น้องน้ำขิงคว้า 2 เหรียญทองพุมเซ่
การแข่งขันเทควันโดประเภทพุมเซ่รายการ “จี เอช แบงค์ เทควันโดชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย” ประจำปี 2569 เดินทางเข้าสู่วันที่ 3 อย่างเข้มข้น โดยจัดขึ้นที่เทอร์มินอล ฮอลล์ ชั้น 4 ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช จังหวัดนครราชสีมา ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ผลงานของนักกีฬาดาวรุ่งหลายราย โดยเฉพาะ น้องน้ำขิงคว้า 2 เหรียญทองพุมเซ่ จากการแข่งขันฟรีสไตล์หญิงเดี่ยวและฟรีสไตล์คู่ผสม
บรรยากาศภายในสนามเต็มไปด้วยความสนุกและความลุ้นระทึก นักกีฬาจากหลายสโมสรต่างงัดทักษะการร่ายรำ การเตะกระโดด และการแสดงที่ผสมผสานจังหวะดนตรีออกมาอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันผลการแข่งขันประเภททีมยังสะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาของวงการพุมเซ่ไทยที่มีนักกีฬารุ่นใหม่ก้าวขึ้นมาโดดเด่นอย่างต่อเนื่อง
น้องน้ำขิงคว้า 2 เหรียญทองพุมเซ่
มนันย์ ทองบ้านบ่อ หรือ “น้องน้ำขิง” นักกีฬาวัย 15 ปี จากสโมสรปิยะวัฒน์ เทควันโด ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในประเภทฟรีสไตล์เดี่ยวหญิง รุ่นเยาวชนอายุ 15-17 ปี รอบชิงชนะเลิศ เธอโชว์ลีลาร่ายรำที่แข็งแรง คล่องตัว และมีจังหวะการกระโดดตีลังกาเตะที่โดดเด่น จนได้รับคะแนนสูงสุด 8.233 คะแนน คว้าเหรียญทองไปครองได้สำเร็จ
เหรียญเงินในรายการนี้เป็นของศศิกาญจน์ วงศ์ทวีรัตน์ จากดับเบิลยูซีอาร์ เทควันโด ซึ่งทำคะแนนได้ 7.900 คะแนน ส่วนเหรียญทองแดงเป็นของปุณิกา มโนปวิตร จากเดอะคิก ศรีนครินทร์ แบงค็อก ด้วยคะแนน 7.733 คะแนน ผลงานครั้งนี้ทำให้น้องน้ำขิงได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะเธอสามารถควบคุมทั้งความเร็ว ความแม่นยำ และการแสดงออกได้อย่างลงตัว
น้องน้ำขิงคว้า 2 เหรียญทองพุมเซ่ จากสองประเภท
นอกจากเหรียญทองจากประเภทฟรีสไตล์เดี่ยวหญิงแล้ว มนันย์ยังจับคู่กับมนัสวิน เรืองดำ ลงแข่งขันในประเภทฟรีสไตล์คู่ผสม รุ่นเยาวชน และสามารถคว้าเหรียญทองเพิ่มได้อีกหนึ่งเหรียญ ทั้งคู่ประสานจังหวะการเคลื่อนไหวได้อย่างดี พร้อมนำเสนอทักษะเทควันโดและลีลาผาดโผนประกอบดนตรีได้อย่างน่าประทับใจ ทำคะแนนสูงสุด 8.199 คะแนน
ผลการแข่งขันประเภทคู่ผสมมีนักกีฬาจากดับเบิลยูซีอาร์ เทควันโดคว้าเหรียญเงินด้วยคะแนน 7.999 คะแนน และเหรียญทองแดงด้วยคะแนน 7.966 คะแนน การคว้าเหรียญทอง 2 รายการในวันเดียวจึงถือเป็นผลงานที่น่าจับตามองของมนันย์ และเป็นอีกก้าวสำคัญบนเส้นทางนักกีฬาทีมชาติไทยในอนาคต
ผลถ้วยคะแนนรวมจากศึกพุมเซ่ประเทศไทย
สำหรับรางวัลถ้วยชนะเลิศคะแนนรวม แบ่งตามรุ่นอายุอย่างชัดเจน โดยรุ่นอายุ 8-9 ปี ชาย-หญิง ตกเป็นของนนทบุรี เทควันโด คลับ A ขณะที่รุ่นอายุ 15-17 ปี ชาย-หญิง เป็นผลงานของ WCR เทควันโด ทีม A ส่วนรุ่นอายุ 12-14 ปี ชาย-หญิง สะดุดี ไทเกอร์ ไทย A คว้าถ้วยคะแนนรวมไปครอง
ส่วนรางวัลนักกีฬายอดเยี่ยมในแต่ละรุ่นก็มีนักกีฬาหลายคนทำผลงานโดดเด่น ได้แก่ ธนวรรธน์ เดชะนันท์ จาก Heroes เทควันโด B และอชิรดา โตชูวงศ์ จากปิยะวัต เทควันโด A ในรุ่นฟรีสไตล์เดี่ยวอายุ 12-14 ปี ขณะที่รุ่นอายุ 8-9 ปี ได้แก่ สิรวิชญ์ ธงชาติ จากนนทบุรี เทควันโด คลับ A และพิริยกฤตตา ปัญญา จากปิยะวัต เทควันโด A
- รุ่นอายุ 15-17 ปี ชาย: นิธิกร ยิ้มประเสริฐ จาก WCR เทควันโด ทีม A
- รุ่นอายุ 15-17 ปี หญิง: ศิรินทิพย์ จันทศรี จากโกลเด้น อีเกิ้ล เทควันโด A
- รุ่นอายุ 12-14 ปี ชาย: ธนวรรธน์ เดชะนันท์ จาก Heroes เทควันโด B
- รุ่นอายุ 12-14 ปี หญิง: อชิรดา โตชูวงศ์ จากปิยะวัต เทควันโด A
จากยิมนาสติกสู่ดาวรุ่งพุมเซ่ไทย
เส้นทางของมนันย์น่าสนใจไม่น้อย เพราะเธอเริ่มต้นเล่นยิมนาสติกตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ทั้งยิมลีลาและยิมศิลป์ ก่อนจะเปลี่ยนมาเล่นเทควันโดประเภทพุมเซ่ฟรีสไตล์เมื่ออายุ 11 ปี ประสบการณ์จากยิมนาสติกช่วยเสริมเรื่องความยืดหยุ่น การทรงตัว การควบคุมร่างกาย และการแสดงท่าทาง ซึ่งกลายเป็นจุดแข็งเมื่อต้องลงแข่งขันพุมเซ่
ก่อนหน้านี้ มนันย์ยังเป็นหนึ่งในนักกีฬาชุดที่คว้าเหรียญทองประเภททีมฟรีสไตล์จากการแข่งขันชิงแชมป์โลก 2026 ที่ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ความสำเร็จดังกล่าวช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับเธอ และแสดงให้เห็นว่าดาวรุ่งไทยมีศักยภาพที่จะพัฒนาฝีมือขึ้นไปแข่งขันในระดับนานาชาติได้
หลังจบการแข่งขัน มนันย์เปิดเผยว่า เป้าหมายต่อไปคือการกลับไปพัฒนาตัวเองให้มากขึ้น โดยเฉพาะทักษะพื้นฐาน การกระโดด และท่ารำ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการคัดเลือกทีมชาติไทยในปีหน้า เธอยังตั้งใจผ่านการคัดตัวและเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันในรายการต่าง ๆ ให้ได้
ภาพรวมของการแข่งขันครั้งนี้สะท้อนว่าเทควันโดพุมเซ่ไทยมีนักกีฬารุ่นใหม่ที่น่าจับตาหลายคน และผลงานของ น้องน้ำขิงคว้า 2 เหรียญทองพุมเซ่ ก็เป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนที่สนใจกีฬาชนิดนี้ได้เห็นว่า ความมุ่งมั่น การฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอ และการนำประสบการณ์จากกีฬาหลากหลายมาปรับใช้ สามารถพานักกีฬาไปสู่ความสำเร็จได้ หากรักษามาตรฐานและพัฒนาต่อเนื่อง น้องน้ำขิงมีโอกาสก้าวขึ้นเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติไทยในอนาคตอย่างแน่นอน
สำหรับแฟนกีฬาไทย อย่าลืมติดตามพัฒนาการของมนันย์และนักกีฬาพุมเซ่ดาวรุ่งคนอื่น ๆ เพราะทุกการแข่งขันคือบทพิสูจน์สำคัญ และอาจได้เห็นแชมป์ระดับประเทศก้าวไปสร้างชื่อบนเวทีโลกอีกครั้ง
ที่มา – “นนท์-WCR-สะดุดี” แบ่งถ้วยแชมป์ศึกพุมเซ่ ปทท. “น้องน้ำขิง” ฟันคนเดียว 2 เหรียญทอง





