‘นายกฯหนู’ ยันโครงการ ‘คนละครึ่ง’ เริ่มต.ค.นี้

ในวันที่ 26 กันยายน 2567 ที่หน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าของโครงการคนละครึ่ง โดยยืนยันว่า ‘นายกฯหนู’ ยันโครงการ ‘คนละครึ่ง’ เริ่มต.ค.นี้ จะสามารถเริ่มดำเนินการได้ทันทีในเดือนตุลาคมนี้ นายอนุทินพยักหน้าตอบรับคำถามจากสื่อมวลชน และกล่าวเพิ่มเติมว่ารายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้จากนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

‘นายกฯหนู’ ยันโครงการ ‘คนละครึ่ง’ เริ่มต.ค.นี้

โครงการคนละครึ่งถือเป็นหนึ่งในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงโควิด-19 โดยช่วยให้ประชาชนสามารถซื้อสินค้าและบริการได้ในราคาที่ถูกลงผ่านการแบ่งชำระเงินระหว่างรัฐบาลและผู้ใช้ ในรอบนี้ รัฐบาลตั้งใจจะนำโครงการกลับมาเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังสถานการณ์คลี่คลาย โครงการนี้จะช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มรายได้น้อย ให้สามารถเข้าถึงสินค้าจำเป็นมากขึ้น นายกรัฐมนตรี ‘นายกฯหนู’ ได้แสดงความมั่นใจว่าการเริ่มโครงการในเดือนตุลาคมจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รายละเอียดโครงการคนละครึ่งที่กำลังจะเริ่ม

จากข้อมูลเบื้องต้น โครงการ ‘คนละครึ่ง’ ครั้งใหม่จะคล้ายกับรุ่นก่อนหน้า โดยรัฐบาลจะสนับสนุนเงินสูงสุด 50% ของยอดซื้อ สูงสุดไม่เกิน 150 บาทต่อวันต่อคน ผู้เข้าร่วมต้องลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังค์ และใช้จ่ายกับร้านค้าที่เข้าร่วมเท่านั้น ร้านค้าต่างๆ จะได้รับประโยชน์โดยตรงจากการเพิ่มยอดขาย ซึ่งจะช่วยหมุนเวียนเงินในชุมชน นอกจากนี้ รัฐบาลยังวางแผนขยายจำนวนผู้เข้าร่วมให้ครอบคลุมประชาชนมากขึ้น เพื่อให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจที่กว้างขวางยิ่งขึ้น

การยืนยันจาก ‘นายกฯหนู’ ยันโครงการ ‘คนละครึ่ง’ เริ่มต.ค.นี้ สร้างความหวังให้กับประชาชนจำนวนมากที่กำลังเผชิญกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่เศรษฐกิจยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ โครงการนี้ไม่เพียงช่วยเหลือผู้บริโภค แต่ยังสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยให้อยู่รอดได้อีกด้วย

ประโยชน์ของโครงการคนละครึ่งต่อเศรษฐกิจไทย

โครงการคนละครึ่งในอดีตเคยช่วยกระตุ้น GDP ได้ถึง 1-2% ตามการประเมินของนักเศรษฐศาสตร์ การกลับมาของโครงการนี้จะช่วยลดช่องว่างทางรายได้ และส่งเสริมการท่องเที่ยวในท้องถิ่นผ่านการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ผู้ประกอบการ SME จะได้รับโอกาสในการขายสินค้า โดยเฉพาะอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภค นอกจากนี้ ยังช่วยลดการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ โดยส่งเสริมการบริโภคสินค้าไทย

  • ช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน
  • กระตุ้นยอดขายร้านค้าท้องถิ่น
  • สนับสนุนเศรษฐกิจฐานราก
  • ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่สนใจควรเตรียมตัวลงทะเบียนให้ทัน โดยติดตามประกาศจากกระทรวงการคลังอย่างใกล้ชิด ‘นายกฯหนู’ ยันโครงการ ‘คนละครึ่ง’ เริ่มต.ค.นี้ เป็นสัญญาณบวกที่แสดงถึงความตั้งใจของรัฐบาลในการดูแลประชาชน

ในมุมมองของผู้เขียน โครงการนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ หากดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประชาชนควรใช้โอกาสนี้ในการสนับสนุนร้านค้าท้องถิ่นเพื่อให้เกิดผลกระทบเชิงบวกยั่งยืน ชวนทุกท่านติดตามข่าวสารเพิ่มเติมและเตรียมตัวเข้าร่วมโครงการเพื่อประโยชน์สูงสุด

ที่มา – ‘นายกฯหนู’ ยันโครงการ ‘คนละครึ่ง’ เริ่มต.ค.นี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *