ปชป.เตือนรัฐบาล-BOI เสี่ยงเป็นศูนย์กลางลงทุน 0 เหรียญ
ในยุคที่การแข่งขันด้านเศรษฐกิจมีความเข้มข้น หลายคนคงเคยได้ยินกระแสข่าวเกี่ยวกับ ปชป.เตือนรัฐบาล-BOI เสี่ยงเป็นศูนย์กลางลงทุน 0 เหรียญ ซึ่งกลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกหยิบยกมาพูดถึงอย่างมากในแวดวงเศรษฐกิจไทย เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ได้ออกมาตั้งข้อสังเกตถึงการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่อาจไม่ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศในระยะยาว
วิกฤตความเสี่ยงของการเป็นศูนย์กลางลงทุน 0 เหรียญ
การเติบโตของประเทศไทยในอดีตมักมาจากการดึงดูดอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น ยานยนต์ ซึ่งแลกมาด้วยการเสียภาษีแต่ได้การจ้างงานและห่วงโซ่อุปทานในประเทศ แต่ปัจจุบัน ปชป.เตือนรัฐบาล-BOI เสี่ยงเป็นศูนย์กลางลงทุน 0 เหรียญ ผ่านรูปแบบอุตสาหกรรมสมัยใหม่ที่ให้ผลตอบแทนต่อคนไทยน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เช่น Data Center, ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งหลายโครงการได้รับยกเว้นภาษีมหาศาลแต่กลับไม่มีการจ้างงานคนไทยอย่างมีนัยสำคัญ
ผลกระทบที่คนไทยต้องแบกรับหากเป็นศูนย์กลางลงทุน 0 เหรียญ
เมื่อบริษัทต่างชาติเข้ามาตั้งฐานการผลิตโดยใช้สิทธิพิเศษเต็มที่ แต่ไม่ได้เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจท้องถิ่น ผลกระทบที่ตามมาคือ:
- ขาดการสร้างงานให้คนไทยในระดับที่ควรจะเป็น
- เทคโนโลยีและองค์ความรู้ไม่ถูกถ่ายทอดสู่แรงงานในประเทศ
- การจัดซื้อวัตถุดิบจากท้องถิ่นมีสัดส่วนที่ต่ำมาก
- รัฐบาลต้องแบกรับภาระโครงสร้างพื้นฐาน น้ำ และไฟ โดยที่ไม่ได้ภาษีคืน
ด้วยเหตุนี้ พรรคประชาธิปัตย์จึงได้เสนอแนวทาง 5 มิติ เพื่อกำหนดเกณฑ์การพิจารณาสิทธิประโยชน์ใหม่ ได้แก่ 1. การสร้างงานให้คนไทย 2. การถ่ายทอดเทคโนโลยี 3. การสนับสนุน Supply Chain ในประเทศ 4. ผลตอบแทนทางภาษีที่คุ้มค่า และ 5. การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้การลงทุนกลายเป็นเพียงการกอบโกยผลประโยชน์โดยไม่สร้างมูลค่าเพิ่มให้คนในชาติ
ในฐานะประชาชน เราคงต้องจับตามองต่อไปว่าภาครัฐและ BOI จะปรับทิศทางนโยบายนี้อย่างไร เพื่อให้การลงทุนจากต่างชาติเข้ามาช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน แทนที่จะเป็นเพียงฐานการผลิตที่ทิ้งไว้แค่ต้นทุนทางสิ่งแวดล้อมให้เราต้องตามแก้ปัญหาในภายหลัง เพราะการลงทุนที่แท้จริงต้องวัดกันที่คุณภาพชีวิตของคนไทย ไม่ใช่แค่ตัวเลขเม็ดเงินที่ผ่านไปมาเท่านั้น
ที่มา – ‘ปชป.’ เตือนรัฐบาล-BOI ตั้งรับทุนข้ามชาติ แจกสิทธิประโยชน์จนกลายเป็น ‘ศูนย์กลางลงทุน 0 เหรียญ’