ปกรณ์สุดเศร้า เห็นภาพสมีโชติแล้วรับไม่ได้ สั่ง พ.ศ.ทำงานเชิงรุก

ปกรณ์สุดเศร้า เห็นภาพสมีโชติแล้วรับไม่ได้ สั่ง พ.ศ.ทำงานเชิงรุก

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับกรณีอดีตพระที่ถูกจับกุมในข้อหาเสพเมถุนและยักยอกเงินวัด โดยล่าสุด นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้ออกมาแสดงความรู้สึกถึงเรื่องนี้ว่า ปกรณ์สุดเศร้า เห็นภาพสมีโชติแล้วรับไม่ได้ สั่ง พ.ศ.ทำงานเชิงรุก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่บั่นทอนจิตใจชาวพุทธเช่นนี้ขึ้นอีก

นายปกรณ์กล่าวว่า การกระทำของพระสงฆ์บางรูปไม่ควรนำไปเหมาเข่งรวมกับหลักคำสอนทางพุทธศาสนา ผ้าเหลืองไม่ได้เป็นเครื่องการันตีว่ากิเลสจะหมดไป แต่การแก้ไขปัญหาต้องทำอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการวางมาตรการที่เข้มข้นขึ้นจากทาง พศ. เพื่อให้พระพุทธศาสนายังคงเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชนชาวไทยได้อย่างแท้จริง

แนวทางการปราบปรามและมาตรการเชิงรุกที่ต้องเร่งมือ

สำหรับการดำเนินการในอนาคต เมื่อปกรณ์สุดเศร้า เห็นภาพสมีโชติแล้วรับไม่ได้ สั่ง พศ.ทำงานเชิงรุก จึงได้มีการผลักดันแนวทางสำคัญเพื่อตรวจสอบความโปร่งใสภายในวัด ดังนี้:

  • จัดทำระบบบัญชีกลางของวัดทั่วประเทศ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลรายรับ-รายจ่ายเข้าสู่ส่วนกลาง
  • สร้างฐานข้อมูลทะเบียนพระสงฆ์ที่เป็นปัจจุบัน เพื่อป้องกันพระปลอมหรือพระที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม
  • ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการตรวจสอบ เช่น ระบบบริจาคอัตโนมัติ เพื่อป้องกันการใช้เงินเกินตัวหรือการทุจริต

นายปกรณ์ย้ำว่า แม้จะมีการเพิ่มมาตรการทางกฎหมาย แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการกล่อมเกลาจิตใจของตัวบุคคลเอง เพราะหากคนไม่สามารถควบคุมกิเลสในใจได้ ไม่ว่าจะมี พศ. หรือกฎหมายกี่ฉบับ ปัญหาก็อาจเกิดขึ้นได้เสมอ อย่างไรก็ตาม การทำงานร่วมกับฝ่ายศาสนจักรอย่างเข้มงวดจะช่วยให้การตรวจสอบทำได้รวดเร็วขึ้น ตั้งแต่การตรวจสอบทรัพย์สินไปจนถึงการคัดกรองผู้ที่จะเข้ามาบวช

ในส่วนของพุทธพาณิชย์และวัตถุมงคล นายปกรณ์มองว่าเป็นเรื่องของความเชื่อส่วนบุคคล แต่การที่สังคมจะรอดพ้นจากการหลอกลวงได้นั้น ต้องอาศัย ‘ปัญญา’ และการไตร่ตรองด้วยเหตุผลมากกว่าความงมงาย นอกจากนี้ นายธงทอง จันทรางศุ ประธานคณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ยังได้แสดงความคิดเห็นในเชิงบวกว่า การเปิดโปงพระที่ไม่ปฏิบัติตามพระวินัยถือเป็นเรื่องดี เพราะจะช่วยทำให้พระศาสนาผ่องแผ้วขึ้น ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้พุทธศาสนาเสื่อมลงแต่อย่างใด

ในท้ายที่สุดนี้ ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นบทเรียนราคาแพงที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันดูแล ไม่ใช่แค่หน้าที่ของ พศ. หรือเจ้าหน้าที่รัฐเพียงอย่างเดียว แต่ชาวพุทธทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการเป็นหูเป็นตา เพื่อรักษาความบริสุทธิ์ของศาสนาให้คงอยู่คู่ประเทศไทยสืบไป

ที่มา – ‘ปกรณ์’สุดเศร้า เห็นภาพ’สมีโชติ’แล้วรับไม่ได้ สั่ง พ.ศ.ทำงานเชิงรุก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *