ปภ.กำชับ 7 จังหวัดชายแดน เร่งช่วยผู้ประสบภัย ลุยเยียวยาด่วนไม่ต้องรอขั้นตอน

ปภ.กำชับ 7 จังหวัดชายแดน เร่งช่วยผู้ประสบภัย ลุยเยียวยาด่วนไม่ต้องรอขั้นตอน

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ที่ผ่านมา ปภ. (กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย) ได้จัดการประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์ความช่วยเหลือภายหลังภัยความมั่นคงที่เกิดขึ้นตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมีนายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดีกรม เป็นประธาน ซึ่งในที่ประชุมได้มีการกำชับให้จังหวัดชายแดน 7 แห่ง เร่งดำเนินการช่วยผู้ประสบภัยในทุกด้านแบบด่วน โดยไม่ต้องรอขั้นตอนตามระเบียบทั่วไป เพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชน

ภัยความมั่นคงกระทบประชาชน 8 แสนคน

จากผลการประชุม พบว่า ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม มีจังหวัดชายแดนที่ได้รับผลกระทบถึง 7 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี, ศรีสะเกษ, สุรินทร์, บุรีรัมย์, สระแก้ว, จันทบุรี และตราด โดยภัยที่เกิดขึ้นได้ส่งผลต่อพื้นที่ 45 อำเภอ 336 ตำบล และ 4,085 หมู่บ้าน กระทบประชาชนถึง 238,506 ครัวเรือน หรือรวมกว่า 839,935 คน มีผู้เสียชีวิต 17 ราย และบาดเจ็บอีก 38 ราย

รองนายกฯ สั่งการให้เร่งฟื้นฟูด่วน

ภายใต้ข้อสั่งการของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย รวมถึงน.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้มอบหมายให้จังหวัดต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบดำเนินการสำรวจความเสียหาย บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเร่งดำเนินการฟื้นฟูโดยไม่ต้องรอลำดับขั้นตอนแบบละเอียด ตามแนวทางที่เน้นความรัวเร็วและความทั่วถึง

จัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวกว่า 700 แห่ง

ปัจจุบันมีการจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวไว้ถึง 759 แห่ง ใน 5 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี, ศรีสะเกษ, สุรินทร์, บุรีรัมย์ และสระแก้ว โดยมีผู้อพยพเข้ามาอยู่รวมทั้งหมด 174,090 คน ทางจังหวัดพร้อมทั้งจิตอาสาร่วมดูแลทุกด้าน ตั้งแต่อาหาร เครื่องนอน ไปจนถึงความปลอดภัย และยังมีการจัดกิจกรรมเพื่อคลายความเครียดให้กับผู้พักพิงอีกด้วย

สนับสนุนอุปกรณ์และเครื่องจักรในพื้นที่ประสบภัย

ปภ. ยังได้นำเครื่องจักรกลเข้าไปช่วยเหลือในพื้นที่รวมทั้งหมด 108 คัน อาทิ รถผลิตน้ำดื่ม รถบรรทุก รถกำเนิดไฟฟ้า และรถปฏิบัติการเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย เพื่อให้เกิดการสนับสนุนที่ต่อเนื่องและตอบสนองความต้องการของชุมชนอย่างครบวงจร

ด้วยระดับภัยที่เพิ่มขึ้น ปภ. จึงขอให้ทุกจังหวัดติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด และเร่งช่วยฟื้นฟูประชาชนในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่อพยพมาพักในศูนย์พักพิง หรือประชาชนที่ยังคงอาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลที่ชัดเจน เพื่อลดความวิตกกังวลและให้สังคมตระหนักถึงความยากลำบากที่ประชาชนในพื้นที่ชายแดนกำลังพบเจอ

ช่วยเหลือตามระเบียบ ได้จริง ได้เร็ว

ในส่วนการให้ความช่วยเหลือตามระเบียบที่ ปภ. ตั้งไว้ ที่ประชุมได้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการจ่ายเงินเยียวยาและแจกจ่ายถุงยังชีพอย่างด่วน เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลทันทีที่ได้รับกระทบจากการปะทะและภัยความมั่นคง โดยมีการจัดการในระบบอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส เพื่อให้ทุกการช่วยเหลือถูกต้องตามกรอบกฎหมาย แต่ยังได้ทันเวลา

ปภ.นำร่องการช่วยเหลือ ประชาชนได้รับความสบายใจ

แม้ว่าสถานการณ์ยังคงเปราะบาง การประสานหน่วยงานหลายภาคส่วนจึงกลายเป็นสิ่งจำเป็น ที่สำคัญคือการรับฟังเสียงของประชาชนและสร้างกระบวนการที่รวดเร็วและยืดหยุ่น เพื่อให้การเยียวยาเกิดขึ้นอย่างมีคุณภาพและต่อเนื่อง

ประชาชนในพื้นที่ชายแดนจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหาร พื้นที่ปลอดภัย หรือสิ่งของจำเป็น ดังนั้นทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อให้แน่ใจว่าความช่วยเหลือลุถึงผู้ประสบภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ต้องรอนาน เหมาะสมกับสถานการณ์และภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่จริง

คุณสามารถติดตามข่าวสารอัปเดตเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ของ ปภ. หรือศูนย์ประสานงานท้องถิ่น เพื่อให้คุณทราบถึงมาตรการและการเยียวยาล่าสุดที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดน รวมถึงสามารถมีส่วนร่วมในการบริจาค หรือให้การสนับสนุนได้อย่างตรงจุด

ที่มา – ปภ.กำชับ 7 จังหวัดชายแดน เร่งช่วยผู้ประสบภัย ลุยเยียวยาด่วนไม่ต้องรอขั้นตอน

Tags:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *