“บิ๊กเอ” รับ “ไทย” ไม่พร้อมจัด “ยูธโอลิมปิก 2030” เหตุงบขาด
สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวกีฬาไทยทุกคน วันนี้เรามีข่าวใหญ่ในวงการกีฬาที่หลายคนรอฟังกันมานาน นั่นคือเรื่องที่ “บิ๊กเอ” รับ “ไทย” ไม่พร้อมจัด “ยูธโอลิมปิก 2030” เหตุมีปัญหาเรื่องงบประมาณ ครับ นายสุรศักดิ์ พันธุ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ “บิ๊กเอ” ได้ออกมาประกาศอย่างชัดเจนหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ถึงแม้ไทยจะผ่านเข้ารอบสุดท้ายในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ ร่วมกับชิลีและปารากวัย และไอโอซีก็เพิ่งส่งทีมมาสำรวจเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่สุดท้ายเราก็ต้องถอนตัวออกไป
“บิ๊กเอ” รับ “ไทย” ไม่พร้อมจัด “ยูธโอลิมปิก 2030” เหตุมีปัญหาเรื่องงบประมาณ
หลังจากนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมครม. เมื่อวันที่ 5 พ.ค. บิ๊กเอได้หารืออย่างละเอียดและสรุปว่าด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน ไทยยังไม่พร้อมรับมือกับภาระงบประมาณมหาศาลถึง 5,000 ล้านบาท ที่ต้องใช้ในการจัดงานยูธโอลิมปิกเกมส์ 2030 รัฐบาลจึงตัดสินใจไม่ส่งหนังสือรับรองความพร้อมตามกำหนดสัปดาห์หน้า และจะแจ้งไอโอซีอย่างเป็นทางการพร้อมเหตุผลครบถ้วน
บิ๊กเอยังย้ำว่าตอนนี้รัฐบาลกำลังยุ่งกับการออก พ.ร.ก.กู้เงินเพื่อแก้ปัญหาวิกฤติพลังงานและเยียวยาประชาชน แผนรองรับจากหน่วยงานต่างๆ ก็ยังไม่ชัดเจนพอ ทำให้ไม่สามารถรับผิดชอบงานใหญ่ระดับนี้ได้ หลังปรึกษานายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล แล้ว จะเสนอเข้าครม.อีกครั้งเพื่อทบทวนและแจ้งถอนตัวอย่างเป็นทางการ
ยูธโอลิมปิก 2030 คืออะไร และทำไมไทยถึงอยากได้
ยูธโอลิมปิกเกมส์ หรือ Youth Olympic Games เป็นมหกรรมกีฬาสำหรับเยาวชนอายุ 15-18 ปี จัดโดยคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) ทุก 4 ปี เหมือนโอลิมปิกใหญ่ แต่เน้นพัฒนานักกีฬารุ่นใหม่ มีกีฬา 28 ชนิดแข่งขัน ไทยเคยเสนอตัวครั้งนี้เพราะอยากเป็นเจ้าภาพเพื่อยกระดับกีฬาเยาวชน โครงสร้างพื้นฐาน และการท่องเที่ยว แต่ปัญหาหลักคืองบประมาณที่พุ่งสูงเกินกำลัง
สาเหตุหลัก: เศรษฐกิจไทยและงบ 5,000 ล้านบาท
ปัจจุบัน เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากโควิด-19 ที่ค้างคา พลังงานแพง และค่าครองชีพสูง รัฐบาลต้องกระจายเงินช่วยเหลือประชาชนก่อน การจัดยูธโอลิมปิกต้องลงทุนสร้างสนามกีฬา โรงแรม ที่พักนักกีฬา และระบบขนส่ง ซึ่งรวมแล้วไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท แถมยังมีค่าใช้จ่ายหลังงานจบอีก หากไม่มีแผนชัดเจนจากหน่วยงานท้องถิ่นและเอกชน ก็เสี่ยงล้มเหลวได้ง่ายๆ
- งบประมาณหลัก 5,000 ล้านบาท สำหรับจัดการแข่งขัน
- สถานการณ์ พ.ร.ก.กู้เงินแก้วิกฤติพลังงาน
- แผนรองรับไม่ชัดเจนจากหน่วยงานเกี่ยวข้อง
- ต้องเยียวยาประชาชนก่อน
การตัดสินใจครั้งนี้ แม้จะน่าเสียดาย แต่ก็เป็นการรับผิดชอบที่ถูกต้อง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเหมือนบางชาติที่จัดแล้วเจ๊งหนี้สิน
ผลกระทบต่อกีฬาไทยและโอกาสในอนาคต
ถึงไทยจะไม่จัดยูธโอลิมปิก 2030 แต่ไม่ได้หมายความว่ากีฬาเยาวชนจะหยุดนิ่งนะครับ รัฐบาลยังสามารถสนับสนุนผ่านโครงการอื่นๆ เช่น SEA Games, Asian Games หรือพัฒนาอคาเดมี่กีฬาในท้องถิ่น การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้เป็นโอกาสทองในการอัพเกรดโครงสร้าง แต่ด้วยงบจำกัด เราควรโฟกัสที่คุณภาพมากกว่าปริมาณ ส่งนักกีฬาไทยไปแข่งต่างประเทศเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์แทน
ในมุมผมคิดว่าการถอนตัวเป็นสัญญาณดีที่แสดงว่ารัฐบาลคิดถึงประชาชนก่อน แทนที่จะยัดเยียดโครงการใหญ่แล้วกลายเป็นภาระ มันช่วยให้เรามีเวลาพัฒนาตัวเองให้พร้อมจริงๆ สำหรับโอกาสครั้งหน้า เช่น ปี 2034 หรืออื่นๆ
สุดท้ายนี้ ผมขอชวนเพื่อนๆ ติดตามข่าวกีฬาไทยต่อไปนะครับ ว่าภัยจะมีโครงการอะไรใหม่ๆ มาบ้าง คุณคิดยังไงกับการตัดสินใจครั้งนี้ ลองคอมเมนต์บอกกันได้เลย! ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์และกดไลค์ด้วยนะ
ความเห็นส่วนตัว: ไทยควรเร่งสร้างกองทุนกีฬาเฉพาะทาง เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสดีๆ ในอนาคต
ที่มา – “บิ๊กเอ” รับ “ไทย” ไม่พร้อมจัด “ยูธโอลิมปิก 2030” เหตุมีปัญหาเรื่องงบประมาณ