บังคับใช้แล้ว! ประกาศคุมแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต้องตรวจสอบสินค้าให้ได้มาตรฐาน”อย.-สมอ.”ก่อนขึ้นขาย
บังคับใช้แล้ว! ประกาศคุมแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต้องตรวจสอบสินค้าให้ได้มาตรฐาน”อย.-สมอ.”ก่อนขึ้นขาย
การค้าออนไลน์ในยุคดิจิทัลเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ปัญหาสินค้าไม่ได้มาตรฐาน หรือสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ก็มีเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ล่าสุด รัฐบาลไทยได้ออกประกาศบังคับใช้แล้ว! ประกาศคุมแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต้องตรวจสอบสินค้าให้ได้มาตรฐาน”อย.-สมอ.”ก่อนขึ้นขาย เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและยกระดับความน่าเชื่อถือของตลาดออนไลน์
สาระสำคัญของประกาศคุมแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ
ตามที่เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ ประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง การดำเนินการอื่นสำหรับผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทตลาดสินค้า ที่มีลักษณะเฉพาะตามมาตรา 18 (2) แห่งพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565 พ.ศ. 2568 เมื่อวันที่ 4 ก.ค.68 และมีผลบังคับใช้เมื่อพ้น 180 วันนับจากวันประกาศเป็นต้นไป หรือตรงกับวันที่ 31 ธ.ค. 68
ประกาศนี้กำหนดหน้าที่เพิ่มเติมสำหรับผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทตลาดสินค้า (ออนไลน์ มาร์เก็ตเพลส) ที่มีลักษณะเฉพาะตามความเสี่ยงต่อความมั่นคงทางการเงินและพาณิชย์และความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อสาธารณชน
ดังนั้นจึงเป็นที่มาของเหตุผลว่า ทำไมต้องบังคับใช้แล้ว! ประกาศคุมแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต้องตรวจสอบสินค้าให้ได้มาตรฐาน”อย.-สมอ.”ก่อนขึ้นขาย
หน้าที่ของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ
หนึ่งในหน้าที่สำคัญของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซคือ การเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและผู้ประกอบการบนแพลตฟอร์ม เพื่อให้ผู้ใช้บริการได้รับข้อมูลที่จำเป็นอย่างเพียงพอในการพิจารณาใช้บริการหรือทำธุรกรรม
นอกจากนี้ยังต้องมีการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อการลงทะเบียนเป็นผู้ประกอบการด้วยระบบที่น่าเชื่อถือ รวมถึงต้องมีการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูลตามความเหมาะสม เพื่อยกระดับความเชื่อมั่นและลดความเสี่ยงจากการดำเนินการของผู้ประกอบการที่ไม่สามารถตรวจสอบได้
อีกหนึ่งหน้าที่หลักคือ การตรวจสอบการขายหรือการโฆษณาสินค้าที่ต้องมีมาตรฐานของสินค้า ตามกฎหมายของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
มาตรการดูแลและเยียวยาผู้เสียหาย
การบังคับใช้แล้ว! ประกาศคุมแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต้องตรวจสอบสินค้าให้ได้มาตรฐาน”อย.-สมอ.”ก่อนขึ้นขาย ยังกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องมีมาตรการในการตรวจสอบและกำกับดูแลรายการสินค้า ตลอดจนแจ้งเตือนผู้ประกอบการเกี่ยวกับการขายสินค้า และดำเนินการ ลบ ระงับ หรือปิดกั้น สินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานตามที่ประกาศกำหนด
นอกจากนี้ยังต้องแสดงข้อมูลสินค้าอย่างละเอียด และเอกสารประกอบที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานสินค้า รวมถึงการแสดง ใบจดแจ้ง หรือ หลักฐานการรับรองมาตรฐาน จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามความเหมาะสม เช่น สมอ. และ อย.
การรายงานผลการดำเนินการต่อหน่วยงานของรัฐเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถติดตามการดำเนินการตามมาตรการและหน้าที่ที่กำหนดไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กระบวนการแจ้งเตือนและนำออก (Notice and Take Down)
อีกหนึ่งส่วนสำคัญคือ กระบวนการแจ้งเตือนและนำออก (Notice and Take Down) ที่กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดให้มีกระบวนการดังกล่าวอย่างชัดเจน และเมื่อพบกรณีที่เข้าข่ายต้องดำเนินการ ต้องแจ้งเตือน และระงับการแสดงรายการสินค้า ชื่อผู้ขาย รวมถึงดำเนินการตรวจสอบข้อมูล และ แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามที่ประกาศกำหนด พร้อมทั้งกำหนดให้มีมาตรการ ดูแลและเยียวยาผู้เสียหายตามสมควร เป็นต้น
ประโยชน์ของการบังคับใช้ประกาศนี้
- เพิ่มความมั่นใจให้กับผู้บริโภค
- ลดปัญหาสินค้าไม่ได้มาตรฐาน
- ยกระดับความน่าเชื่อถือของตลาดออนไลน์
- ส่งเสริมการค้าออนไลน์ที่ยั่งยืน
- ป้องกันความเสียหายต่อสาธารณชน
การบังคับใช้แล้ว! ประกาศคุมแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต้องตรวจสอบสินค้าให้ได้มาตรฐาน”อย.-สมอ.”ก่อนขึ้นขาย ถือเป็นก้าวสำคัญในการกำกับดูแลตลาดอีคอมเมิร์ซของไทยให้มีความปลอดภัยและน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น
ผู้บริโภคควรตระหนักถึงสิทธิของตนเอง และเลือกซื้อสินค้าจากแพลตฟอร์มที่มีมาตรการการตรวจสอบสินค้าที่เข้มงวด เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวงหรือซื้อสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน
ที่มา – บังคับใช้แล้ว! ประกาศคุมแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต้องตรวจสอบสินค้าให้ได้มาตรฐาน”อย.-สมอ.”ก่อนขึ้นขาย