บริษัทรับแลก–โอนเงินหยวนเถื่อน ถูกบุกทลาย

เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นบริษัทแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ หลังพบข้อมูลการให้บริการรับแลกเงินหยวน โอนเงินระหว่างประเทศ และช่วยสั่งซื้อสินค้าจากประเทศจีนผ่านช่องทางออนไลน์ โดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบผู้ให้บริการทางการเงินก่อนทำธุรกรรมทุกครั้ง โดยเฉพาะผู้ประกอบการนำเข้าสินค้าจากจีนและผู้ที่ใช้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซข้ามประเทศเป็นประจำ

บริษัทรับแลก–โอนเงินหยวนเถื่อน

เมื่อวันที่ 1 พ.ย. เจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ บก.ปอศ. นำกำลังเข้าตรวจค้นบริษัท เถาเป่า (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร พร้อมจับกุมกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทในความผิดเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงการประกอบธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและโอนเงินระหว่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต

จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ตรวจยึดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กจำนวน 4 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง และเอกสารอีก 1 แฟ้ม เพื่อนำไปตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจ เส้นทางการเงิน และข้อมูลผู้ใช้บริการที่เกี่ยวข้องกับระบบดังกล่าว

บริษัทรับแลก–โอนเงินหยวนเถื่อน ให้บริการอย่างไร

คดีนี้เริ่มต้นจากการประสานข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย หลังพบเว็บไซต์ที่ประกาศให้บริการชำระเงิน รับแลกเงินหยวน และแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต จากการสืบสวนพบว่าเว็บไซต์ดังกล่าวให้บริการในลักษณะครบวงจร ตั้งแต่การสมัครสมาชิก การสร้างบัญชีผู้ใช้งาน ไปจนถึงการจัดทำกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์สำหรับเติมเงิน ฝากเงิน ถอนเงิน และชำระค่าสินค้า

ผู้ใช้บริการสามารถนำเงินเข้าสู่ระบบเพื่อใช้สั่งซื้อสินค้าจากแพลตฟอร์มในประเทศจีน เช่น 1688, Taobao และ Tmall รวมถึงใช้บริการโอนเงินหยวนเข้า Alipay ลักษณะดังกล่าวอาจช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ซื้อสินค้าออนไลน์ แต่ในทางกฎหมายถือเป็นบริการชำระเงินและการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่ต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย

  • รับแลกเงินบาทเป็นเงินหยวนและเงินตราต่างประเทศ
  • โอนเงินหยวนไปยังบัญชีหรือกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์
  • เติมเงินเพื่อชำระค่าสินค้าจากเว็บไซต์จีน
  • ให้บริการฝากถอนเงินผ่านระบบออนไลน์
  • อำนวยความสะดวกด้านการสั่งซื้อและนำเข้าสินค้า

พบเงินหมุนเวียนกว่า 170 ล้านบาท

การตรวจสอบเส้นทางการเงินเบื้องต้นพบว่า บัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้องจำนวน 5 บัญชี มีเงินหมุนเวียนรวมกว่า 170 ล้านบาทภายในระยะเวลา 1 ปี โดยมีบัญชีจำนวน 2 บัญชีที่ถูกใช้สำหรับรับแลกและรับจ่ายเงินหยวนโดยเฉพาะ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบความเชื่อมโยงระหว่างบัญชีบางส่วนกับบัญชีที่ถูกใช้ในอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

ข้อมูลจากศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ACSC ระบุว่า บัญชีที่เกี่ยวข้องมีความเชื่อมโยงกับยอดเงินที่เกี่ยวข้องกับคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีมากกว่า 270,000 บาท ประเด็นดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่ต้องขยายผลตรวจสอบทั้งระบบ รวมถึงผู้เกี่ยวข้องและธุรกรรมที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

แม้บริการรับแลกเงินหรือโอนเงินออนไลน์จะช่วยให้ผู้ประกอบการทำธุรกิจระหว่างประเทศได้สะดวกขึ้น แต่การใช้บริการจากผู้ประกอบการที่ไม่ได้รับอนุญาตอาจทำให้ผู้ใช้บริการเผชิญความเสี่ยงหลายด้าน ทั้งการสูญเสียเงิน การถูกระงับบัญชี การไม่สามารถติดตามธุรกรรม และการนำข้อมูลส่วนตัวไปใช้โดยไม่ได้รับความยินยอม

ตรวจสอบใบอนุญาตก่อนโอนเงิน

ธนาคารแห่งประเทศไทยกำกับดูแลธุรกิจบริการชำระเงินและธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เพื่อให้ผู้ให้บริการมีระบบควบคุมความเสี่ยง มีมาตรการป้องกันการฟอกเงิน และมีช่องทางดูแลผู้ใช้บริการอย่างเหมาะสม ดังนั้น ประชาชนและผู้ประกอบการควรตรวจสอบชื่อบริษัท เว็บไซต์ และประเภทใบอนุญาตให้ตรงกับบริการที่ต้องการใช้

  • ตรวจสอบข้อมูลผู้ประกอบธุรกิจผ่านเว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทย
  • หลีกเลี่ยงการโอนเงินเข้าบัญชีบุคคล หากอ้างว่าเป็นบริษัทให้บริการทางการเงิน
  • อ่านเงื่อนไขค่าธรรมเนียม อัตราแลกเปลี่ยน และการคืนเงินให้ละเอียด
  • ไม่ส่งรหัสผ่าน รหัส OTP หรือข้อมูลสำคัญให้บุคคลอื่น
  • เก็บหลักฐานการสนทนา ใบเสร็จ และรายการโอนเงินทุกครั้ง

สำหรับผู้ที่ต้องการตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาต สามารถเข้าดูข้อมูลผ่านระบบตรวจสอบใบอนุญาตของธนาคารแห่งประเทศไทยได้ที่ Bot License Check หากพบธุรกรรมผิดปกติหรือสงสัยว่าถูกหลอก ควรติดต่อธนาคารและเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที พร้อมเตรียมหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างรวดเร็ว

กรณีบริษัทรับแลก–โอนเงินหยวนเถื่อนครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า ความสะดวกและค่าธรรมเนียมที่ดูน่าสนใจอาจมาพร้อมความเสี่ยง ผู้ใช้บริการควรเลือกช่องทางที่ถูกต้องตามกฎหมาย ตรวจสอบใบอนุญาตก่อนทำธุรกรรม และไม่ละเลยการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลทางการเงิน เพราะการป้องกันตั้งแต่ต้นย่อมดีกว่าการติดตามเงินคืนภายหลัง

ที่มา – บุกทลายบริษัทรับแลก–โอนเงินหยวนเถื่อน บริการสั่งซื้อสินค้าจากประเทศจีนครบวงจร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *