นายกฯอนุทิน โพสต์ถึงใคร ชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็นคนชอบกลนักฯ

นายกฯอนุทิน โพสต์ถึงใคร ชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็นคนชอบกลนักฯ

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกโซเชียลมีเดียทันที เมื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวด้วยการหยิบยกบทกลอนอันโด่งดังมาโพสต์ทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจ การออกมาโพสต์ของ นายกฯอนุทิน โพสต์ถึงใคร ชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็นคนชอบกลนักฯ ทำให้ชาวเน็ตต่างวิพากษ์วิจารณ์และจับตามองอย่างใกล้ชิดว่า การที่ท่านนายกฯ โพสต์ข้อความนี้มีความนัยอะไรแอบแฝงอยู่หรือไม่

บทกลอนดังกล่าวที่ท่านนายกฯ นำมาโพสต์คือ “ชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก อีกใครฟังดนตรีไม่เห็นเพราะ เขานั้นเหมาะคิดขบถอัปลักษณ์” ซึ่งเป็นบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) แปลมาจากบทละครเรื่อง The Merchant of Venice ของวิลเลียม เชกสเปียร์ โดยในโพสต์ดังกล่าวยังมีรูปภาพวง ABA วงดนตรีป็อปชื่อดังระดับโลกประกอบอยู่ด้วย

เบื้องลึกเบื้องหลังการโพสต์ นายกฯอนุทิน โพสต์ถึงใคร ชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็นคนชอบกลนักฯ

หลายคนตั้งคำถามว่าทำไมอยู่ดีๆ ถึงมีการเคลื่อนไหวเช่นนี้ ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากกรณีที่ก่อนหน้านี้ นายรัศม์ ชาลีจันทร์ หรือที่รู้จักกันในนาม “ทูตนอกแถว” ได้ออกมาโพสต์วิพากษ์วิจารณ์เหตุการณ์ที่ท่านนายกฯ ได้ร้องเพลง “เถียนมี่มี่” ในระหว่างงานเลี้ยงมื้อกลางวัน โดยมีนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีนเป็นเจ้าภาพ โดยนายรัศม์ได้มองว่าเพลงนี้เป็นเพลงที่เชย และเป็นประเด็นอ่อนไหวทางการเมืองจนทำให้ฝ่ายจีนอาจไม่พอใจ

หากวิเคราะห์ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จะเห็นได้ว่าประเด็นนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องดนตรีทั่วไป แต่สะท้อนให้เห็นถึงมุมมองทางการเมืองที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง นี่คือสิ่งที่สังคมกำลังพูดถึง:

  • การใช้คำเปรียบเปรยผ่านวรรณกรรมคลาสสิกเพื่อโต้ตอบสถานการณ์การเมือง
  • อิทธิพลของการเลือกเพลงในการทูตระหว่างประเทศ
  • ความเห็นต่างระหว่างนักการเมืองและอดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงของ นายกฯอนุทิน โพสต์ถึงใคร ชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็นคนชอบกลนักฯ จะเป็นการตั้งใจสื่อถึงใครโดยเฉพาะหรือไม่ แต่การหยิบยกบทกวีอันทรงคุณค่ามาใช้ ก็ถือเป็นการสะท้อนวิสัยทัศน์ในแบบฉบับของผู้นำที่ใช้ศิลปะและดนตรีเป็นเครื่องมือในการสื่อสารสังคมได้เป็นอย่างดี สุดท้ายแล้วไม่ว่าคุณจะมองเรื่องนี้อย่างไร ดนตรีก็ยังคงเป็นภาษาสากลที่เชื่อมโยงหัวใจผู้คน หากแต่ต้องรู้จักกาลเทศะเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันในเวทีโลก

ที่มา – ‘นายกฯอนุทิน’ โพสต์ถึงใคร ‘ชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก’เขานั้นเหมาะคิดขบถอัปลักษณ์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *