ปกป้องคุณภาพ ยางพาราไทย จากการใช้สารเคมีต้องห้าม
พบเกษตรกรใช้ “สารขาว” สารเคมีต้องห้ามเกลื่อน จับมือภาคเอกชน ปกป้องคุณภาพ “ยางพาราไทย”
เป็นประเด็นที่น่าจับตามองอย่างมากในวงการเกษตรบ้านเราครับ เมื่อคุณเบญจพล นาคประเสริฐ ประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ได้ออกมาส่งสัญญาณเตือนถึงปัญหาการแพร่ระบาดของการใช้ “สารขาว” หรือสารช่วยจับตัวยางชนิดผงที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งกำลังเป็นปัญหาใหญ่ที่กระทบต่อภาพลักษณ์และคุณภาพของ ยางพาราไทย ในตลาดโลกอย่างรุนแรง
ปัจจุบันเราเริ่มพบว่าเกษตรกรบางกลุ่มหันไปใช้สารเคมีเหล่านี้มากขึ้น เพื่อความสะดวกในการแปรรูปยางก้อนถ้วย แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับทำให้เนื้อยางมีลักษณะแข็งคล้ายพลาสติก สูญเสียความยืดหยุ่นที่เป็นจุดเด่นของยางธรรมชาติไป ซึ่งแน่นอนว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่อุตสาหกรรมยางระดับโลกต้องการ และหากปล่อยไว้เช่นนี้ ความเชื่อมั่นที่มีต่อยางพาราจากประเทศไทยอาจสั่นคลอนได้ในอนาคตอันใกล้
มาตรการเร่งด่วนเพื่อปกป้องคุณภาพ ยางพาราไทย
ทาง กยท. ไม่ได้นิ่งนอนใจกับเรื่องนี้ครับ โดยในที่ประชุมบอร์ดนัดแรกได้มีมติชัดเจนว่า เราต้องร่วมกันรณรงค์และยกระดับมาตรฐานการผลิตตั้งแต่ต้นทาง ดังนี้:
- การงดรับซื้อ: มีข้อสรุปให้งดรับซื้อยางที่ตรวจพบการใช้เคมีผิดประเภทหรือสารต้องห้ามโดยเด็ดขาด
- สร้างความเข้าใจ: เร่งประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรเข้าใจถึงผลเสียระยะยาวที่กระทบต่อราคายางและตลาดส่งออก
- บูรณาการร่วมกัน: กยท. จับมือกรมวิชาการเกษตรและภาคเอกชน เพื่อตรวจสอบคุณภาพและหาทางแก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
การใช้สารเคมีที่ผิดประเภทไม่เพียงแต่ทำให้เนื้อยางด้อยคุณภาพ แต่ยังเป็นการลดทอนคุณค่าของสินค้าเกษตรไทยในเวทีโลก การที่ทุกภาคส่วนหันมาจับมือกันเพื่อปกป้องคุณภาพ ยางพาราไทย ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวย่างที่สำคัญที่จะช่วยสร้างมาตรฐานใหม่ให้มีความมั่นคงและน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้นครับ
ในฐานะที่เราเป็นฟันเฟืองสำคัญในห่วงโซ่อุปทานยางพารา การหันมาใช้สารช่วยจับตัวยางที่ถูกต้องและได้รับการรับรอง จะช่วยให้เกษตรกรสามารถขายผลผลิตได้ในราคาที่เป็นธรรม และรักษาชื่อเสียงยางพาราไทยให้คงอยู่คู่ตลาดโลกไปนานแสนนานครับ หากใครมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเกี่ยวกับสารช่วยจับตัวยางที่ได้รับอนุญาต สามารถติดต่อสอบถามได้ที่สำนักงาน กยท. ในพื้นที่ใกล้บ้านท่านได้ทันที
ที่มา – พบเกษตรกรใช้ “สารขาว” สารเคมีต้องห้ามเกลื่อน จับมือภาคเอกชน ปกป้องคุณภาพ “ยางพาราไทย”