บริษัทสหรัฐกังวล ‘กฎห่วงโซ่อุปทานใหม่’ จีน
บริษัทสหรัฐแสดงความกังวลต่อ “กฎระเบียบห่วงโซ่อุปทานใหม่” ของจีน หลังจากที่ทางการจีนประกาศใช้กฎดังกล่าวเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา สร้างแรงกดดันให้บริษัทต่างชาติต้องคงอยู่ในห่วงโซ่อุปทานของจีนต่อไป แม้หลายประเทศจะพยายามลดการพึ่งพา
บริษัทสหรัฐแสดงความกังวลต่อ “กฎระเบียบห่วงโซ่อุปทานใหม่” ของจีน
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากเซี่ยงไฮ้ เมื่อวันที่ 23 เมษายน ว่า กฎระเบียบนี้ซึ่งประกาศเมื่อ 7 เมษายน อนุญาตให้ทางการจีนดำเนินมาตรการต่อบริษัทหรือบุคคลต่างชาติที่ถูกมองว่าทำลายความมั่นคงทางอุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานของจีน นายไมเคิล ฮาร์ต ประธานหอการค้าอเมริกันในจีน ระบุว่า กฎเหล่านี้เหมือนเป็นเครื่องมือเพื่อหยุดยั้งบริษัทไม่ให้ถอนตัวออกจากจีน
ในช่วงที่รัฐบาลตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐฯ กำลังผลักดันนโยบาย ‘friendshoring’ หรือการย้ายห่วงโซ่อุปทานไปยังประเทศพันธมิตร กฎใหม่ของจีนนี้ยิ่งทำให้เกิดความไม่แน่นอน บริษัทสหรัฐหลายแห่งที่เคยพึ่งพาจีนในการผลิตสินค้าต่างๆ ตั้งแต่อิเล็กทรอนิกส์ไปจนถึงชิ้นส่วนยานยนต์ ตอนนี้ต้องชั่งใจระหว่างความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์กับต้นทุนที่สูงขึ้นหากย้ายฐาน
ผลกระทบจากกฎระเบียบห่วงโซ่อุปทานใหม่ของจีน
กฎระเบียบนี้ครอบคลุมการกระทำที่กระทบต่อ ‘ความมั่นคงห่วงโซ่อุปทาน’ ซึ่งอาจรวมถึงการย้ายโรงงาน การลดการสั่งซื้อวัตถุดิบจากจีน หรือแม้แต่การสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่จำกัดการค้าจีน นายฮาร์ตกล่าวเพิ่มเติมว่า “บริษัทสหรัฐส่วนใหญ่ยังไม่ได้ย้ายออกจากจีนทั้งหมด แต่บางแห่งเริ่มกระจายความเสี่ยง หากกฎใหม่จำกัดการเคลื่อนไหวนี้ จะเป็นปัญหาใหญ่”
- เพิ่มความเสี่ยงทางกฎหมายสำหรับบริษัทต่างชาติ
- กระทบอุตสาหกรรมแร่ธาตุหายากที่จีนครองตลาดกว่า 80%
- อาจนำไปสู่สงครามการค้าครั้งใหม่
- หอการค้าสหภาพยุโรปในจีน (EUCCC) วิจารณ์ว่ากฎนี้คลุมเครือและไม่ชัดเจน
นอกจากนี้ การควบคุมการส่งออกของจีนในช่วงสงครามการค้ากับสหรัฐปีก่อน ได้สร้างผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าแล้ว ทำให้บริษัทอย่าง Apple, Tesla และ Intel ต้องปรับกลยุทธ์ บริษัทสหรัฐแสดงความกังวลต่อ “กฎระเบียบห่วงโซ่อุปทานใหม่” ของจีน เพราะอาจทำให้การกระจายความเสี่ยงกลายเป็นเรื่องยากยิ่งขึ้น
บริบทกว้างขึ้น: การแข่งขันห่วงโซ่อุปทานโลก
จีนเป็นศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทานโลกมานานกว่า 20 ปี ด้วยต้นทุนต่ำและโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง แต่หลังโควิด-19 และความตึงเครียดสหรัฐ-จีน บริษัททั่วโลกเริ่ม ‘de-risking’ โดยย้ายไปเวียดนาม อินเดีย และเม็กซิโก ตัวอย่างเช่น Intel ลงทุนโรงงานชิปในสหรัฐฯ ด้วยเงินสนับสนุนจาก CHIPS Act ขณะที่ TSMC สร้างโรงงานในแอริโซนา
อย่างไรก็ตาม จีนยังครองแร่ธาตุหายากที่จำเป็นสำหรับเทคโนโลยีสีเขียวและอาวุธยุทโธปกรณ์ การส่งออกแร่เหล่านี้ถูกจำกัดในช่วงสงครามการค้า สร้างช่องว่างให้คู่แข่งอย่างออสเตรเลียและแคนาดา แต่จีนยังนำโด่ง กฎใหม่นี้อาจเป็นกลยุทธ์ ‘dual circulation’ เพื่อรักษาความมั่นคงภายใน
หอการค้าสหภาพยุโรปในจีนย้ำว่า กฎนี้เพิ่มความเสี่ยงในการทำธุรกิจกับจีน ทำให้บริษัทยุโรปอย่าง Volkswagen และ Siemens ต้องประเมินใหม่ นักวิเคราะห์คาดว่า หากบังคับใช้จริง อาจลดการลงทุนต่างชาติในจีนลง 10-20% ในปีหน้า
บริษัทสหรัฐแสดงความกังวลต่อ “กฎระเบียบห่วงโซ่อุปทานใหม่” ของจีน สะท้อนถึงจุดเปลี่ยนของเศรษฐกิจโลกที่กำลังเข้าสู่ยุค ‘bifurcation’ หรือการแบ่งขั้วห่วงโซ่อุปทานระหว่างตะวันตกและจีน
ในมุมมองของผู้เขียน นี่คือสัญญาณว่าจีนกำลังปกป้องฐานะซูเปอร์เพาเวอร์ด้านการผลิต แต่บริษัทสหรัฐควรเร่งกระจายความเสี่ยงเพื่อความยั่งยืนระยะยาว คุณคิดอย่างไร ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ หรือติดตามข่าวเศรษฐกิจโลกเพิ่มเติมจากบล็อกนี้!
ที่มา – บริษัทสหรัฐแสดงความกังวลต่อ “กฎระเบียบห่วงโซ่อุปทานใหม่” ของจีน