บอร์ด กสทช. ล่มครั้งที่ 9 ประธานกลายเป็นโดดเดี่ยวผู้น่ารัก

เรียกได้ว่าสถานการณ์ภายในสำนักงาน กสทช. กำลังตกอยู่ในภาวะตึงเครียดอย่างหนัก เมื่อเกิดเหตุการณ์ บอร์ด กสทช. ล่มครั้งที่ 9 ประธานกลายเป็นโดดเดี่ยวผู้น่ารัก หลังจากที่การประชุมเมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา ไม่สามารถเปิดประชุมได้เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ ทำให้วาระเร่งด่วนหลายเรื่องต้องถูกระงับไปโดยปริยาย

วิเคราะห์สถานการณ์ บอร์ด กสทช. ล่มครั้งที่ 9 ประธานกลายเป็นโดดเดี่ยวผู้น่ารัก

เหตุการณ์ครั้งนี้เริ่มขึ้นเมื่อ นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการและรักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ได้พยายามจัดให้มีการประชุมบอร์ด โดยมี นพ. สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. เข้าร่วมในห้องประชุม ทว่าเมื่อถึงเวลาต้องแสดงตัวผ่านระบบออนไลน์ กรรมการท่านอื่นๆ กลับไม่ได้ปรากฏตัวตามนัดหมาย จนทำให้เกิดภาพของประธานที่ต้องนั่งรออยู่ลำพัง กลายเป็นฉายา บอร์ด กสทช. ล่มครั้งที่ 9 ประธานกลายเป็นโดดเดี่ยวผู้น่ารัก ที่ถูกกล่าวขานโดย น.ส.พิรงรอง รามสูต หนึ่งในกรรมการ กสทช.

ผลกระทบที่ตามมาจากการล่มของบอร์ด

ความเสียหายจากการไม่สามารถประชุมได้ในครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เพราะมีวาระสำคัญที่รอการตัดสินใจอยู่ถึง 193 เรื่อง โดยมีประเด็นเร่งด่วนที่กระทบต่อภาพรวมของประเทศ ดังนี้:

  • การเตรียมการประชุม ITU Plenipotentiary Conference ณ กรุงโดฮา ที่ต้องผ่านความเห็นชอบจาก ครม.
  • การขอใช้สิทธิเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมของกระทรวงดีอี
  • การอนุมัติงบกลางเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาศาลปกครองจำนวน 10 ล้านบาท

หากปล่อยให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำซาก ความเชื่อมั่นของนักลงทุนและผู้ประกอบการย่อมได้รับผลกระทบโดยตรง ซึ่งกรรมการเสียงส่วนใหญ่มองว่า การนัดประชุมโดยผู้ที่ศาลระบุว่าไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้นั้น อาจไม่ชอบด้วยกฎหมายและส่งผลต่อบรรษัทภิบาลขององค์กร

ในมุมมองของกรรมการท่านอื่นอย่าง พลอากาศโทธนพันธุ์ หร่ายเจริญ ก็ได้ออกมาเน้นย้ำถึงความพร้อมในการทำงาน โดยเสนอให้มีการนัดประชุมวาระพิเศษเพื่อแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า แต่กลับยังไม่ได้รับการตอบรับที่ดีพอ การดึงดันที่จะใช้ระเบียบเดิมในสภาวะที่องค์กรกำลังเผชิญกับวิกฤตความชอบธรรมทางกฎหมายเช่นนี้ จึงเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่าผู้บริหาร กสทช. จะเลือกทางออกเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนหรือเพียงแค่รักษาอำนาจเดิมเอาไว้

ท้ายที่สุดนี้ ประชาชนและภาคส่วนต่างๆ คงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า ทางออกของปัญหานี้จะเป็นอย่างไร จะมีการประนีประนอมหรือต้องพึ่งพาคำสั่งศาลชี้ขาดอีกครั้ง เพราะหากการบริหารงานยังคงหยุดชะงักเช่นนี้ คนที่จะเสียผลประโยชน์มากที่สุดก็คือผู้บริโภคและเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยนั่นเอง

ที่มา – ล่มแล้วล่มอีกได้! “บอร์ด กสทช.” ล่มครั้งที่ 9 “พิรงรอง”เผย ประธานฯ เป็น“โดดเดี่ยวผู้น่ารัก”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *