นายกฯฝรั่งเศสคนใหม่เอาใจฝ่ายซ้าย หลังเครดิตความน่าเชื่อถือลด
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 14 กันยายน ที่ผ่านมา ประเทศฝรั่งเศสได้รับผลกระทบจากการที่บริษัท ฟิตช์ เรตติงส์ ปรับลดเครดิตของประเทศจาก AA- เหลือ A+ ซึ่งเป็นการลดระดับ “เครดิตความน่าเชื่อถือ” ที่สะท้อนถึงความสามารถในการชำระหนี้ของรัฐบาล
นายกฯฝรั่งเศสคนใหม่เอาใจฝ่ายซ้าย หลังเครดิตความน่าเชื่อถือลด
ท่าทีของ นีกอลาส เลอคอร์นู ที่เข้ารับตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของฝรั่งเศสเพียงไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ กลับมามีบทบาทอย่างชัดเจน หลังจากที่หันหลังให้นโยบายที่ถกเถียงกันของรัฐบาลก่อนหน้า โดยเฉพาะในเรื่องของการยกเลิกวันหยุดราชการ
ในคำแถลงของเขา ได้เปิดเผยว่า “ผมตัดสินใจที่จะยุติแผนการยกเลิกวันหยุดราชการ 2 วัน” พร้อมกับระบุว่า ต้องการเปิดพื้นที่สำหรับการเจรจาใหม่กับหุ้นส่วนทางสังคม เพื่อหาวิธีจัดหาเงินทุนสำหรับงบประมาณในปี 2025
การเมืองฝรั่งเศสขัดแย้งกันเอง
หนึ่งในสาเหตุที่นำไปสู่การปรับลดเครดิตความน่าเชื่อถือของฝรั่งเศส ก็คือความไม่มั่นคงทางการเมือง โดยเฉพาะการที่สภาผู้แทนราษฎรไม่ให้ความไว้วางใจรัฐบาลของฟรองซัวส์ เบย์รู จนทำให้เขาต้องลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นับเป็นระบบที่มีเสถียรภาพทางการเมืองลดลง
ฟิตช์ เรตติงส์ ระบุอย่างชัดเจนอีกว่า “หากไม่มีการดำเนินการอย่างเร่งด่วน การขาดดุลงบประมานของฝรั่งเศสจะไม่สามารถลดลงเหลือ 3% ของ GDP ภายในปี 2026” นี่เป็นข้อกังวลอย่างยิ่งต่ออนาคตทางเศรษฐกิจของประเทศ
- ความน่าเชื่อถือของประเทศลดลงเหลือระดับ A+
- การเมืองภายในฝรั่งเศสตกอยู่ในความขัดแย้ง
- นโยบายใหม่ของนายกฯคนใหม่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อฝ่ายซ้าย
- การจัดสรรงบประมาณปี 2025 เป็นประเด็นสำคัญ
ท่าทีของเลอคอร์นูถือว่าเป็นการตอบโจทย์ต่อบรรยากาศทางการเมืองที่ขัดแย้ง และแสดงให้เห็นถึงการเข้าข้างฝ่ายซ้ายอย่างชัดเจนหลังได้รับการแต่งตั้ง นี่อาจเป็นขั้นตอนเบื้องต้นที่ช่วยให้รัฐบาลฝรั่งเศสสามารถกลับมาได้รับความไว้วางใจจากนักลงทุน ทั้งในและต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม การฟื้นฟูความน่าเชื่อถือของประเทศฝรั่งเศสต้องใช้เวลาและความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐและเอกชน หากทุกฝ่ายร่วมมือกันได้จริง ความเสื่อมถอยในเรตติ้งของประเทศจะสามารถพลิกกลับได้ภายในไม่กี่ปีข้างหน้า
ที่มา – นายกฯฝรั่งเศสคนใหม่เอาใจฝ่ายซ้าย หลังเครดิตความน่าเชื่อถือประเทศลดลง