‘นายกฯอิ๊งค์’ ไม่ถอดใจ ศาล รธน.ตัดสินปมคลิปเสียง 29 ส.ค.

สถานการณ์การเมืองยังคงเคลื่อนไหวเข้มข้น เมื่อวันที่ 29 ส.ค.นี้ ศาลรัฐธรรมนูญ (รธน.) จะมีคำวินิจฉัยกรณีคลิปเสียงบทสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับ สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภาแห่งกัมพูชา โดยมีสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 36 คน ยื่นคำร้องให้วินิจฉัยว่า น.ส.แพทองธาร ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริต และฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรม จนควรถอดถอนจากตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรค 1 (4) ประกอบมาตรา 106 (4) และ (5)

‘นายกฯอิ๊งค์’ ไม่ถอดใจ ศาล รธน.ตัดสินปมคลิปเสียง 29 ส.ค.

หลังจากผ่านการไต่สวนเมื่อวันที่ 21 ส.ค. ศาลรัฐธรรมนูญให้คู่กรณียื่นข้อเท็จจริงเพิ่มเติมภายในวันที่ 25 ส.ค. และมีกำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ลงมติ และอ่านคำวินิจฉัยในวันที่ 29 ส.ค. เวลา 15.00 น. ด้วย ความเห็นส่วนตัวของตุลาการแต่ละท่านสามารถเตรียมได้เพียง 1 วัน ทำให้คาดกันว่าผลคำวินิจฉัยอาจไม่ล่าช้า

การเมืองลุ้นทุกมติ

ท่ามกลางความตึงเครียดของสถานการณ์ มีหลายเสียงออกมาวิเคราะห์ว่า น.ส.แพทองธาร อาจมีความเคลื่อนไหวลาออกจากตำแหน่งนายกฯ หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 26 ส.ค. อย่างไรก็ตาม “นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ” ประธาน สส.พรรคเพื่อไทย ยืนยันอย่างชัดเจนว่า ไม่มีข่าวการลาออกของนายกฯ และยืนยันว่านายกฯจะต่อสู้จนถึงคำวินิจฉัยโดยศาล

ด้าน “นายสมชาย แสวงการ” อดีต สว. กล่าวว่าหากศาลตัดสินว่า แพทองธาร ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตจริง ๆ เป็นไปได้ว่าผลคำวินิจฉัยจะมีมติ 9 ต่อ 0 ทำให้สิ้นสุดบทบาทนายกฯ ทันที แม้จะยื่นอุทธรณ์ก็ไม่สามารถกลับมาได้อีก

ทั้งนี้ แม้ น.ส.แพทองธาร จะรอดจากคำตัดสินศาล ท่าทีของพรรคเพื่อไทยก็ยังยืนยันว่าเธอจะบริหารประเทศต่อจนครบวาระ แต่นายสมชายกล่าวว่า “ประเทศไม่รอด” หาก แพฯ ยังอยู่ต่อในตำแหน่งหลังเกิดวิกฤติความเชื่อมั่นเช่นนี้

ปมที่ดินเขากระโดง และความโปร่งใสของ รฟท.

ขณะเดียวกันการตรวจสอบของ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 19-21 ส.ค. ก็ยังเป็นอีกประเด็นที่ติดตามได้ โดยเจ้าหน้าที่พบว่าพื้นที่จริงมีขนาด 4,414 ไร่ แทนที่จะเป็น 5,083 ไร่ ตามระวางแผนที่เดิม นอกจากนี้ยังพบว่ามีผู้มีอำนาจที่ออกโฉนดให้กันกลับไปกลับมาในช่วงที่ใกล้เลือกตั้ง ซึ่งอาจเข้ากรณีการออกโฉนดโดยมิชอบ และอาจเป็นคดีพิเศษ

  • พื้นที่ตรวจสอบพบสิ่งปลูกสร้างทับทางสาธารณใช้
  • มีประชาชนยื่นร้องขอความเป็นธรรมกว่า 300 ราย
  • เร่งตรวจสอบการทำนิติกรรมอำพรางในโฉนด
  • มีความเสี่ยงต่อการเป็นคดีพิเศษตามกฎหมาย

ทั้งนี้หากพบความผิดจริง ดีเอสไออาจได้รับเรื่องเป็นคดีพิเศษ ซึ่งรวมถึงความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและฟอกเงิน จึงต้องรอดูว่าจะมีการพิสูจน์ข้อมูลใดเพิ่มเติมจากฝ่ายโต้แย้ง

สถานการณ์ตอนนี้ไม่ได้มีปัญหาแค่ด้านการเมือง แต่ส่งผลถึงความเชื่อมั่นของประชาชนที่ต่ำลงไปเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชา การบริหารงานของรัฐบาล และมารยาททางสภาฯ ที่หลายครั้งถูกกล่าวว่าหลบหนีการพิจารณาของฝ่ายค้าน

กระทั่งกรณี “นายไชยา พรหมา” รองประธานสภาฯ ซึ่งปิดการประชุมก่อนเจาะประเด็นเอ็มโอยู 43-44 ทำให้ “นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชน ออกมาวิจารณ์การกระทำว่าฝ่าฝืนการตกลงภายในสภา และเป็นรัฐบาลที่ไม่มีเสถียรภาพ

การเมืองไทยตอนนี้กำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนที่ใหญ่ ไม่ว่าจะจากการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ หรือการขุดเจาะข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้นำ ทุกอย่างล้วนมีผลต่อน้ำหนักเสียงของรัฐบาลและการรับรู้ของประชาชน หากไม่มีความชัดเจนและโปร่งใส ความเสียหายอาจยืดยาวเกินกว่าที่จะควบคุม

เดือนสิงหาคมนี้ คือเดือนที่ตัดสินอนาคตทางการเมืองของภาครัฐในประเทศไทย

ที่มา – ‘นายกฯอิ๊งค์’ ไม่ถอดใจ 29 ส.ค. ศาล รธน.ตัดสินปมคลิปเสียง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *