นายกฯ สั่งเตรียมศูนย์พักพิงรับมืออุทกภัย

รัฐบาลเร่งยกระดับการรับมือสถานการณ์น้ำท่วม หลังหลายพื้นที่ยังอยู่ในช่วงเฝ้าระวัง และมีแนวโน้มเกิดฝนตกหนักในภาคใต้ช่วงวันที่ 4-10 ตุลาคม นายกรัฐมนตรีได้ประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ หรือ บกปภ.ช. ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์จากจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมกำชับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศให้เตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะการจัดตั้งศูนย์พักพิงและการดูแลประชาชนกลุ่มเปราะบาง

สาระสำคัญของการประชุมคือการวางแผนล่วงหน้า ไม่รอให้เกิดน้ำท่วมรุนแรงแล้วจึงเริ่มเคลื่อนย้ายประชาชน เพราะการช่วยเหลือในช่วงที่ถนนถูกตัดขาดหรือบ้านเรือนมีน้ำท่วมสูงจะทำได้ยากขึ้น นายกรัฐมนตรีจึงเน้นย้ำให้ทุกจังหวัดประเมินความเสี่ยงและจัดทำแผนปฏิบัติการที่ชัดเจน เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตัดสินใจและเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว

เตรียมศูนย์พักพิงรับมืออุทกภัย

นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ระดับพื้นที่ เตรียมศูนย์พักพิงให้พร้อมใช้งานในทุกจุดที่มีความจำเป็น ภายในศูนย์ควรมีอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค เวชภัณฑ์ ทีมแพทย์ ระบบไฟฟ้า และน้ำประปาอย่างเพียงพอ รวมถึงต้องจัดพื้นที่ให้เหมาะสมกับผู้สูงอายุ เด็ก ผู้ป่วยติดเตียง และผู้ที่ช่วยเหลือตัวเองได้จำกัด

การเตรียมศูนย์พักพิงรับมืออุทกภัยไม่ควรทำเพียงแค่จัดสถานที่ไว้เท่านั้น แต่ต้องตรวจสอบเส้นทางการเดินทาง ห้องน้ำ จุดประกอบอาหาร ระบบสื่อสาร และความปลอดภัยของผู้พักพิงด้วย หากมีการอพยพ ประชาชนควรได้รับข้อมูลที่ชัดเจนว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบ เส้นทางใดปลอดภัย และจะเดินทางไปยังจุดพักพิงอย่างไร

การดูแลกลุ่มเปราะบางต้องทำก่อนเกิดเหตุ

กลุ่มเปราะบางเป็นกลุ่มที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เพราะการเคลื่อนย้ายผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยติดเตียงในช่วงน้ำท่วมอาจมีความเสี่ยงสูง นายกรัฐมนตรีจึงขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาเคลื่อนย้ายคนกลุ่มนี้ไปยังศูนย์พักพิงหรือสถานพยาบาลก่อนที่สถานการณ์จะรุนแรง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการแจ้งเตือนฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก หรือน้ำท่วมฉับพลัน

สำหรับผู้ป่วยติดเตียง หากโรงพยาบาลชุมชนหรือสถานพยาบาลในพื้นที่มีศักยภาพรองรับ ก็ควรพิจารณาให้ผู้ป่วยเข้าพักรักษาในสถานพยาบาล เพราะมีทีมแพทย์และพยาบาลคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันต้องบริหารกำลังบุคลากรทางการแพทย์ ไม่ให้ทำงานต่อเนื่องจนเกิดความเหนื่อยล้า ซึ่งอาจส่งผลต่อการวินิจฉัยและการรักษา

ภาคใต้ต้องทบทวนแผนรับมือฝนตกหนัก

กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าภาคใต้มีโอกาสเกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยฝั่งตะวันตกอาจมีฝนครอบคลุมหลายจังหวัด ส่วนฝั่งตะวันออกอาจมีฝนตกหนักบางแห่ง พื้นที่ที่มีฝนสะสมจึงต้องระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดในภาคใต้ได้รับมอบหมายให้ทบทวนแผนเผชิญเหตุเป็นรายอำเภอ พร้อมระบุพื้นที่เสี่ยงและรายชื่อกลุ่มเปราะบางให้ชัดเจน

นอกจากศูนย์พักพิงแล้ว แต่ละพื้นที่ควรเตรียมเครื่องสูบน้ำ เรือ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า อาหาร ยา และทีมกู้ภัยให้พร้อมก่อนฝนตก หากจำเป็นต้องอพยพประชาชนล่วงหน้า จะต้องมีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบตั้งแต่ต้นทางจนถึงจุดปลอดภัย เพื่อป้องกันการสูญหายและลดความสับสนระหว่างการเดินทาง

ประสานงานเป็นทีมเดียว ลดความซ้ำซ้อน

การช่วยเหลือผู้ประสบภัยจำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงาน ทั้งฝ่ายทหาร ฝ่ายปกครอง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หน่วยงานท้องถิ่น และทีมกู้ภัย นายกรัฐมนตรีกำชับให้ทุกฝ่ายบูรณาการการทำงานเป็นชุดปฏิบัติการเดียว โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้และลุ่มน้ำสำคัญ เพื่อให้การสั่งการเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

ศูนย์บัญชาการในพื้นที่ควรเปิดทำงานตลอดเวลา พร้อมจัดเวรเจ้าหน้าที่ให้เหมาะสม ไม่ให้บุคลากรเกิดความอ่อนล้า ข้อมูลแจ้งเตือนประชาชนต้องถูกต้อง กระชับ เข้าใจง่าย และทันต่อสถานการณ์ ส่วนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยควรทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางข้อมูล ประสานปัญหา และติดตามการช่วยเหลือให้ลงไปถึงระดับหมู่บ้าน

บริหารสิ่งของบริจาคให้ถึงผู้ประสบภัย

อีกประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญคือการบริหารสิ่งของบริจาค ไม่ว่าจะเป็นอาหาร น้ำดื่ม เสื้อผ้า ยา หรือเครื่องใช้จำเป็น หน่วยงานที่รับผิดชอบควรสำรวจความต้องการของแต่ละพื้นที่ก่อนจัดส่ง เพื่อไม่ให้สิ่งของกระจุกตัวอยู่ที่จังหวัดใดจังหวัดหนึ่งมากเกินไป ขณะเดียวกันต้องป้องกันอาหารบูดเสียหรือสิ่งของที่ไม่ตรงกับความจำเป็น

จังหวัดที่มีความพร้อมและได้รับสิ่งของบริจาคมาก อาจทำหน้าที่เป็นศูนย์กระจายสินค้าไปยังจังหวัดหรือพื้นที่ที่ขาดแคลน วิธีนี้จะช่วยให้ทรัพยากรถูกนำไปใช้ได้อย่างคุ้มค่า และทำให้ความช่วยเหลือไปถึงประชาชนอย่างทั่วถึงมากขึ้น

เร่งวางแผนระบายน้ำและฟื้นฟูหลังน้ำลด

นายกรัฐมนตรียังเน้นเรื่องการระบายน้ำออกจากพื้นที่ เนื่องจากน้ำท่วมขังเป็นเวลานานอาจทำให้น้ำเน่าเสีย เกิดขยะสะสม และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคติดต่อ หลังน้ำลด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งตรวจสอบคุณภาพน้ำ จัดการสิ่งปฏิกูล เก็บขยะ และฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภคให้กลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัย

ประชาชนเองควรติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด เตรียมเอกสารสำคัญ ยาประจำตัว อาหารแห้ง น้ำดื่ม และอุปกรณ์สื่อสารไว้ในจุดที่หยิบใช้งานได้ทันที หากได้รับคำสั่งให้อพยพ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่และหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านกระแสน้ำเชี่ยว

การเตรียมศูนย์พักพิงรับมืออุทกภัยล่วงหน้าเป็นหัวใจสำคัญของการลดความสูญเสีย ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันตั้งแต่การเฝ้าระวัง การแจ้งเตือน การอพยพ การดูแลสุขภาพ ไปจนถึงการฟื้นฟูหลังน้ำลด หากประชาชนและหน่วยงานเตรียมตัวอย่างเป็นระบบ ก็จะช่วยให้ผ่านสถานการณ์น้ำท่วมไปได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

ข้อคิดสำคัญ: การรับมือน้ำท่วมที่ดีไม่ใช่การรอแก้ปัญหาเมื่อเกิดเหตุ แต่คือการเตรียมพร้อมตั้งแต่วันนี้ ตรวจสอบข้อมูลจากทางการ วางแผนครอบครัว และช่วยกันดูแลผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ

ที่มา – นายกฯบัญชาการ‘บกปภ.ช.’จากบุรีรัมย์ สั่ง ผู้ว่าฯทั่วประเทศ เตรียมพร้อมศูนย์พักพิงรับมืออุทกภัย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *