บริษัทยาสูบยักษ์ใหญ่ของอังกฤษ เล็งปลดพนักงาน 20% หวังใช้เอไอช่วยลดต้นทุน
ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวกระโดดไปไกล หลายบริษัทระดับโลกเริ่มปรับตัวขนานใหญ่เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน ล่าสุดมีข่าวใหญ่ว่า บริษัทยาสูบยักษ์ใหญ่ของอังกฤษ เล็งปลดพนักงาน 20% หวังใช้เอไอช่วยลดต้นทุน เพื่อกู้วิกฤตยอดขายที่ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค
บริษัทยาสูบยักษ์ใหญ่ของอังกฤษ เล็งปลดพนักงาน 20% หวังใช้เอไอช่วยลดต้นทุน
บริษัท บริติช อเมริกัน โทแบคโค (BAT) ได้ประกาศแผนปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ โดยเตรียมลดตำแหน่งงานลงถึง 5,500 ตำแหน่ง และโอนย้ายอีก 3,500 ตำแหน่งไปยังบริษัทภายนอกอย่างเอคเซนเชอร์ ซึ่งการตัดสินใจในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าแผนบริษัทยาสูบยักษ์ใหญ่ของอังกฤษ เล็งปลดพนักงาน 20% หวังใช้เอไอช่วยลดต้นทุนมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความอยู่รอดของธุรกิจในระยะยาว
เป้าหมายทางการเงินและการใช้เทคโนโลยี
บริษัทตั้งเป้าหมายไว้ว่าโครงการลดต้นทุนนี้จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากถึง 600 ล้านปอนด์ต่อปีภายในปี 2571 โดยจะนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบอัตโนมัติเข้ามาแทนที่กระบวนการทำงานแบบเดิมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุด การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ แต่เป็นผลมาจากการแข่งขันที่ดุเดือด:
- ยอดขายบุหรี่แบบดั้งเดิมลดลงทั่วโลก
- ผลิตภัณฑ์ทดแทนอย่างบุหรี่ไฟฟ้า Vuse และซองนิโคติน Velo ยังเติบโตได้ไม่เป็นไปตามเป้า
- การแข่งขันจากคู่แข่งรายสำคัญอย่าง ฟิลลิป มอร์ริส อินเตอร์เนชั่นแนล
- ข้อจำกัดด้านกฎระเบียบในตลาดสหรัฐอเมริกาที่เอื้อให้สินค้าผิดกฎหมายจากจีนเข้ามาแย่งส่วนแบ่ง
สถานการณ์นี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญขององค์กรขนาดใหญ่ว่า แม้จะเป็นธุรกิจที่เคยรุ่งเรืองเพียงใด แต่หากไม่ปรับตัวให้ทันต่อยุคสมัยหรือใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ ก็อาจต้องเผชิญกับภาวะถดถอยได้ในที่สุด ถึงเวลาแล้วที่ทุกธุรกิจต้องทบทวนว่า AI จะเข้ามาช่วยสร้างโอกาสใหม่ๆ ในพื้นที่เดิมได้อย่างไรบ้าง คุณคิดว่าการนำ AI เข้ามาลดคนแบบนี้ เป็นทางออกที่ยั่งยืนจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น?
ที่มา – บริษัทยาสูบยักษ์ใหญ่ของอังกฤษ เล็งปลดพนักงาน 20% หวังใช้เอไอช่วยลดต้นทุน