นายกฯ อุบตอบสเปก ผบ.ตร. บอกฟังแล้วขนลุก
กลายเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด สำหรับการแต่งตั้งผู้นำสีกากีคนใหม่ เมื่อล่าสุด นายกฯ อุบตอบสเปก ผบ.ตร. จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และตั้งคำถามไปทั่ววงการตำรวจและสังคมไทย โดยเฉพาะเมื่อคำถามเรื่องคุณสมบัติผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งสูงสุดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติถูกหยิบยกขึ้นมาถามในการให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา
มุมมอง นายกฯ อุบตอบสเปก ผบ.ตร. พร้อมท่าทีน่าสนใจ
เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงทิศทางและแนวทางในการเลือก ผบ.ตร. คนใหม่ ซึ่งทางนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ก.ตร. กลับแสดงอาการสะดุ้งและกล่าวติดตลกว่า “พูดถึงคำว่าสเปกแล้วขนลุก” ท่าทีของ นายกฯ อุบตอบสเปก ผบ.ตร. ในครั้งนี้สร้างรอยยิ้มให้กับสื่อมวลชนที่อยู่หน้างานได้ไม่น้อย แต่ในขณะเดียวกันก็สะท้อนให้เห็นว่าการตัดสินใจเลือกบุคคลในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนและต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน
เกณฑ์การตัดสินใจและการให้น้ำหนักกับผลงาน
เมื่อถูกถามเจาะลึกถึงหลักเกณฑ์ที่ใช้ นายกฯ ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องอายุราชการและผลงาน ดังนี้:
- ยึดตามเจตนารมณ์กฎหมาย: การแต่งตั้งจะพิจารณาองค์ประกอบทุกอย่างที่กฎหมายกำหนดไว้ควบคู่กันไป
- ผลงานสำคัญกว่าอายุราชการ: นายกฯ ย้ำชัดว่า หากท่านใดที่เป็น ผบ.ตร. แล้วไม่สามารถทำให้บ้านเมืองสงบสุขได้ ต่อให้อายุราชการเหลือมากแค่ไหน ก็ไม่ใช่ปัจจัยหลักในการตัดสินใจ
- ประสิทธิภาพการทำงาน: สิ่งสำคัญที่สุดคือความสามารถในการบริหารจัดการและสร้างประโยชน์ให้แก่ประชาชนและประเทศชาติ
ช่วงท้ายก่อนจบการสัมภาษณ์ เมื่อมีนักข่าวถามจี้ประเด็นเรื่องชื่อบุคคลที่มีอายุราชการนานแต่ผลงานมีความโดดเด่น นายกฯ ถึงกับต้องกระแอมไอเสียงดังและทำท่าจับลำคอ ก่อนจะเดินเลี่ยงออกไป ท่าทางดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความอึดอัดใจในการตอบคำถามที่ละเอียดอ่อนนี้ ซึ่งถือเป็นสีสันที่น่าสนใจในวงการการเมืองไทยปัจจุบัน
บทสรุปของเรื่องนี้คงต้องรอการประชุม ก.ตร. อย่างเป็นทางการในวันที่ 22 กรกฎาคมนี้ ซึ่งสังคมไทยต่างเฝ้ารอว่าสุดท้ายแล้วใครจะได้รับความไว้วางใจให้เข้ามาทำหน้าที่สำคัญนี้ และจะสามารถตอบโจทย์ความคาดหวังของประชาชนในเรื่องความสงบเรียบร้อยได้อย่างแท้จริงหรือไม่ เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่า บทสรุปของการเลือกผู้นำสีกากีครั้งนี้จะเป็นไปตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้หรือไม่