‘บก.ลายจุด’ ชี้ไฟป่าไม่ใช่แค่เรื่องปลูกข้าวโพด

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน ปัญหาไฟป่าในภาคเหนือกำลังรุนแรงมากในช่วงนี้ ทำให้หลายพื้นที่มลพิษทางอากาศพุ่งสูง PM2.5 เกินมาตรฐาน ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนและระบบนิเวศ ล่าสุด ‘บก.ลายจุด’ ชี้ไฟป่าไม่ใช่แค่เรื่องปลูกข้าวโพด นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือที่รู้จักในนามบก.ลายจุด ได้โพสต์ข้อคิดเห็นลงเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2569 โดยชี้ให้เห็นถึงสาเหตุที่แท้จริงและทางออกที่เหมาะสม ไม่ใช่แค่โทษการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เท่านั้น

หลายครั้งที่เราได้ยินข่าวว่าไฟป่ามาจากการเผาเพื่อเตรียมดินปลูกข้าวโพดบนพื้นที่สูงในภาคเหนือ ซึ่งเป็นเรื่องจริงส่วนหนึ่ง แต่บก.ลายจุดมองลึกกว่านั้น เขาเสนอไอเดียที่ตรงจุดและน่าสนใจมาก มาฟังกันว่าท่านคิดอย่างไรบ้าง

‘บก.ลายจุด’ ชี้ไฟป่าไม่ใช่แค่เรื่องปลูกข้าวโพด

ในโพสต์ของบก.ลายจุดระบุชัดเจนว่า ถ้าการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์บนดอยเป็นต้นเหตุหลักของไฟป่า แก้ไขได้ง่ายๆ เลยคือ "ห้ามปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่อยู่บนดอยไปเลย" คล้ายกับนโยบายห้ามปลูกฝิ่นในอดีต แล้วมาลองดูกันว่าไฟป่าจะยังเกิดขึ้นเหมือนเดิมหรือไม่ เขายังเชียร์แนวทางนี้ด้วยซ้ำ เพราะเชื่อว่าข้าวโพดบนที่สูงมีความสัมพันธ์กับไฟป่าในระดับหนึ่ง แต่ไม่ใช่ระดับที่รุนแรงที่สุด

ทำไมถึงพูดแบบนี้? เพราะ ‘บก.ลายจุด’ ชี้ไฟป่าไม่ใช่แค่เรื่องปลูกข้าวโพด แต่เทียบเท่ากับพืชล้มลุกชนิดอื่นๆ ถ้าไม่ปลูกข้าวโพด แต่หันไปปลูกพืชอื่นที่ต้องเผาเพื่อเตรียมดิน เช่น หญ้าแฝกหรือพืชคลุมดินอื่นๆ ปัญหาไฟลามก็ยังอยู่ดี จุดอ่อนหลักๆ คือ "กระบวนการควบคุมไฟ" ที่ขาดประสิทธิภาพนั่นเอง

แนะโฟกัสไปที่การควบคุมไฟป่าให้ได้ผล

บก.ลายจุดยกตัวอย่างที่น่าสนใจจากนักกิจกรรมคนหนึ่งที่เล่าว่า มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งเผาไร่ได้อย่างปลอดภัย โดยใช้คนถึง 30 คนคุมไฟ เผาไป 3 ไร่ ทุกอย่างเรียบร้อย ไม่ลามไปไหน แสดงให้เห็นว่าชาวบ้านใช้ไฟอย่างรับผิดชอบได้ แต่ในทางปฏิบัติ ชาวบ้านส่วนใหญ่เผาไร่ด้วยคนแค่ 1-2 คนเท่านั้น ซึ่งเสี่ยงมาก

แล้ววิธีควบคุมไฟที่ถูกต้องคืออะไร? จากที่บก.ลายจุดเล่า ชาวบ้านเคยสอนวิธีแบบนี้:

  • ทำแนวกันไฟรอบพื้นที่เผาให้เรียบร้อย
  • ใช้มีด จอบ ตัดฟันวัชพืชให้หมด แล้วมากองเป็นกองเล็กๆ หลายๆ กอง
  • เมื่อถางพื้นที่เรียบแล้ว ค่อยๆ จุดไฟจากกองที่อยู่ด้านบนลงมา เผาทีละกอง
  • ต้องมีคนคุมไฟให้เพียงพอ ไม่ปล่อยไว้เฉยๆ

วิธีนี้รับประกันว่าไฟไม่ลามแน่นอน แต่ปัญหาคือใช้แรงงานและเวลามากเกินไปสำหรับเกษตรกรรายย่อย บก.ลายจุดจึงเรียกร้องให้มีการศึกษาและพัฒนาวิธีการควบคุมไฟที่ง่าย สะดวก และมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น นำเทคโนโลยีมาใช้

นอกจากนี้ ปัญหาไฟป่ายังเชื่อมโยงกับปัจจัยอื่นๆ เช่น สภาพอากาศแห้งแล้ง ลมแรง พื้นที่ป่าที่เสื่อมโทรมจากการตัดไม้ทำลายป่าเดิม และพฤติกรรมเผาป่าเพื่อล่าสัตว์หรือจุดธูปไหว้เจ้าที่ไม่มีการควบคุม หากโฟกัสแค่ข้าวโพดอย่างเดียว อาจไม่แก้ปัญหาตั้งแต่ต้น

ผลกระทบจากไฟป่าที่เราพบเจอทุกปีไม่ใช่เรื่องเล็กๆ นะครับ ป่าที่ไหม้ไปหลายล้านไร่ สัตว์ป่าตายจำนวนมาก ดินเสื่อมโทรม น้ำท่วมง่ายขึ้น และที่สำคัญฝุ่นควันลอยไปทั่วประเทศ ทำให้คนในกรุงเทพฯ ยังต้องเจอ PM2.5 สูง สุขภาพเสียหาย เศรษฐกิจเสียหายหลายพันล้าน

ทางออกระยะยาว ภาครัฐควรถ่ายทอดความรู้เรื่องการเกษตรแบบไม่เผา เช่น ปลูกพืชหมุนเวียน ใช้ปุ๋ยชีวภาพ หรือส่งเสริมพืชเศรษฐกิจอย่างกาแฟ ผลไม้เมืองหนาวที่ไม่ต้องเผาดิน นอกจากนี้ ควรลงทุนในระบบตรวจจับไฟป่าด้วยดาวเทียม โดรน และทีมลาดตระเวนที่พร้อมรับมือทันที

สำหรับเกษตรกรเอง ก็ควรได้รับการฝึกอบรมฟรีเรื่องเทคนิคเผาไร่ปลอดภัย และมีอุปกรณ์ช่วย เช่น ถังดับเพลิงพกพา หน้ากากกันควัน หรือแม้แต่แอปพลิเคชันแจ้งเตือนลมและความชื้น

สุดท้ายนี้ ผมเห็นด้วยกับบก.ลายจุดทุกประการ ‘บก.ลายจุด’ ชี้ไฟป่าไม่ใช่แค่เรื่องปลูกข้าวโพด แต่เราต้องโฟกัสที่การควบคุมไฟให้ดีกว่านี้ ถ้าทุกคนช่วยกัน ไม่ว่าจะชาวบ้าน นักกิจกรรม หรือหน่วยงานรัฐ ปัญหาไฟป่าจะลดลงได้แน่นอน

คุณมีประสบการณ์เกี่ยวกับการเผาไร่หรือการป้องกันไฟป่าไหม? แชร์ไอเดียหรือเรื่องราวของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ ช่วยกันสร้างความตระหนักรู้ ลดไฟป่าเพื่อโลกที่น่าอยู่ยิ่งขึ้น!

ที่มา – ‘บก.ลายจุด’ ชี้ไฟป่าไม่ใช่แค่เรื่องปลูกข้าวโพด แนะโฟกัสไปที่การควบคุมไฟ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *