บ้านบางหมู ต้นแบบหมู่บ้านศีล 5 สมุทรปราการ
บ้านบางหมู ต้นแบบหมู่บ้านศีล 5 จังหวัดสมุทรปราการ เป็นตัวอย่างของชุมชนที่นำหลักศีลธรรมมาปรับใช้กับการดำเนินชีวิตได้อย่างเป็นรูปธรรม จากชุมชนชาวมอญในตำบลบางด้วน อำเภอเมืองสมุทรปราการ วันนี้บ้านบางหมูได้พัฒนาเป็นพื้นที่เรียนรู้ที่ผสานทั้งศาสนา อาชีพ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และการดูแลสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกันอย่างลงตัว
เมื่อวันที่ 17 กันยายน คณะกรรมการโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 ได้ลงพื้นที่วัดชัยมงคล เพื่อติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของบ้านบางหมู หมู่ที่ 6 โดยมีพระเถระและคณะกรรมการจากส่วนกลางร่วมตรวจเยี่ยม การประเมินครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเข้มแข็งของคนในชุมชน ซึ่งร่วมมือกันพัฒนาหมู่บ้านมาอย่างต่อเนื่อง จนได้รับการประกาศรับรองให้เป็นหมู่บ้านรักษาศีล 5 ต้นแบบของจังหวัดสมุทรปราการ
บ้านบางหมู ต้นแบบหมู่บ้านศีล 5 กับการสร้างชุมชนเข้มแข็ง
จุดเด่นของบ้านบางหมูไม่ได้อยู่เพียงการจัดกิจกรรมทางศาสนาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชน โดยชาวบ้านนำแนวคิดเรื่องความพอเพียง ความรับผิดชอบ และการช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาใช้ในชีวิตประจำวัน การรักษาศีล 5 จึงไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัว แต่กลายเป็นแนวทางที่ช่วยให้คนในชุมชนอยู่ร่วมกันอย่างสงบ มีความไว้วางใจ และพร้อมร่วมกันแก้ไขปัญหาต่าง ๆ
นายบัญชา มั่นทองคำ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 และกำนันตำบลบางด้วน เปิดเผยว่า ชุมชนได้ส่งเสริมให้ประชาชนสร้างความมั่นคงทางอาหารด้วยการปลูกพืชผักสวนครัวและจัดทำรั้วกินได้ หลายครัวเรือนสามารถลดค่าใช้จ่ายจากการซื้อผัก และยังมีอาหารปลอดภัยไว้บริโภคภายในบ้าน นอกจากนี้ยังช่วยให้พื้นที่รอบบ้านมีความร่มรื่นและน่าอยู่มากขึ้น
สัมมาชีพจากผักเคลและภูมิปัญญาท้องถิ่น
หนึ่งในกิจกรรมที่น่าสนใจของชุมชนคือการส่งเสริมการปลูกผักเคลทั้งหมู่บ้าน ผักเคลได้รับฉายาว่าเป็นราชินีแห่งผักใบเขียว เพราะมีสารอาหาร วิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระจำนวนมาก จึงเป็นที่ต้องการของกลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ ชาวบ้านบ้านบางหมูสามารถพัฒนาการปลูกผักเคลให้กลายเป็นอาชีพและสินค้าสำคัญของชุมชน โดยมีตลาดรับซื้อในราคาประมาณกิโลกรัมละ 300 บาท
การปลูกผักเคลไม่ได้ช่วยสร้างรายได้เพียงอย่างเดียว แต่ยังเปิดโอกาสให้สมาชิกในครอบครัวทำงานร่วมกัน ตั้งแต่การเตรียมดิน เพาะเมล็ด ดูแลแปลงผัก เก็บเกี่ยว ไปจนถึงการคัดเลือกและจัดส่งสินค้า กระบวนการเหล่านี้ทำให้เกิดการเรียนรู้ด้านการเกษตรและการบริหารจัดการต้นทุน ซึ่งสามารถต่อยอดเป็นอาชีพที่มั่นคงได้ในอนาคต
นอกจากผักเคลแล้ว บ้านบางหมูยังอนุรักษ์และต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เป็นสัมมาชีพ เช่น การทำแซ่ปัดยุง งานจักสานจากก้านจาก การทำขนมจาก และการทำไข่เค็มเป็ดปากน้ำ สินค้าเหล่านี้สะท้อนอัตลักษณ์ของพื้นที่และช่วยสร้างรายได้เสริมให้แก่ครัวเรือน ขณะเดียวกันก็ทำให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ทักษะจากผู้สูงอายุ ช่วยสืบทอดภูมิปัญญาไม่ให้สูญหายไป
การดูแลสิ่งแวดล้อมด้วยการสร้างรายได้
อีกแนวทางที่ชุมชนให้ความสำคัญคือการจัดการขยะและการนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ประโยชน์ ชาวบ้านนำขวดพลาสติกมาประดิษฐ์เป็นไม้กวาด แล้วจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ กิจกรรมนี้ช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกในพื้นที่ พร้อมเพิ่มมูลค่าให้สิ่งของที่อาจถูกทิ้งอย่างไร้ประโยชน์ ถือเป็นแนวคิดที่เชื่อมโยงการรักษาสิ่งแวดล้อมเข้ากับการสร้างรายได้ได้อย่างชัดเจน
การจำหน่ายสินค้าผ่านระบบออนไลน์ยังช่วยให้ชุมชนเข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้น ผู้ผลิตสามารถนำเสนอเรื่องราวของสินค้า กระบวนการทำงาน และที่มาของวัตถุดิบให้ผู้บริโภคได้รับรู้ เมื่อลูกค้าเห็นคุณค่าของสินค้าและความตั้งใจของชุมชน ก็มีแนวโน้มสนับสนุนสินค้าท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง
วัดชัยมงคล ศูนย์กลางการเรียนรู้ของชุมชน
วัดชัยมงคลมีบทบาทสำคัญในการเป็นศูนย์กลางจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของบ้านบางหมู ทั้งเรื่องการรักษาศีล 5 คุณธรรม จริยธรรม และการพัฒนาคุณภาพชีวิต พระสงฆ์และผู้นำชุมชนร่วมกันจัดอบรมให้ความรู้แก่เด็กและเยาวชน เพื่อปลูกฝังให้คนรุ่นใหม่เข้าใจความสำคัญของการมีวินัย ความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ และการเคารพผู้อื่น
สำหรับผู้สูงอายุในชุมชน มีการจัดกิจกรรมวิปัสสนาทุกวันพระ ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องมานานกว่า 20 ปี กิจกรรมดังกล่าวช่วยให้ผู้สูงอายุมีพื้นที่สงบสำหรับดูแลจิตใจ ได้พบปะพูดคุยกับคนในวัยเดียวกัน และยังเป็นโอกาสให้คนต่างวัยได้ทำกิจกรรมร่วมกัน วัดจึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบพิธีกรรม แต่เป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงผู้คนและสร้างความสัมพันธ์ภายในชุมชน
บ้านบางหมูเข้าร่วมโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 มาประมาณ 7 ปี และมีประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่าการพัฒนาชุมชนจะเกิดผลได้ดีเมื่อประชาชนรู้สึกเป็นเจ้าของโครงการและเห็นประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับชีวิตของตนเอง การทำงานของผู้นำชุมชน วัด โรงเรียน ครอบครัว และประชาชนจึงต้องเดินไปในทิศทางเดียวกัน
- ส่งเสริมการปลูกผักสวนครัวและสร้างความมั่นคงทางอาหาร
- พัฒนาผักเคลให้เป็นสินค้าเกษตรสร้างรายได้
- อนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นและต่อยอดเป็นอาชีพ
- นำขยะพลาสติกกลับมาใช้ใหม่เพื่อดูแลสิ่งแวดล้อม
- จัดกิจกรรมด้านศีลธรรมและการเรียนรู้สำหรับคนทุกวัย
บ้านบางหมู ต้นแบบหมู่บ้านศีล 5 จึงเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจสำหรับชุมชนอื่น เพราะแสดงให้เห็นว่าหลักธรรมสามารถนำมาเชื่อมโยงกับการสร้างอาชีพ การรักษาสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาคนได้จริง หากทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง ชุมชนก็จะมีทั้งความสงบ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของตนเอง
เรื่องราวของบ้านบางหมูสะท้อนว่า การสร้างชุมชนเข้มแข็งเริ่มต้นได้จากสิ่งใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นการปลูกผัก การแบ่งปันความรู้ การรักษาศีล หรือการช่วยกันดูแลพื้นที่ หากนำแนวคิดเหล่านี้ไปปรับใช้ในชุมชนของตนเอง ก็มีโอกาสสร้างสังคมที่น่าอยู่และเติบโตไปพร้อมกันได้อย่างยั่งยืน
ที่มา – ‘บ้านบางหมู’ ต้นแบบหมู่บ้านศีล 5 สมุทรปราการ ส่งเสริม ‘สัมมาชีพ’ ให้ประชาชน