นิคมฯอมตะซิตี้ชลบุรีอ่วม น้ำท่วมโรงงานหยุดผลิต 34 แห่ง
สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของประเทศกำลังส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันออกที่มีโรงงานและผู้ประกอบการจำนวนมาก ล่าสุด นิคมฯอมตะซิตี้ชลบุรีอ่วม น้ำท่วมโรงงานหยุดผลิต 34 แห่ง จากโรงงานที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด 150 แห่ง ทำให้หลายบริษัทต้องชะลอหรือหยุดการผลิตชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยของพนักงาน เครื่องจักร และวัตถุดิบ
นิคมฯอมตะซิตี้ชลบุรีอ่วม น้ำท่วมโรงงานหยุดผลิต 34 แห่ง
ข้อมูลจากกระทรวงอุตสาหกรรมระบุว่า เหตุอุทกภัยครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการใน 40 จังหวัด รวม 1,315 ราย แบ่งเป็นโรงงาน 77 ราย เอสเอ็มอี 1,179 ราย เหมืองแร่ 2 ราย และวิสาหกิจชุมชน 57 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 22.79 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังอาจเปลี่ยนแปลงได้ เนื่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างตรวจสอบและคัดกรองข้อมูลให้มีความถูกต้องมากขึ้น
สำหรับนิคมอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบ มีทั้งหมด 5 แห่ง โดยนิคมอมตะซิตี้ ชลบุรี เป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพราะมีโรงงานได้รับผลกระทบถึง 150 แห่ง และหยุดการผลิตแล้ว 34 แห่ง ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการในพื้นที่ยังต้องการรถบรรทุกขนาดใหญ่ ถุงยังชีพ เครื่องสูบน้ำ และอุปกรณ์ป้องกันน้ำ เพื่อช่วยบรรเทาสถานการณ์เร่งด่วน
ผลกระทบจากนิคมฯอมตะซิตี้ชลบุรีอ่วม น้ำท่วมโรงงานหยุดผลิต 34 แห่ง
สิ่งที่น่ากังวลไม่ได้มีเพียงน้ำที่ไหลเข้าพื้นที่โรงงานโดยตรงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผลกระทบต่อระบบการผลิตและการขนส่งในภาพรวมด้วย โรงงานบางแห่งอาจไม่ได้ถูกน้ำท่วม แต่ไม่สามารถเดินเครื่องได้ตามปกติ เพราะแรงงานเดินทางมาทำงานลำบาก วัตถุดิบส่งเข้าโรงงานไม่ได้ หรือรถขนส่งไม่สามารถผ่านเส้นทางที่มีน้ำท่วมสูง
จังหวัดที่มีผู้ประกอบการได้รับผลกระทบมากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร 312 ราย สมุทรปราการ 289 ราย และปราจีนบุรี 237 ราย ขณะที่จังหวัดอื่น ๆ ก็ได้รับผลกระทบในรูปแบบแตกต่างกัน เช่น ระยองมีผู้ประกอบการได้รับผลกระทบ 30 ราย มูลค่าความเสียหายประมาณ 13.8 ล้านบาท จันทบุรีมีโรงงานได้รับผลกระทบ 6 แห่ง ความเสียหายราว 4.75 ล้านบาท และฉะเชิงเทรามีผู้ประกอบการได้รับผลกระทบ 16 ราย มูลค่าความเสียหายเบื้องต้น 1 ล้านบาท
ส่วนสมุทรปราการ ซึ่งประกาศเป็นเขตภัยพิบัติใน 6 อำเภอ มีผู้ประกอบการได้รับผลกระทบ 25 ราย และประเมินความเสียหายสูงสุด 8.8 ล้านบาท ขณะที่นนทบุรีมีผู้ได้รับผลกระทบ 15 ราย ความเสียหายประมาณ 2 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นวัตถุดิบที่ได้รับความเสียหาย
น้ำท่วมกระทบซัพพลายเชนและแรงงานอย่างไร
กรุงเทพฯ ยังไม่มีรายงานโรงงานถูกน้ำท่วมโดยตรง แต่ผู้ประกอบการได้รับผลกระทบจากปัญหาโลจิสติกส์และการเดินทาง ด้านนครนายกมีผู้ได้รับผลกระทบ 32 ราย ส่วนใหญ่ต้องลดกำลังการผลิต เพราะแรงงานไม่สามารถเดินทางมาทำงานได้ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าอุทกภัยส่งผลเป็นลูกโซ่ ตั้งแต่แหล่งวัตถุดิบ โรงงาน คลังสินค้า การขนส่ง ไปจนถึงลูกค้าปลายทาง
ภาคอุตสาหกรรมจึงจำเป็นต้องประเมินความเสียหายให้ครอบคลุมมากกว่าพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมโดยตรง พื้นที่เกษตรซึ่งเป็นต้นทางของวัตถุดิบอาจได้รับความเสียหาย ทำให้วัตถุดิบขาดแคลนหรือมีต้นทุนสูงขึ้น ขณะเดียวกัน ถนน สะพาน และศูนย์กระจายสินค้าอาจใช้งานไม่ได้ ส่งผลให้ระยะเวลาการส่งมอบยาวนานขึ้น และกระทบความเชื่อมั่นของคู่ค้า
- โรงงานบางแห่งต้องหยุดผลิตเพื่อป้องกันความเสียหายต่อเครื่องจักร
- แรงงานเดินทางเข้าพื้นที่ไม่ได้ ทำให้ต้องลดกำลังการผลิต
- วัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูปอาจเสียหายจากน้ำและความชื้น
- การขนส่งล่าช้า ส่งผลต่อคำสั่งซื้อและห่วงโซ่อุปทาน
- ผู้ประกอบการต้องการเงินทุนเพื่อฟื้นฟูกิจการหลังน้ำลด
มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการหลังน้ำท่วม
กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการทั้งด้านการเงินและการฟื้นฟูสถานประกอบการ มาตรการเร่งด่วนที่ผู้ประกอบการต้องการ ได้แก่ การพักชำระหนี้ สินเชื่อฟื้นฟู การซ่อมเครื่องจักร การจัดหาเครื่องสูบน้ำ ถุงยังชีพ Big Bag อุปกรณ์กั้นน้ำ และการสนับสนุนด้านโลจิสติกส์
ปัจจุบัน SME D Bank มีมาตรการพักชำระหนี้นาน 12 เดือน และเติมทุนฉุกเฉินได้สูงสุด 200,000 บาท ขณะที่กองทุนหมุนเวียนของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมมีทั้งมาตรการพักชำระหนี้และสินเชื่อใหม่วงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาท โดยช่วง 6 เดือนแรกคิดดอกเบี้ย 0% นอกจากนี้ กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐยังมีมาตรการพักชำระหนี้ 3 เดือน เพื่อช่วยลดภาระในช่วงที่ธุรกิจยังไม่สามารถกลับมาเดินเครื่องได้เต็มกำลัง
กระทรวงอุตสาหกรรมยังเตรียมส่งทีมผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่เพื่อช่วยทำความสะอาด ซ่อมระบบไฟฟ้า ตรวจสอบเครื่องจักร ให้คำปรึกษาด้านการเงิน และวางแผน Logistics & Supply Chain ผ่านโครงการ Rebuild SME และ Retrofit พร้อมเตรียม Big Bag จำนวน 1,000 ถุง สำหรับหน่วยงานและสถานประกอบการที่ร้องขอ รวมถึงประสานรถบรรทุกขนาดใหญ่เข้าช่วยเหลือโรงงานในอมตะซิตี้ ชลบุรี
ผู้ประกอบการควรเตรียมตัวอย่างไร
ในระยะสั้น ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของพนักงาน ตัดระบบไฟฟ้าในจุดเสี่ยง เคลื่อนย้ายวัตถุดิบและเอกสารสำคัญขึ้นที่สูง รวมถึงบันทึกภาพความเสียหายอย่างเป็นระบบเพื่อใช้ประกอบการขอความช่วยเหลือหรือเคลมประกัน นอกจากนี้ควรติดต่อคู่ค้าเพื่อปรับแผนการส่งมอบ และเตรียมช่องทางขนส่งสำรองหากเส้นทางหลักยังใช้งานไม่ได้
ในระยะยาว เหตุการณ์ นิคมฯอมตะซิตี้ชลบุรีอ่วม น้ำท่วมโรงงานหยุดผลิต 34 แห่ง เป็นบทเรียนสำคัญให้ธุรกิจต้องมีแผนรับมือภัยพิบัติที่ชัดเจน ทั้งการสำรองวัตถุดิบ การจัดทำรายชื่อซัพพลายเออร์ทดแทน การป้องกันน้ำสำหรับเครื่องจักร และการวางระบบสื่อสารฉุกเฉิน การลงทุนด้านการป้องกันล่วงหน้าอาจช่วยลดความเสียหายและทำให้ธุรกิจกลับมาเปิดดำเนินการได้เร็วขึ้น
ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบสามารถติดตามมาตรการช่วยเหลือและแจ้งความต้องการผ่านสายด่วน 1564 การฟื้นฟูจะทำได้รวดเร็วขึ้นหากทุกฝ่ายส่งข้อมูลความเสียหายที่ถูกต้องและแยกความต้องการด้านการเงินกับด้านการฟื้นฟูอย่างชัดเจน มุมมองสำคัญคือ น้ำท่วมครั้งนี้ไม่ใช่เพียงปัญหาของโรงงานใดโรงงานหนึ่ง แต่เป็นความท้าทายของทั้งห่วงโซ่อุปทาน ดังนั้นภาครัฐและเอกชนควรร่วมมือกันวางแผนป้องกันอย่างจริงจังตั้งแต่วันนี้
ที่มา – นิคมฯอมตะซิตี้ชลบุรีอ่วม ท่วมโรงงานหยุดผลิตแล้ว 34 แห่ง ซัดผู้ประกอบการทั่วปท. 1,315 ราย