บอร์ด Data Center เคาะเกณฑ์ 7 ระดับ คุมสิ่งแวดล้อม

การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลกำลังมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะ Data Center ที่เป็นหัวใจของบริการออนไลน์ คลาวด์ ปัญญาประดิษฐ์ และธุรกิจดิจิทัลยุคใหม่ ล่าสุด คณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการ Data Center เห็นชอบกรอบแนวทางและมาตรการกำกับดูแลการลงทุนในประเทศไทยแล้ว เตรียมนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติในสัปดาห์หน้า

สาระสำคัญของนโยบายครั้งนี้คือการวางระบบให้การเติบโตของศูนย์ข้อมูลเกิดขึ้นอย่างมีทิศทาง สร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจ ยกระดับทักษะแรงงานไทย และไม่ผลักภาระด้านไฟฟ้า น้ำ ชุมชน หรือสิ่งแวดล้อมไปให้ประชาชนรับผิดชอบเพียงฝ่ายเดียว โดย เกณฑ์ Data Center 7 ระดับ จะเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญสำหรับจัดกลุ่มกิจการตามปริมาณการใช้ไฟฟ้าและระดับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

เกณฑ์ Data Center 7 ระดับ คุมการลงทุนให้เป็นระบบ

แนวทางใหม่นี้แบ่งขนาด Data Center ตามปริมาณการใช้ไฟฟ้าออกเป็น 7 ระดับ เพื่อให้การกำกับดูแลเหมาะสมกับขนาดและความเสี่ยงของแต่ละโครงการ ศูนย์ข้อมูลขนาดเล็กอาจใช้ขั้นตอนและข้อกำหนดไม่เท่ากับโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องใช้พลังงานจำนวนมาก มีระบบทำความเย็นขนาดใหญ่ และอาจส่งผลต่อโครงข่ายไฟฟ้าหรือชุมชนโดยรอบ

การแบ่งระดับจะช่วยให้ภาครัฐมองเห็นภาพรวมของการใช้ทรัพยากรได้ชัดขึ้น ทั้งยังทำให้ผู้ประกอบการทราบตั้งแต่ต้นว่าต้องเตรียมเอกสาร มาตรการด้านพลังงาน และแผนป้องกันผลกระทบในระดับใด จุดสำคัญคือการกำกับดูแลจะไม่ใช้มาตรฐานเดียวกับทุกโครงการ แต่จะปรับให้สอดคล้องกับขนาด ลักษณะพื้นที่ และความเสี่ยงของกิจการ

เกณฑ์ Data Center 7 ระดับ กับมาตรการสิ่งแวดล้อม

คณะกรรมการกำหนดแนวทางปฏิบัติด้านการดูแลสิ่งแวดล้อม หรือ Code of Practice (COP) ไว้ 3 เวอร์ชัน เพื่อให้เหมาะกับระดับของศูนย์ข้อมูลแต่ละประเภท ผู้ประกอบการจึงต้องพิจารณาว่าโครงการของตนอยู่ในระดับใด และต้องดำเนินการตามข้อกำหนดฉบับใดเป็นหลัก

  • การใช้พลังงาน: ผู้ประกอบการควรวางแผนใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงพิจารณาแหล่งพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน
  • ระบบทำความเย็น: ต้องควบคุมการใช้ทรัพยากรและเลือกเทคโนโลยีที่ลดการสูญเสียพลังงาน รวมถึงจัดการสารทำความเย็นอย่างเหมาะสม
  • การใช้น้ำ: โครงการควรมีแผนบริหารจัดการน้ำ ลดการใช้น้ำเกินความจำเป็น และป้องกันไม่ให้กระทบต่อระบบน้ำของชุมชน
  • การจัดการของเสีย: อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แบตเตอรี่ และวัสดุที่หมดอายุต้องได้รับการคัดแยกและกำจัดตามหลักวิชาการ
  • การตรวจสอบผลกระทบ: ต้องมีการติดตามข้อมูลการใช้ทรัพยากรและผลกระทบที่เกิดขึ้น พร้อมจัดทำรายงานตามเงื่อนไขที่กำหนด

สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานคร การกำหนดระยะถอยร่น หรือ Setback รวมถึงระยะเว้นรอบอาคาร จะยึดตามกฎหมายควบคุมอาคาร กฎหมายผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร และข้อกำหนดของกรมโยธาธิการและผังเมืองเป็นหลัก ผู้พัฒนาโครงการจึงไม่สามารถพิจารณาเฉพาะพื้นที่ว่างหรือความสะดวกในการเชื่อมต่อโครงข่ายได้เท่านั้น แต่ต้องตรวจสอบข้อกำหนดด้านผังเมืองและอาคารอย่างรอบคอบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

รายเก่าไปต่อ รายใหม่ต้องวางแผนให้ครบ

อีกประเด็นที่หลายฝ่ายจับตาคือการจัดกลุ่มแนวทางปฏิบัติระหว่างผู้ประกอบการรายเดิมกับผู้ประกอบการรายใหม่ สำหรับ Data Center ที่ดำเนินงานอยู่แล้ว แนวทางดังกล่าวเปิดช่องให้สามารถปรับตัวและเดินหน้าต่อได้ภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสม ไม่ทำให้การลงทุนเดิมหยุดชะงักทันที แต่ยังต้องปฏิบัติตามมาตรการด้านความปลอดภัย พลังงาน และสิ่งแวดล้อมที่ภาครัฐกำหนด

ส่วนโครงการใหม่จะต้องเตรียมความพร้อมให้ครบถ้วนมากขึ้น ตั้งแต่การเลือกทำเล การประเมินความต้องการใช้ไฟฟ้า การจัดการน้ำ การออกแบบอาคาร การรับฟังความคิดเห็นของชุมชน และการวางแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน การเตรียมข้อมูลให้พร้อมตั้งแต่ต้นจะช่วยลดความล่าช้าในการขออนุญาต และทำให้โครงการมีโอกาสได้รับการพิจารณาอย่างราบรื่น

DC OSS ช่วยนักลงทุนติดต่อภาครัฐง่ายขึ้น

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเตรียมจัดตั้งศูนย์บริการแบบครบวงจร Data Center One Stop Service หรือ DC OSS เพื่อเป็นจุดกลางสำหรับการขึ้นทะเบียน ติดตามการดำเนินงาน และอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน การมีศูนย์บริการลักษณะนี้จะช่วยลดความซ้ำซ้อนในการติดต่อหลายหน่วยงาน และทำให้ผู้ประกอบการเห็นขั้นตอนการดำเนินงานได้ชัดเจนขึ้น

DC OSS ยังมีโอกาสเป็นฐานข้อมูลสำคัญของประเทศ เพราะสามารถรวบรวมข้อมูลจำนวนโครงการ ขนาดการใช้ไฟฟ้า ทำเลที่ตั้ง แผนการใช้น้ำ และมาตรการลดผลกระทบไว้ในระบบเดียว หากออกแบบระบบให้เชื่อมโยงข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภาครัฐจะวางแผนโครงข่ายไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานได้แม่นยำขึ้น ขณะที่ประชาชนและชุมชนก็สามารถติดตามข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้ง่ายกว่าเดิม

ในมุมของเศรษฐกิจ การกำหนด เกณฑ์ Data Center 7 ระดับ อาจช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างชาติ เพราะทำให้เห็นว่าประเทศไทยมีกรอบกำกับดูแลที่ชัดเจน ไม่ได้เปิดรับการลงทุนโดยละเลยผลกระทบระยะยาว อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จจะขึ้นอยู่กับการบังคับใช้จริง ความโปร่งใสของข้อมูล และการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สำหรับผู้ประกอบการ สิ่งที่ควรทำตอนนี้คือทบทวนแผนโครงการ ตรวจสอบการใช้พลังงานและน้ำ ประเมินข้อกำหนดด้านผังเมือง รวมถึงเตรียมแผนสื่อสารกับชุมชนอย่างจริงใจ ส่วนประชาชนควรติดตามรายละเอียดมาตรการและช่องทางรับฟังความคิดเห็น เพื่อให้การพัฒนา Data Center เดินหน้าไปพร้อมกับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่

โดยสรุป เกณฑ์ Data Center 7 ระดับ เป็นก้าวสำคัญในการจัดระเบียบธุรกิจศูนย์ข้อมูลของไทย หากภาครัฐกำกับดูแลอย่างสมดุล ผู้ประกอบการลงทุนอย่างรับผิดชอบ และชุมชนมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น Data Center ก็จะไม่ใช่แค่โครงสร้างพื้นฐานของเทคโนโลยี แต่สามารถเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่เติบโตได้อย่างยั่งยืน

ที่มา – บอร์ด Data Center เคาะเกณฑ์แล้ว คุมเข้มสิ่งแวดล้อม 7 ระดับ เปิดทางรายเก่าไปต่อ ชง ครม.สัปดาห์หน้า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *