บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี เปิดตัว THB Programmable Payment อนาคตนวัตกรรมการเงินไทย
เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา บริษัท บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี จำกัด ผู้นำด้านเทคโนโลยีบล็อกเชนของประเทศไทย ได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ THB Programmable Payment ซึ่งเป็นระบบที่ถูกพัฒนาภายใต้กรอบการทดสอบนวัตกรรมทางการเงินที่จำกัดและมีระยะเวลาชัดเจน โดยมุ่งเน้นการยกระดับระบบนิเวศน์การชำระเงินของไทยให้ก้าวสู่เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยในยุคดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ
ภายในงาน คุณจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและ CEO ของบริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด ได้แบ่งปันมุมมองเชิงลึกเกี่ยวกับการเติบโตของอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทย และอธิบถึงศักยภาพของ THBK ซึ่งเป็นหน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่มีมูลค่าคงที่ 1 THBK = 1 THB ที่พัฒนาเพื่อใช้ทดสอบระบบ THB Programmable Payment จากการผนึกความร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำทั่งในและนอกประเทศ
THB Programmable Payment คืออะไร?
THB Programmable Payment เป็นโครงการที่ถูกพัฒนาบนกรอบ Enhanced Regulatory Sandbox โดยธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งยังอยู่ในกระบวนการทดสอบ และยังไม่สามารถนำออกใช้งานในวงกว้างได้ โดยระบบนี้ใช้สัญลักษณ์ THBK ซึ่งมีมูลค่าเทียบเท่ากับเงินบาทไทย (1 THBK = 1 THB) แต่ไม่นับว่าเป็นเงินตราตามกฎหมายขณะนี้
โครงการนี้มีจุดประสงค์เพื่อประเมินการใช้งานจริง การบริหารความเสี่ยง และประโยชน์ของนวัตกรรมการเงินที่เกิดขึ้นเมื่อเทียบกับระบบที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดยมีคุณภาสกร ปานนอก ผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO ของบิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี เป็นผู้นำเสนอความเป็นมา ทิศทางของโครงการ รวมถึงการใช้งานผ่านแพลตฟอร์ม Bitkub NEXT ซึ่งถือเป็นกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกพัฒนาโดยบิทคับเอง
การใช้งานจริงจากพันธมิตรธุรกิจ
- JFIN นำเสนอระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านบล็อกเชนที่สนับสนุนภาคธุรกิจการเงิน โดยมีการทดสอบเชื่อมโยงระบบที่เกี่ยวข้องกับ THBK และการใช้งานในระบบการชำระเงินรูปแบบใหม่ที่สามารถกำหนดสัญญาเงื่อนไขอัตโนมัติได้
- การทดสอบในรอบนี้ครอบคลุมผู้ใช้งานเบื้องต้นประมาณ 500 คน รวมถึงการกำหนดค่าธรรมเนียมในการถอนเงิน ค่าธรรมเนียมการ Bridge และค่าธุรกรรมต่างๆ ที่ถูกจำกัดให้เหมาะสม
ศักยภาพของระบบการเงินรูปแบบใหม่
ความสำคัญของ THB Programmable Payment อยู่ที่การใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเข้ามาช่วยในการทำให้เงินบาทไทยสามารถประมวลผลและชำระเงินได้แบบมีเงื่อนไข เช่น กำหนดเวลาทำธุรกรรม หรือระบุการใช้งานเฉพาะจุด ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าและประสิทธิภาพในระบบนิเวศทางการเงินไทยได้ในระยะยาว
การมีส่วนร่วมของเครือข่ายธุรกิจและการเงินอย่าง JFIN รวมถึงจำนวนผู้เข้าร่วมทดสอบที่จำกัดไว้ที่ 500 คน แสดงให้เห็นถึงการวางแผนร่วมกันอย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการสร้างนวัตกรรมอย่างยั่งยืน
แม้ว่าปัจจุบัน THB ยังคงเป็นเงินตราตามกฎหมายของไทยเพียงอย่างเดียว แต่ด้วยนวัตกรรมนี้ ประเทศไทยก็อาจมีโอกาสอยู่ในอันดับแนวหน้าของโลกในด้าน Financial Innovation โดยเฉพาะเมื่อเทคโนโลยีบล็อกเชนเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในชีวิตประจำวันของเรา
ที่มา – บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี เปิดตัว THB Programmable Payment อนาคตนวัตกรรมการเงินไทย