บุกยึดบุหรี่ไฟฟ้าแสนชิ้น พบซากสัตว์ข้ามแดนสตูล

เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงจังหวัดสตูลเปิดปฏิบัติการครั้งใหญ่ หลังติดตามขบวนการลักลอบขนส่งสินค้าผิดกฎหมายผ่านช่องทางธรรมชาติบริเวณแนวชายแดนไทย–มาเลเซียมานานหลายเดือน ผลการตรวจค้นครั้งนี้สร้างความตกใจให้กับหลายฝ่าย เพราะสามารถ บุกยึดบุหรี่ไฟฟ้าแสนชิ้น พร้อมซากสัตว์และแมลงแห้งจำนวนมาก รวมมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจและภาษีกว่า 161 ล้านบาท

การแถลงข่าวจัดขึ้นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลเป็นประธาน พร้อมหน่วยงานความมั่นคงและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมให้ข้อมูล เบื้องต้นพบของกลางเป็นบุหรี่ไฟฟ้าชนิดใช้แล้วทิ้ง 266 ลัง จำนวน 77,960 ชิ้น และหัวพอตน้ำยาอีก 12 ลัง จำนวน 17,500 ชิ้น รวมมากกว่า 95,000 ชิ้น นอกจากนี้ยังพบซากสัตว์และแมลงแห้ง น้ำหนักรวมประมาณ 235 กิโลกรัม

บุกยึดบุหรี่ไฟฟ้าแสนชิ้น พร้อมของกลางจากสัตว์ป่า

ของกลางที่ตรวจยึดได้ไม่ได้มีเพียงผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังประกอบด้วยเกล็ดตัวนิ่ม 38 กิโลกรัม ม้าน้ำแห้ง 11 กิโลกรัม ตะขาบแห้ง 98 กิโลกรัม จักจั่นแห้ง 59 กิโลกรัม และแมลงแห้งอีก 29 กิโลกรัม ลักษณะการบรรจุถูกจัดแยกใส่ลังและกระสอบ เพื่อเตรียมลำเลียงต่อไปยังพื้นที่ปลายทาง

เจ้าหน้าที่ประเมินมูลค่าของกลางเบื้องต้นไว้กว่า 31 ล้านบาท ขณะที่ความเสียหายด้านภาษีอาจสูงถึงกว่า 130 ล้านบาท เมื่อนำมารวมกันจึงคิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 161 ล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าการลักลอบขนสินค้าผิดกฎหมายไม่ได้สร้างผลกระทบเฉพาะด้านรายได้รัฐเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับความปลอดภัย สุขภาพประชาชน และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติด้วย

เส้นทางลำเลียงหลังบุกยึดบุหรี่ไฟฟ้าแสนชิ้น

จากการสืบสวน เจ้าหน้าที่พบว่าขบวนการนี้มีการว่าจ้างแรงงานท้องถิ่นมากกว่า 150 คน ให้ช่วยขนย้ายกระสอบและกล่องพัสดุผ่านช่องทางธรรมชาติตามแนวชายแดน แต่ละซองมีน้ำหนักมากกว่า 32 กิโลกรัม และมีค่าจ้างประมาณลังละ 580 บาท แรงงานบางส่วนต้องเดินเท้าในเส้นทางที่เข้าถึงยาก ก่อนนำของไปพักคอยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า สินค้าเหล่านี้ไม่ได้เน้นจำหน่ายในจังหวัดสตูลเป็นหลัก แต่เตรียมกระจายต่อไปยังพื้นที่อื่นทั่วประเทศ ลักษณะดังกล่าวทำให้การสืบสวนจำเป็นต้องขยายผลมากกว่าการจับกุมผู้ลำเลียง เพราะยังต้องค้นหาผู้สั่งการ ผู้จัดหาเงินทุน ผู้รับซื้อ และเครือข่ายกระจายสินค้าในขั้นตอนต่อไป

  • บุหรี่ไฟฟ้าชนิดใช้แล้วทิ้ง 77,960 ชิ้น
  • หัวพอตน้ำยา 17,500 ชิ้น
  • เกล็ดตัวนิ่ม 38 กิโลกรัม
  • ม้าน้ำแห้ง 11 กิโลกรัม
  • ซากตะขาบ จักจั่น และแมลงแห้งรวม 186 กิโลกรัม
  • จับกุมผู้ต้องหาเบื้องต้นแล้ว 8 ราย

สำหรับเกล็ดตัวนิ่มและม้าน้ำแห้ง เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าการครอบครองและเคลื่อนย้ายเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าหรือไม่ รวมถึงกฎหมายควบคุมการค้าสัตว์ระหว่างประเทศ หรือ CITES เนื่องจากสัตว์บางชนิดอยู่ในกลุ่มที่ต้องได้รับการคุ้มครอง การนำซากสัตว์ออกจากพื้นที่หรือข้ามแดนโดยไม่ได้รับอนุญาตอาจมีความผิดหลายข้อหา

เจ้าหน้าที่ตั้งข้อสังเกตว่า ซากสัตว์แห้งบางรายการอาจถูกนำไปใช้ในตำรับยาแผนโบราณหรือเกี่ยวข้องกับความเชื่อด้านสุขภาพ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันสรรพคุณดังกล่าว ผู้บริโภคจึงควรระมัดระวัง ไม่สนับสนุนการซื้อขายผลิตภัณฑ์จากสัตว์ป่า และไม่เชื่อคำโฆษณาที่อ้างสรรพคุณเกินจริง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 8 ราย แม้ยังไม่พบหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงนักการเมืองท้องถิ่น แต่ฝ่ายปกครองได้สั่งให้เร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินและขยายผลไปยังผู้สั่งการ รวมถึงผู้รับซื้อปลายทาง ขณะเดียวกัน หน่วยงานความมั่นคง ตำรวจตระเวนชายแดน และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทะเลบันจะเพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนตลอดแนวชายแดน เพื่อป้องกันการลักลอบในลักษณะเดิมเกิดขึ้นซ้ำ

เหตุการณ์ บุกยึดบุหรี่ไฟฟ้าแสนชิ้น ครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าคดีสินค้าหนีภาษี เพราะยังสะท้อนปัญหาเครือข่ายลักลอบข้ามแดน การใช้แรงงานในพื้นที่ และการค้าซากสัตว์ป่าที่อาจกระทบต่อระบบนิเวศโดยตรง การแก้ปัญหาให้ได้ผลจำเป็นต้องทำทั้งการสกัดกั้นตามแนวชายแดน ตรวจสอบเส้นทางการเงิน และสร้างความรู้ให้ประชาชนไม่ซื้อสินค้าผิดกฎหมาย

ในมุมของผู้บริโภค การไม่ซื้อบุหรี่ไฟฟ้าที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการถูกต้อง รวมถึงการไม่สนับสนุนสินค้าที่ทำจากสัตว์ป่า คือส่วนช่วยลดตลาดของขบวนการเหล่านี้ได้ดีที่สุด หากพบเบาะแสการลักลอบขนส่งหรือจำหน่าย ควรแจ้งหน่วยงานรัฐเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอย่างปลอดภัยและดำเนินคดีตามกฎหมาย

ที่มา – บุกยึดบุหรี่ไฟฟ้าแสนชิ้น ตะลึงซุกเกล็ดตัวนิ่ม-ม้าน้ำแห้ง ลักลอบขนข้ามแดนสตูล มูลค่า 161 ล้าน!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *