‘นายอาร์ม’ ตั้งข้อสังเกตบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด หวั่นกระทบหลักการลงคะแนนลับ

ในช่วงที่การเลือกตั้งกำลังเป็นประเด็นร้อนของสังคมไทย ‘นายอาร์ม’ ตั้งข้อสังเกตบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด หวั่นกระทบหลักการลงคะแนนลับ ได้กลายเป็นหัวข้อที่สร้างความฮือฮาอย่างมาก โดยเฉพาะจากมุมมองของ ดร.ธนานนท์ ปฏิญญาศักดิกุล หรือที่รู้จักกันในชื่อ นายอาร์ม อินฟลูเอนเซอร์สายไอทีชื่อดังที่มักให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับเทคโนโลยี

‘นายอาร์ม’ ตั้งข้อสังเกตบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด หวั่นกระทบหลักการลงคะแนนลับ

เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 นายอาร์มได้โพสต์ข้อความลงบนแฟนเพจของตัวเอง โดยแสดงความกังวลว่าบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งอาจถูกใช้เพื่อติดตามย้อนกลับไปยังผู้ลงคะแนน ซึ่งขัดแย้งกับหลักการลงคะแนนลับที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างชัดเจน เขาย้ำว่ากฎหมายห้ามไม่ให้ใครรู้ว่าเราลงคะแนนให้ใคร แม้แต่การถ่ายรูปบัตรหรือเขียนชื่อลงบนบัตรก็ผิดกฎหมายแล้ว

นายอาร์มชี้ให้เห็นว่าหากบาร์โค้ดสามารถสแกนเพื่อดูข้อมูลผู้เลือกตั้งได้ กกต. อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย และการเลือกตั้งนี้อาจเป็นโมฆะทั้งประเทศ เหมือนกรณีครั้งก่อนที่กกต. ตั้งฉากกั้นผิดด้านแค่นitsหน่วยเดียว แต่ทำให้การเลือกตั้งโมฆะทั้งประเทศ

กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับหลักการลงคะแนนลับ

เพื่อสนับสนุนข้อสังเกต นายอาร์มได้อ้างอิงกฎหมายหลายมาตรา ดังนี้

  • มาตรา 92: ใช้ถ้อยคำว่า “โดยตรงและลับ” เน้นย้ำว่าการลงคะแนนต้องเป็นความลับสุดยอด
  • มาตรา 93: บังคับให้พับบัตรเลือกตั้งเพื่อไม่ให้ผู้อื่นเห็นว่าลงคะแนนอย่างไร
  • มาตรา 96: ห้ามทำเครื่องหมายใดๆ ที่ทำให้สามารถสังเกตเห็นหรือระบุตัวตนได้บนบัตรเลือกตั้ง

บาร์โค้ดที่พิมพ์บนบัตรเลือกตั้งจึงถูกตั้งคำถามว่าอาจเป็น “เครื่องหมาย” ที่สามารถนำไปสู่การตรวจสอบย้อนกลับได้ โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีสแกนบาร์โค้ดทำได้ง่ายมาก

มุมมองจากกกต. เกี่ยวกับบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง

ทางด้านสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ได้ออกชี้แจงว่าบาร์โค้ดนี้ไม่ใช่เรื่องน่ากังวล เป็นเพียงมาตรการรักษาความปลอดภัยเพื่อระบุว่าบัตรล็อตไหน หน่วยเลือกตั้งไหน เพื่อควบคุมการแจกจ่ายและป้องกันการปลอมแปลง ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองหรือข้อมูลผู้ลงคะแนน กกต. ยืนยันว่ามันเป็นมาตรฐานสากลที่ใช้กันทั่วโลกเพื่อความโปร่งใสในการจัดการบัตร

อย่างไรก็ตาม ข้อโต้แย้งนี้ยังไม่ทำให้ประชาชนคลายกังวล เพราะในทางเทคนิค บาร์โค้ด QR Code หรือแบบอื่นๆ สามารถ encode ข้อมูลได้หลากหลาย หากมีฐานข้อมูลเชื่อมโยง ก็อาจเสี่ยงต่อการรั่วไหล โดยเฉพาะหากระบบถูกแฮกหรือมีการทุจริต

ความเสี่ยงของบาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง

จากมุมมองไอที บาร์โค้ดอาจเก็บข้อมูลเช่น หมายเลขหน่วยเลือกตั้ง หมายเลขล็อต ลำดับบัตร แต่ถ้ามีการผูกกับทะเบียนผู้ลงคะแนน เช่น หมายเลขบัตรประชาชน ก็อาจ track ได้ง่าย นี่คือเหตุผลที่นายอาร์มคาดว่าจะไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ เพราะขัดหลักประชาธิปไตยพื้นฐาน

ในอดีต ประเทศไทยเคยมีปัญหาการเลือกตั้งหลายครั้ง เช่น การโกงบัตร การซื้อสิทธิขายเสียง ดังนั้นหลักลงคะแนนลับจึงสำคัญยิ่ง หากประชาชนไม่มั่นใจ อาจนำไปสู่การฟ้องร้องและล้มการเลือกตั้ง

นอกจากนี้ โพสต์ของนายอาร์มยังได้รับการแชร์จำนวนมาก สร้างกระแสให้ประชาชนหันมาสนใจรายละเอียดบัตรเลือกตั้งมากขึ้น สามารถติดตามโพสต์ต้นทางได้ที่ แฟนเพจนายอาร์ม

สุดท้ายแล้ว เรื่องนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าการเลือกตั้งต้องโปร่งใสและเชื่อมั่นได้ 100% หากกกต. ชี้แจงเพิ่มเติมด้วยข้อมูลทางเทคนิคชัดเจน เช่น บาร์โค้ด encode อะไรบ้าง และไม่มีลิงก์กับข้อมูลส่วนบุคคล คงจะช่วยคลายข้อกังวลได้ คุณคิดอย่างไรกับประเด็น ‘นายอาร์ม’ ตั้งข้อสังเกตบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด หวั่นกระทบหลักการลงคะแนนลับ นี้? มาแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างกันเลยครับ เพื่อให้การเลือกตั้งของเราดีขึ้น!

ที่มา – ‘นายอาร์ม’ ตั้งข้อสังเกตบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด หวั่นกระทบหลักการลงคะแนนลับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *