บุกจับหนุ่มเชียงใหม่ ดัดแปลงเลื่อยยนต์ขาย

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม เกิดเหตุการณ์บุกจับหนุ่มเชียงใหม่ที่บ้านพักในอำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ โดยตำรวจกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พร้อมด้วยตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 5 และตำรวจ สภ.สารภี ได้เข้าตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว หลังสืบทราบว่า นายชาย (นามสมมุติ) อายุ 39 ปี มีพฤติกรรม รับซื้อและดัดแปลงเลื่อยยนต์ขายจากร้านของเก่า แล้วนำไปขายต่อทางออนไลน์

การบุกจับหนุ่มเชียงใหม่ครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากการขยายผลการสืบสวนคดีที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายสิ่งของผิดกฎหมายทางออนไลน์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เฝ้าติดตามพฤติกรรมของนายชายมาสักระยะหนึ่ง จนกระทั่งมั่นใจว่ามีหลักฐานเพียงพอ จึงได้ขอหมายค้นจากศาลและเข้าทำการตรวจค้นในที่สุด

บุกจับหนุ่มเชียงใหม่คาบ้าน ดัดแปลงเลื่อยยนต์ขายออนไลน์ อาวุธปืนอื้อ!

ผลการตรวจค้นปรากฏว่า เจ้าหน้าที่พบของกลางจำนวนมาก ได้แก่ เลื่อยโซ่ยนต์ 7 เครื่อง, อะไหล่เลื่อยยนต์จำนวนหนึ่งที่มีขนาดเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด นอกจากนี้ยังพบอาวุธปืนสั้น ขนาด .22 มม. พร้อมกระสุน 135 นัด ซึ่งมีเพียงใบอนุญาตของผู้อื่น ไม่ใช่ของนายชาย รวมถึงปืนอัดลมอีก 8 กระบอก และกระสุนอีก 582 นัด ทำให้การบุกจับหนุ่มเชียงใหม่ครั้งนี้ได้ของกลางเป็นจำนวนมาก

จากการสอบสวน นายชาย ให้การรับสารภาพว่า ของกลางทั้งหมดเป็นของตน โดยอ้างว่าซื้อปืนสั้น .22 มม. มาในราคา 15,000 บาท ส่วนปืนอัดลมและเลื่อยโซ่ยนต์ได้มาจากการซื้อต่อจากร้านขายของเก่า เพื่อนำมาซ่อมแซมและขายต่อ โดยไม่ทราบว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดทางกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อคำให้การของนายชาย เนื่องจากพบหลักฐานหลายอย่างที่บ่งชี้ว่า นายชายมีพฤติกรรมในการดัดแปลงเลื่อยยนต์และอาวุธปืนเพื่อนำไปขายต่อจริง โดยมีการโพสต์ขายสินค้าเหล่านี้ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ

รายละเอียดของกลางที่พบจากการบุกจับหนุ่มเชียงใหม่

  • เลื่อยโซ่ยนต์ 7 เครื่อง
  • อะไหล่เลื่อยยนต์จำนวนหนึ่ง
  • ปืนสั้น .22 มม. พร้อมกระสุน 135 นัด
  • ปืนอัดลม 8 กระบอก
  • กระสุนปืนอัดลม 582 นัด

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” และ “มีเลื่อยโซ่ยนต์ไว้ในครอบครองและซ่อมแซมโดยไม่ได้รับอนุญาต” ต่อนายชาย ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

คดีบุกจับหนุ่มเชียงใหม่ครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการปราบปรามอาชญากรรมทางออนไลน์ที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงเดินหน้าสืบสวนขยายผลเพื่อจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมต่อไป

การดัดแปลงเลื่อยยนต์และอาวุธปืน ถือเป็นความผิดทางกฎหมายที่มีโทษร้ายแรง ผู้ที่กระทำความผิดอาจต้องโทษจำคุกและปรับ ดังนั้นจึงขอเตือนประชาชนให้ระมัดระวังในการซื้อขายสิ่งของผิดกฎหมายทางออนไลน์ และหากพบเห็นการกระทำที่น่าสงสัย ควรแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบทันที

การบุกจับหนุ่มเชียงใหม่รายนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์และความสำคัญของการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในสังคม การซื้อขายสิ่งผิดกฎหมายไม่เพียงแต่เป็นอันตรายต่อผู้ซื้อและผู้ขายเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของชุมชนโดยรวมอีกด้วย ดังนั้นการร่วมมือกันของทุกภาคส่วนในการแจ้งเบาะแสและสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่จึงเป็นสิ่งสำคัญ

ที่มา – บุกจับหนุ่มเชียงใหม่คาบ้าน ดัดแปลงเลื่อยยนต์ขายออนไลน์ อาวุธปืนอื้อ!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *