นานาจิตตัง! เลขาฯปู แจงปมวัดพระบาทน้ำพุ

จากกรณีที่เป็นประเด็นร้อนแรงเกี่ยวกับเงินทำบุญของวัดพระบาทน้ำพุ ล่าสุด นายบรรเจต เทพพำนัก คณะกรรมการวัดพระบาทน้ำพุ หรือที่รู้จักกันในนาม เลขาฯปู ได้ออกมาเปิดเผยถึงเรื่องดังกล่าวเมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยชี้แจงถึงระบบบัญชีและการจัดการเงินบริจาคของวัด

เลขาฯปู ยืนยันว่าทางวัดมีการจัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายอย่างละเอียด มีการตรวจสอบการโอนเงิน และมีลายเซ็นของผู้รับเงินสด รวมถึงเอกสารหลักฐานสำหรับผู้บริจาคทั้งเงินสดและเงินโอนอย่างชัดเจน เขาจึงขอให้สังคมอย่าหลงประเด็นจากข้อกล่าวอ้างของหมอบีที่ว่าส่งเงินไม่ครบ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยทราบว่ามีส่วนต่างเกิดขึ้น ทุกครั้งที่มีการนำเงินไปเข้าบัญชี จะมีผู้ติดตามหลวงพ่อ 2 ท่านคอยดูแล

เลขาฯปู กล่าวถึง หมอบี ว่าทำกิจกรรมให้กับหลายวัด และไม่แน่ใจว่าบัญชีที่เปิดไว้นั้นใช้กับทุกวัดหรือไม่ เขายังกล่าวถึงกระแสที่คนให้ความสนใจว่าเงิน 200 ล้านบาทเข้าหลวงพ่อหมดแล้ว ซึ่งทางวัดได้ชี้แจงรายละเอียดกับตำรวจไปแล้ว หากใครจะให้หลวงพ่อไปแจ้งความตามหลัง ก็ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเสียก่อน

เมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้ที่หลวงพ่อจะร่วมมือกับหมอบี เลขาฯปู ตอบว่า “นานาจิตตัง” และยืนยันว่าไม่มีการตกลงเรื่องส่วนต่าง 70-30 อย่างแน่นอน ทางวัดมีระเบียบชัดเจน ใครทำผิดก็ต้องยอมรับผิด เขายังไม่ทราบว่าหมอบีเปิดบัญชีโดยใช้ชื่อตัวเอง จนกระทั่งคณะกรรมการทราบเรื่องและให้หมอบีทำเอกสารชี้แจง ซึ่งทางวัดยังไม่ได้เรียกหมอบีมาคุยเพราะหมอบีป่วยและเรื่องราวก็เป็นข่าวเสียก่อน หลังจากเกิดปัญหา ทางวัดได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลเรื่องบัญชีของวัดโดยเฉพาะ ส่วนเรื่องที่ว่าใครจะไปร่วมหัวจมท้ายกับใครนั้น เลขาฯปู ไม่ทราบ

สำหรับมูลนิธินาถะที่กรุงเทพฯ อาจจะต้องมีการประชุมกันก่อนว่าจะปิดและนำเงินมาไว้ที่บัญชีวัดเลยหรือไม่ เลขาฯปู ยืนยันว่าตนเองไม่ใช่หลานหรือญาติของหลวงพ่อ เขาเริ่มต้นจากการเป็นจิตอาสา จนได้รับแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการวัด โดยได้รับค่าตอบแทนเพียงหลักหมื่นบาท และยังมีอาชีพส่วนตัวทำควบคู่กันไป แม้จะมีคนบอกว่าเขาร่ำรวยจากวัด แต่เขายืนยันว่าต้องมีหลักฐานและข้อมูลที่สามารถตรวจสอบได้ หากตำรวจต้องการตรวจสอบ เขาก็ไม่กังวล แต่สิ่งที่เขากังวลคือคนใกล้ชิดที่ได้รับผลกระทบจากข่าวนี้ หลายคนอยากให้เขาลาออก แต่เขาอยากให้ทุกคนเข้าใจและแยกแยะเรื่องราวให้ได้ เขาจึงขอให้ทุกคน “นานาจิตตัง”

เลขาฯปู ยอมรับว่ารายได้หลักของเขามาจากค่าตอบแทนที่วัดให้ ส่วนรายได้อื่นๆ มาจากอาชีพเสริม นอกจากนี้ยังมีคนกล่าวหาว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดและอาวุธสงคราม ซึ่งเขาขอให้ผู้กล่าวหาไปหาหลักฐานมายืนยัน

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่งผลให้กิจนิมนต์บางอย่างของหลวงพ่อต้องถูกยกเลิก รวมถึงศรัทธาของผู้ที่ต้องการทำบุญกับวัดและมูลนิธิลดลง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดูแลผู้ป่วยเกือบ 200 ชีวิต, สัตว์เลี้ยง และเด็กนักเรียนที่อยู่ในความรับผิดชอบของวัด

ผลกระทบต่อวัดพระบาทน้ำพุ

จากเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น สิ่งที่น่ากังวลคือผลกระทบต่อวัดพระบาทน้ำพุ ซึ่งต้องรับภาระในการดูแลผู้ป่วย เด็ก และสัตว์จำนวนมาก การที่ศรัทธาของผู้บริจาคเริ่มลดน้อยลง อาจส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของผู้ที่อยู่ในความดูแลของวัด ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาและหาทางออกที่ดีที่สุด

นานาจิตตัง: ความคิดเห็นที่แตกต่างในสังคม

เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับวัดพระบาทน้ำพุ สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายของความคิดเห็นในสังคม นานาจิตตัง เป็นคำที่ใช้อธิบายความแตกต่างนี้ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อมั่นในตัวบุคคล การตีความข้อเท็จจริง หรือการตัดสินใจในการบริจาคเงิน ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะคิดและแสดงออกในแบบของตนเอง

สำหรับกรณีที่มีผู้ออกมาโพสต์ข่าวเกี่ยวกับการยิงอดีตผู้สื่อข่าวเมื่อปี 2564 และพยายามเชื่อมโยงกับตน เลขาฯปู ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ และพร้อมที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ หากอดีตผู้สื่อข่าวคนดังกล่าวเชื่อว่าเขาเกี่ยวข้อง ก็สามารถแจ้งความได้เลย

ท้ายที่สุดแล้ว การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับวัดพระบาทน้ำพุ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย การเปิดใจรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง และการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคม และที่สำคัญที่สุด อย่าลืมว่า นานาจิตตัง ความคิดที่แตกต่างคือเรื่องธรรมดา

ที่มา – นานาจิตตัง! ‘เลขาฯปู’ กก.วัดพระบาทน้ำพุ แจงปม ‘หมอบี’ วอนสังคมแยกแยะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *