ประชาชนหนุนความร่วมมือโลก กังวลสหรัฐ-จีนเป็นผู้นำ

ผลสำรวจความคิดเห็นจากประชาชนใน 34 ประเทศสะท้อนภาพความกังวลต่อทิศทางของโลกอย่างชัดเจน โดยผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนมากมองว่าสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกำลังเผชิญความท้าทายที่ซับซ้อนขึ้น ขณะเดียวกัน ประชาชนยังต้องการเห็นความร่วมมือระหว่างประเทศมากกว่าการแข่งขันเพื่อช่วงชิงอิทธิพล

ประเด็นสำคัญจากผลสำรวจครั้งนี้คือ ประชาชนหนุนความร่วมมือโลก กังวลสหรัฐ-จีนเป็นผู้นำ ซึ่งสะท้อนว่าหลายคนยังเชื่อในพลังของการทำงานร่วมกัน แต่ไม่มั่นใจว่าการให้ประเทศมหาอำนาจเพียงไม่กี่ประเทศกำหนดทิศทางโลกจะนำไปสู่ความมั่นคงและความเป็นธรรมในระยะยาว

ประชาชนหนุนความร่วมมือโลก กังวลสหรัฐ-จีนเป็นผู้นำ

ผลสำรวจซึ่งจัดทำโดยมูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์ ระหว่างวันที่ 21 ก.ค. ถึง 5 ส.ค. พบว่า เกือบ 70% ของผู้ตอบแบบสอบถามเชื่อว่าสถานการณ์โลกเลวร้ายลงในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ตัวเลขนี้สะท้อนความรู้สึกไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นจากปัญหาเศรษฐกิจ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ภัยคุกคามด้านความมั่นคง และความผันผวนของตลาดโลก

เมื่อถามถึงแนวโน้มเศรษฐกิจในประเทศของตนเอง มีผู้ตอบเพียง 38% ที่เชื่อว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้นในอีก 5 ปีข้างหน้า ความเชื่อมั่นลดลงอย่างเห็นได้ชัดในประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ โดยอินเดียมีผู้มองโลกในแง่ดี 50% ลดลง 26 จุดเปอร์เซ็นต์จากการสำรวจครั้งก่อน ส่วนจีนอยู่ที่ 56% ลดลง 16 จุดเปอร์เซ็นต์

เหตุผลที่ประชาชนต้องการความร่วมมือระหว่างประเทศ

แม้หลายคนจะมีมุมมองเชิงลบต่อสถานการณ์โลก แต่ผลสำรวจกลับพบแนวโน้มที่น่าสนใจ นั่นคือ 57% ของผู้ตอบเห็นว่านานาประเทศควรร่วมมือกันแก้ไขปัญหาระดับโลก แม้อาจต้องยอมลดทอนผลประโยชน์ของชาติลงบางส่วน ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นจาก 55% ในปีก่อน แสดงให้เห็นว่าความร่วมมือยังเป็นทางเลือกที่ประชาชนให้ความสำคัญมากขึ้น

ปัญหาที่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศมีตั้งแต่การรักษาความมั่นคง การรับมือวิกฤตเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไปจนถึงการจัดการโรคระบาดและความมั่นคงทางอาหาร หลายประเด็นไม่สามารถแก้ได้ด้วยประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงลำพัง การประสานงานจึงมีความจำเป็น แม้แต่ละชาติจะมีเป้าหมายและผลประโยชน์แตกต่างกัน

  • 57% สนับสนุนให้นานาประเทศร่วมมือกันแก้ปัญหาระดับโลก
  • 61% สนับสนุนการร่วมมือกันเองของประเทศต่าง ๆ โดยไม่มีสหรัฐและจีน
  • เกือบ 70% มองว่าสถานการณ์โลกแย่ลงในช่วงปีที่ผ่านมา
  • มีเพียง 38% ที่เชื่อว่าเศรษฐกิจประเทศของตนจะดีขึ้นในอีก 5 ปี

อีกตัวเลขที่น่าสนใจคือ 61% ของผู้ตอบแบบสอบถามสนับสนุนแนวทางที่ประเทศต่าง ๆ จะร่วมมือกันเอง โดยไม่มีสหรัฐอเมริกาและจีนเข้ามาเป็นแกนนำ ความเห็นนี้ไม่ได้หมายความว่าประชาชนปฏิเสธบทบาทของทั้งสองประเทศโดยสิ้นเชิง แต่สะท้อนความต้องการให้เวทีโลกมีความสมดุล และเปิดพื้นที่ให้ประเทศขนาดกลางหรือองค์กรระหว่างประเทศมีส่วนร่วมมากขึ้น

ประเทศใดได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้นำโลก

สำหรับประเทศที่ประชาชนรู้สึกไว้วางใจและสบายใจหากเข้ามามีบทบาทนำในเวทีโลก แคนาดาได้รับคะแนนสูงสุดที่ 60% ตามด้วยญี่ปุ่น 58% และออสเตรเลีย 55% ส่วนสหภาพยุโรปได้รับ 55% สหราชอาณาจักร 54% และองค์การสหประชาชาติ 52% ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนภาพลักษณ์ของประเทศและองค์กรที่ถูกมองว่ามีแนวทางประนีประนอมและพร้อมทำงานร่วมกับหลายฝ่าย

ในทางตรงกันข้าม มีเพียง 39% ที่รู้สึกสบายใจหากสหรัฐอเมริกาจะเข้ามามีบทบาทนำในเวทีโลก ขณะที่จีนได้รับคะแนน 37% และรัสเซียอยู่ที่ 26% ความแตกต่างดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับความกังวลเรื่องการแข่งขันของมหาอำนาจ นโยบายต่างประเทศ ความขัดแย้งทางทหาร และผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก

ประชาชนหนุนความร่วมมือโลก กังวลสหรัฐ-จีนเป็นผู้นำ จึงเป็นทั้งข้อความสะท้อนความคาดหวังและสัญญาณเตือนต่อผู้นำประเทศต่าง ๆ คนทั่วไปต้องการเห็นระบบโลกที่ทุกประเทศมีโอกาสแสดงความคิดเห็น ไม่ใช่ระบบที่การตัดสินใจสำคัญขึ้นอยู่กับมหาอำนาจเพียงสองประเทศ การสร้างความเชื่อมั่นจำเป็นต้องอาศัยความโปร่งใส การรับฟัง และการเคารพกติกาสากล

อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจไม่ควรถูกมองว่าเป็นการตัดสินประเทศใดประเทศหนึ่งแบบเด็ดขาด เพราะทัศนคติของประชาชนสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์ข่าวสาร เศรษฐกิจ และนโยบายของรัฐบาล สิ่งสำคัญคือข้อมูลนี้ช่วยให้เห็นความรู้สึกของผู้คนในช่วงเวลาหนึ่ง และชี้ว่าความร่วมมือแบบพหุภาคีกำลังได้รับความสนใจมากขึ้น

ในมุมมองของผู้เขียน โลกที่เต็มไปด้วยความท้าทายจำเป็นต้องมีผู้นำหลายฝ่ายร่วมกันรับผิดชอบ การแข่งขันระหว่างประเทศยังคงเกิดขึ้นได้ แต่ควรอยู่ภายใต้กติกาที่ช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันไม่ให้ประชาชนทั่วโลกต้องรับผลกระทบ หากประเทศต่าง ๆ นำบทเรียนจากผลสำรวจไปปรับใช้ การสร้างความร่วมมือที่สมดุลและเปิดกว้างอาจเป็นก้าวสำคัญสู่อนาคตที่มั่นคงกว่าเดิม

สรุป: ผลสำรวจครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าประชาชนต้องการความร่วมมือระดับโลกมากขึ้น พร้อมกับความกังวลต่อการที่สหรัฐและจีนจะขึ้นมาเป็นผู้นำหลัก การกระจายบทบาทให้หลายประเทศและองค์กรระหว่างประเทศจึงอาจช่วยสร้างความไว้วางใจและทำให้การแก้ปัญหาร่วมกันมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ที่มา – ผลสำรวจใหม่เผย ประชาชนหนุนความร่วมมือระดับโลก กังวลหาก “สหรัฐ-จีน” ขึ้นเป็นผู้นำ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *