นายทุนจีนโรงงานเซรามิกดัง งดจ่ายเงินเดือน ลอยแพลูกจ้าง

กรณี นายทุนจีนโรงงานเซรามิกดัง งดจ่ายเงินเดือน ลอยแพลูกจ้าง กลายเป็นประเด็นที่สร้างความเดือดร้อนให้คนงานและชุมชนในพื้นที่อย่างกว้างขวาง หลังโรงงานผลิตเซรามิกแห่งหนึ่งใน อ.นาทม จ.นครพนม ประกาศเลิกจ้างลูกจ้างรวม 192 คน ท่ามกลางปัญหาค้างจ่ายค่าจ้างและความไม่แน่นอนเกี่ยวกับอนาคตของกิจการ

เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ได้กระทบเฉพาะแรงงานที่ถูกเลิกจ้างเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อครอบครัว ร้านค้า และผู้ประกอบการรายย่อยที่อยู่รอบโรงงานด้วย หลายคนต้องรับภาระค่าใช้จ่ายประจำวัน ขณะที่ยังไม่ได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างที่ควรได้รับตามกำหนด

นายทุนจีนโรงงานเซรามิกดัง งดจ่ายเงินเดือน ลอยแพลูกจ้าง

จากข้อมูลที่เปิดเผย โรงงานแห่งนี้เริ่มต้นจากผู้บริหารชาวไทยที่เข้ามาซื้อที่ดินเพื่อทำสวนยางพารา แต่พบว่าพื้นที่ส่วนใหญ่มีดินขาว ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับการผลิตเซรามิก จึงเปลี่ยนแนวทางมาจัดตั้งโรงงานขนาดเล็กในช่วงแรก โดยเริ่มผลิตถ้วยกระเบื้องสำหรับรองรับน้ำยาง ก่อนปรับไปผลิตจาน ชาม แก้วกาแฟ และแจกัน หลังได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านเซรามิก

เมื่อสินค้าได้รับความสนใจและมีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น โรงงานจึงขยายกำลังการผลิตและนำเครื่องจักรเข้ามาเพิ่มเติม จากเดิมที่มีคนงานเพียงไม่กี่สิบคน จำนวนแรงงานเคยเพิ่มขึ้นสูงสุดประมาณ 500 คน สะท้อนให้เห็นว่าโรงงานแห่งนี้เคยเป็นแหล่งงานสำคัญของคนในท้องถิ่น

เบื้องหลังนายทุนจีนโรงงานเซรามิกดัง งดจ่ายเงินเดือน ลอยแพลูกจ้าง

ต่อมาในปี 2567 มีนายทุนชาวจีนไต้หวันเข้ามาร่วมลงทุน โดยจดทะเบียนบริษัทเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2567 ด้วยทุนจดทะเบียน 150 ล้านบาท และมีทั้งนายทุนจีนกับเจ้าของเดิมชาวไทยเป็นกรรมการ หลังจากนั้นมีผู้บริหารชาวจีนเข้ามาดูแลการทำงานภายในโรงงาน ส่งผลให้เกิดปัญหาความขัดแย้งบางส่วนระหว่างฝ่ายบริหารและคนงาน รวมถึงมีการทยอยลดจำนวนพนักงานลงอย่างต่อเนื่อง

โรงงานเคยติดต่อซื้อขายสินค้าผ่านเอเจนซี่เพื่อส่งออกไปยังยุโรปและสหรัฐอเมริกา แต่ช่วงต้นปี 2569 สินค้าเซรามิกจำนวน 3 ตู้คอนเทนเนอร์ที่ส่งไปสหรัฐฯ ถูกส่งกลับ เนื่องจากไม่ผ่านมาตรฐานที่กำหนด โดยข้อมูลที่ได้รับระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับมาตรการภาษีตามกระแสข่าวก่อนหน้านี้ สินค้าที่ถูกตีกลับยังคงเก็บอยู่ในโกดัง และหลังจากนั้นโรงงานก็ไม่มีคำสั่งซื้อใหม่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง

วิกฤตทางการเงินเริ่มเห็นชัดตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2569 นายทุนจีนเริ่มจ่ายค่าจ้างไม่สม่ำเสมอ ทำให้เจ้าของเดิมชาวไทยต้องสำรองเงินบางส่วนเพื่อช่วยพยุงกิจการ ต่อมาในเดือนสิงหาคมไม่มีการจ่ายเงินเดือนเต็มจำนวน ก่อนมีการประชุมเพื่อพิจารณาปิดกิจการและเลิกจ้างแรงงานรายวัน 168 คน โดยแจ้งให้มีผลวันที่ 7 กันยายน 2569 พร้อมอ้างเหตุผลว่าไม่มีคำสั่งซื้อและบริษัทขาดสภาพคล่อง

ลูกจ้างรอค่าจ้างและสิทธิประโยชน์ตามกฎหมาย

เดิมบริษัทแจ้งว่าจะจ่ายเงินค้างในวันที่ 7 กันยายน แต่ภายหลังขอเลื่อนไปเป็นวันที่ 15 กันยายน เมื่อถึงกำหนดกลับยังไม่มีการจ่ายเงิน ทำให้คนงานต้องร้องเรียนต่อหน่วยงานแรงงานจังหวัดนครพนม เจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานจึงลงพื้นที่รับเรื่อง ตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้คำแนะนำเกี่ยวกับสิทธิของผู้ถูกเลิกจ้าง

  • สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานรับคำร้องเกี่ยวกับค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา และค่าชดเชยจำนวน 154 ราย
  • สำนักงานจัดหางานขึ้นทะเบียนกรณีว่างงานแล้ว 120 ราย พร้อมให้คำแนะนำด้านอาชีพ
  • สำนักงานประกันสังคมชี้แจงสิทธิประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานแก่ผู้ประกันตน
  • แรงงานที่มีสิทธิอาจได้รับการช่วยเหลือตามอายุงาน ตั้งแต่ 30 วันถึง 90 วัน ตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายแรงงาน

นอกจากแรงงานรายวัน 168 คนแล้ว ยังมีพนักงานรายเดือนอีก 24 คนที่ได้รับผลกระทบ โดยมีกำหนดเลิกจ้างแตกต่างกัน และบางรายยังรอเงินเดือนค้างจ่ายรวม 2 เดือน สถานการณ์ดังกล่าวทำให้หลายครอบครัวต้องชะลอการใช้จ่ายและพึ่งพาความช่วยเหลือจากญาติหรือคนใกล้ชิด

ผลกระทบลามถึงร้านค้าในชุมชน

ร้านขายของชำและร้านอาหารตามสั่งบริเวณหน้าโรงงานก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน เจ้าของร้านเปิดเผยว่า คนงานจำนวนหนึ่งเคยซื้อสินค้าแบบติดเงินไว้ โดยยอดค้างจ่ายอยู่ที่ประมาณ 500-2,000 บาทต่อคน และบางรายการค้างมานานเกือบ 2 เดือน เดิมลูกค้ารายวันมักชำระเงินทุกวันที่ 7 และ 22 ส่วนพนักงานรายเดือนจะจ่ายช่วงสิ้นเดือน แต่เมื่อโรงงานหยุดจ่ายค่าจ้าง ร้านค้าก็ไม่สามารถเรียกเก็บเงินได้ตามปกติ

กรณี นายทุนจีนโรงงานเซรามิกดัง งดจ่ายเงินเดือน ลอยแพลูกจ้าง จึงสะท้อนความเปราะบางของธุรกิจที่พึ่งพาคำสั่งซื้อจากต่างประเทศ หากสินค้าไม่ผ่านมาตรฐานหรือไม่มีตลาดรองรับ ปัญหาด้านสภาพคล่องอาจส่งผลเป็นลูกโซ่ตั้งแต่โรงงาน แรงงาน ไปจนถึงธุรกิจรายย่อยในชุมชน

สิ่งสำคัญในระยะต่อไปคือการติดตามให้นายจ้างและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการเรื่องค่าจ้าง ค่าชดเชย และสิทธิประกันสังคมอย่างโปร่งใส คนงานควรรวบรวมเอกสารสัญญาจ้าง สลิปเงินเดือน หนังสือเลิกจ้าง และหลักฐานการทำงานไว้ให้ครบ เพื่อใช้ประกอบการยื่นคำร้อง การช่วยเหลือที่รวดเร็วและเป็นธรรมจะช่วยลดผลกระทบต่อครอบครัวแรงงานและสร้างความเชื่อมั่นให้กับชุมชนได้

บทเรียนจากเรื่องนี้คือ ทุกฝ่ายควรให้ความสำคัญกับมาตรฐานสินค้า การบริหารเงินทุน และการสื่อสารกับลูกจ้างอย่างตรงไปตรงมา เพราะเมื่อธุรกิจเกิดปัญหา ผู้ที่รับผลกระทบมากที่สุดมักเป็นคนทำงานตัวเล็ก ๆ และครอบครัวที่พึ่งพารายได้จากงานประจำ

ที่มา – เปิดเบื้องหลังนายทุนจีนโรงงานเซรามิกดัง งดจ่ายเงินเดือน-ลอยแพลูกจ้างนับร้อยชีวิต

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *