ปปง. ยึดทรัพย์ เฉิน จื้อ กับพวก คดีหลอกตุ๋นคนไทย เพิ่ม 115 ล้าน

เชื่อว่าหลายคนคงกำลังติดตามข่าวคราวความคืบหน้าเรื่องการปราบปรามมิจฉาชีพกันอยู่ ล่าสุดทางสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ได้ออกมาเผยผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรมครั้งสำคัญ โดยมีการตัดสินใจดำเนินมาตรการขั้นเด็ดขาดกับกลุ่มผู้กระทำความผิดในหลายคดี โดยเฉพาะกรณีที่เป็นที่สนใจอย่างยิ่งคือ ปปง. ยึดทรัพย์ เฉิน จื้อ กับพวก คดีหลอกตุ๋นคนไทย เพิ่มอีก 115 ล้าน บาท เพื่อเป็นการตัดวงจรอาชญากรรมและนำทรัพย์สินกลับมาสู่กระบวนการยุติธรรม

ความคืบหน้า ปปง. ยึดทรัพย์ เฉิน จื้อ กับพวก คดีหลอกตุ๋นคนไทย เพิ่มอีก 115 ล้าน

จากการประชุมเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. ได้ออกมาสรุปผลการดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สินในความผิดมูลฐานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นยาเสพติด การฉ้อโกงประชาชน หรือการพนันออนไลน์ ซึ่งในรายของ นายเฉิน จื้อ กับพวก นั้น คณะกรรมการธุรกรรมได้มีมติสั่งอายัดทรัพย์สินเพิ่มเติมจำนวน 431 รายการ ซึ่งครอบคลุมทั้งเงินสด ทองรูปพรรณ ที่ดิน และสินทรัพย์ดิจิทัล รวมมูลค่ากว่า 115 ล้านบาท

เมื่อรวมกับทรัพย์สินที่เคยดำเนินการไปก่อนหน้านี้ ทำให้ยอดรวมของคดีนี้พุ่งสูงถึง 460 ล้านบาทเลยทีเดียว นี่คือสัญญาณที่ชัดเจนว่าทาง ปปง. เอาจริงเอาจังกับการกวาดล้างแก๊งมิจฉาชีพที่อาศัยช่องทางออนไลน์ในการหลอกลวงพี่น้องประชาชนไทย โดยพฤติการณ์ของกลุ่ม ปปง. ยึดทรัพย์ เฉิน จื้อ กับพวก คดีหลอกตุ๋นคนไทย เพิ่มอีก 115 ล้าน นี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญให้กับนักลงทุนและประชาชนทั่วไปว่าต้องระมัดระวังการโอนเงินหรือร่วมลงทุนกับบุคคลที่ไม่น่าเชื่อถือให้มากขึ้น

มาตรการเด็ดขาดจาก ปปง. ต่อคดีฉ้อโกงประชาชน

นอกจากคดีของนายเฉิน จื้อ แล้ว ปปง. ยังดำเนินการกับกลุ่มมิจฉาชีพรายอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ:

  • กลุ่มของนายพิรุณ ที่ถูกอายัดสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่ากว่า 83 ล้านบาท
  • กลุ่มของนายเดวิด ที่ถูกยึดทรัพย์สินกว่า 16 ล้านบาท ทั้งเงินสดและนาฬิกาหรู
  • การส่งเรื่องให้อัยการเพื่อยื่นคำร้องให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินในคดีหลอกขายแบรนด์เนมและคดีลักลอบหนีศุลกากร

การดำเนินการเหล่านี้ถือเป็นการปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง ปปง. ไม่เพียงแต่ยึดทรัพย์ที่ผิดกฎหมายเท่านั้น แต่ยังมีการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายด้วยการพยายามนำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้ให้แก่ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนในคดีต่างๆ อีกด้วย

สุดท้ายนี้ อยากฝากไว้ว่า ในยุคที่มิจฉาชีพแฝงตัวมาในรูปแบบของการลงทุนออนไลน์หรือการหลอกให้โอนเงิน การตรวจสอบความน่าเชื่อถือและการมีสติก่อนโอนเงินถือเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุด อย่าหลงเชื่อผลตอบแทนที่ดูเกินจริง เพราะท้ายที่สุดแล้ว หากเราตกเป็นเหยื่อ แม้ ปปง. จะสามารถติดตามยึดทรัพย์กลับมาได้ แต่ก็ต้องใช้เวลาและขั้นตอนทางกฎหมายมากมายกว่าจะได้รับเงินคืน หากพบความผิดปกติให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีเพื่อระงับความเสียหายให้เร็วที่สุดครับ

ที่มา – “ปปง.” ยึดทรัพย์ “เฉิน จื้อ” กับพวก คดีหลอกตุ๋นคนไทย เพิ่มอีก 115 ล้าน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *