นายกฯตีตก 4 ร่าง พ.ร.บ. ดับฝัน THACCA
ประเด็นการเมืองที่กำลังถูกจับตามอง คือกรณี นายกฯตีตก 4 ร่าง พ.ร.บ. ดับฝัน THACCA หลังเว็บไซต์รัฐสภาเผยแพร่ผลการรับฟังความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 77 โดยระบุว่ามีร่างกฎหมาย 4 ฉบับที่นายกรัฐมนตรีไม่รับรอง เนื่องจากประธานสภาผู้แทนราษฎรวินิจฉัยว่าเป็นร่างกฎหมายเกี่ยวกับการเงินตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 134 ส่งผลให้ร่างกฎหมายเหล่านี้ไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรได้
นายกฯตีตก 4 ร่าง พ.ร.บ. ดับฝัน THACCA เกิดอะไรขึ้น
การไม่รับรองร่างกฎหมายไม่ได้หมายความว่าเนื้อหาของกฎหมายถูกวินิจฉัยว่าผิดหรือไม่มีประโยชน์ แต่เป็นขั้นตอนตามรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับร่างกฎหมายซึ่งอาจมีผลต่อรายได้ รายจ่าย หรือการใช้เงินของแผ่นดิน เมื่อร่างกฎหมายถูกมองว่าเกี่ยวข้องกับการเงิน นายกรัฐมนตรีจึงต้องพิจารณาให้คำรับรองก่อนที่สภาจะรับไปพิจารณาต่อ
สำหรับเหตุการณ์ นายกฯตีตก 4 ร่าง พ.ร.บ. ดับฝัน THACCA ร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับเสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทย เนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่การกระจายอำนาจ การพนัน การคุ้มครองแรงงาน ไปจนถึงการส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ ซึ่งแต่ละฉบับมีเป้าหมายแตกต่างกัน แต่ล้วนเกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างและยกระดับการทำงานของภาครัฐ
4 ร่างกฎหมายที่นายกรัฐมนตรีไม่รับรอง
- ร่างกฎหมายกระจายอำนาจ เสนอให้แก้ไขกฎหมายว่าด้วยการกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมี น.ส.เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน กับคณะเป็นผู้เสนอ
- ร่างกฎหมายการพนัน เสนอให้แก้ไขพระราชบัญญัติการพนัน โดยมีนายนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ สส.นนทบุรี พรรคประชาชน กับคณะเป็นผู้เสนอ
- ร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงาน เสนอให้แก้ไขพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน โดยมีนายเซีย จำปาทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กับคณะเป็นผู้เสนอ
- ร่างกฎหมายส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ เสนอโดย น.ส.จิราพร สินธุไพร สส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย กับคณะ ซึ่งเป็นร่างที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับแนวคิด THACCA และนโยบายซอฟต์พาวเวอร์
THACCA กับความหวังผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ไทย
ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์เกิดขึ้นในช่วงรัฐบาลที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับการนำวัฒนธรรมไทยไปเผยแพร่ในต่างประเทศ และใช้ซอฟต์พาวเวอร์เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์พัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ แนวคิดดังกล่าวมุ่งใช้จุดแข็งด้านอาหาร ดนตรี ภาพยนตร์ แฟชั่น ศิลปะ การออกแบบ และกิจกรรมสร้างสรรค์อื่น ๆ มาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ประกอบการและประเทศ
สาระสำคัญของร่างกฎหมายคือการจัดตั้งสำนักงานส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ หรือ Thailand Creative Culture Agency ซึ่งเรียกสั้น ๆ ว่า THACCA ให้เป็นหน่วยงานรัฐรูปแบบใหม่ ไม่ใช่ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี หน่วยงานนี้ถูกวางบทบาทให้เป็นศูนย์กลางประสานงานนโยบาย งบประมาณ และการสนับสนุนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ
สาระสำคัญของ THACCA ในร่างกฎหมาย
- จัดตั้งคณะกรรมการนโยบายส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์แห่งชาติ เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์และจัดทำแผนปฏิบัติการระดับประเทศ โดยมีการทบทวนแผนอย่างน้อยทุก 5 ปี
- สร้างระบบคุ้มครองแรงงาน ครีเอเตอร์ และผู้ทำงานเบื้องหลัง ผ่านสัญญากลางและการควบคุมข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม
- จัดทำระบบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบอาชีพ พร้อมศูนย์ให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย ทรัพย์สินทางปัญญา สวัสดิการสังคม และการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท
- กำหนดอาชีพที่ได้รับการส่งเสริม และมอบสิทธิประโยชน์ด้านภาษีแก่ผู้ประกอบอาชีพที่ผ่านการยกระดับทักษะ
- สนับสนุนธุรกิจสตาร์ทอัพและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ด้วยสิทธิประโยชน์ทางภาษี การเงิน และการร่วมลงทุน
- จัดตั้งกองทุนเพื่อสนับสนุนการผลิต การเผยแพร่ และการส่งออกผลงานสร้างสรรค์ไทยสู่ตลาดต่างประเทศ
แนวคิดของ THACCA จึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่การประชาสัมพันธ์วัฒนธรรมไทย แต่ยังครอบคลุมการสร้างระบบนิเวศที่ช่วยให้คนทำงานมีโอกาสเติบโตอย่างเป็นธรรม ตั้งแต่การพัฒนาทักษะ การเข้าถึงเงินทุน การดูแลสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ไปจนถึงการผลักดันผลงานออกสู่ตลาดโลก หากมีกฎหมายรองรับอย่างชัดเจน ผู้ประกอบการก็อาจวางแผนธุรกิจได้ง่ายขึ้น และหน่วยงานรัฐสามารถทำงานไปในทิศทางเดียวกัน
ผลกระทบต่อผู้ประกอบการและคนทำงานสร้างสรรค์
กรณี นายกฯตีตก 4 ร่าง พ.ร.บ. ดับฝัน THACCA ทำให้เกิดคำถามว่า นโยบายซอฟต์พาวเวอร์จะเดินหน้าต่อด้วยกลไกใด เพราะร่างกฎหมายฉบับนี้ถูกออกแบบมาเพื่อรวมการสนับสนุนหลายด้านไว้ในหน่วยงานเดียว การไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภาได้ อาจทำให้การจัดตั้งหน่วยงานและกองทุนตามแนวคิดดังกล่าวต้องชะลอ หรือจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนแนวทางทางกฎหมายใหม่
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการและครีเอเตอร์ยังสามารถติดตามความคืบหน้าจากภาครัฐได้อย่างใกล้ชิด เพราะการผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ไม่จำเป็นต้องพึ่งกฎหมายเพียงฉบับเดียว รัฐบาลอาจใช้มาตรการงบประมาณ โครงการส่งเสริม การพัฒนาทักษะ หรือความร่วมมือกับเอกชนเป็นเครื่องมือระยะสั้น ขณะเดียวกัน การมีกฎหมายที่ชัดเจนก็ยังสำคัญในระยะยาว เพื่อให้การสนับสนุนมีความต่อเนื่อง โปร่งใส และไม่เปลี่ยนแปลงตามนโยบายของรัฐบาลแต่ละชุด
มุมมองที่น่าสนใจคือ การสร้างซอฟต์พาวเวอร์ให้ประสบความสำเร็จต้องเริ่มจากการลงทุนกับคนทำงานและระบบสนับสนุน ไม่ใช่เพียงการเลือกผลงานไปโปรโมตในต่างประเทศเท่านั้น หากไทยต้องการให้วัฒนธรรมกลายเป็นพลังทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง ก็ควรเปิดพื้นที่ให้ครีเอเตอร์มีส่วนร่วม รับฟังปัญหาจากผู้ประกอบการ และออกแบบมาตรการที่เข้าถึงได้จริง
แม้ร่างกฎหมายส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์จะยังไม่สามารถเข้าสู่การพิจารณาของสภาในครั้งนี้ แต่ประเด็น THACCA และซอฟต์พาวเวอร์ยังเป็นเรื่องที่สังคมควรติดตามต่อไป เพราะอนาคตของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยขึ้นอยู่กับทั้งนโยบายที่ต่อเนื่อง กติกาที่เป็นธรรม และโอกาสที่เปิดให้คนไทยสามารถเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ให้กลายเป็นอาชีพและรายได้ที่มั่นคง
สำหรับคนทำงานสร้างสรรค์ ผู้ประกอบการ และประชาชนที่สนใจ ควรติดตามท่าทีของรัฐบาลและรัฐสภาอย่างสม่ำเสมอ พร้อมร่วมเสนอความคิดเห็นต่อแนวทางใหม่ ๆ เพื่อให้การพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์ไทยตอบโจทย์คนทำงานจริงมากที่สุด
ที่มา – นายกฯตีตก 4 ร่างพ.ร.บ. ดับฝัน ‘THACCA’ นโยบายเรือธง ‘เพื่อไทย’ ชูซอฟต์พาวเวอร์