเป็นช่องโหว่ด้านความมั่นคง หากไม่มีการจัดการอย่างรอบคอบ

เป็นที่น่าจับตามองว่า มาตรการเช่นนี้จะส่งผลต่อบริบทของการพัฒนาทางอวกาศในระดับนานาชาติอย่างไร และจะมีผลต่อความสัมพันธ์ในสายตาของอีกหลายประเทศที่มีบทบาทในเวทีอวกาศโลกในอนาคต

อย่างไรก็ตาม แวดวงอวกาศยังคงต้องการการร่วมมือระดับโลก ดังนั้น ถึงแม้สหรัฐฯ จะมีมาตรการป้องกันในตอนนี้ แต่ทิศทางของการแข่งขันร่วมกับการร่วมมืออย่างชาญฉลาด ก็อาจเป็นสิ่งที่ทั้งสองมหาอำนาจต้องพิจารณาอย่างรอบด้านอีกครั้ง

ที่มา – นาซาขวางเจ้าหน้าที่ ‘ชาวจีน’ หวั่นล้วงความลับโครงการอวกาศ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *