ประชาธิปัตย์บี้รัฐบาลลดภาษีน้ำมันดีเซล
ราคาน้ำมันดีเซลเป็นประเด็นที่คนไทยติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะมีผลโดยตรงต่อค่าเดินทาง ค่าขนส่ง ราคาสินค้า และต้นทุนของผู้ประกอบการทั่วประเทศ ล่าสุด พรรคประชาธิปัตย์ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลลดภาษีน้ำมันดีเซล หลังพบว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกลดลง แต่ราคาหน้าปั๊มในประเทศยังไม่ได้ปรับลดลงอย่างชัดเจน ประเด็นสำคัญจึงไม่ได้อยู่เพียงว่ารัฐบาลจะลดราคาน้ำมันได้หรือไม่ แต่อยู่ที่วิธีการบริหารโครงสร้างราคาน้ำมันว่าจะช่วยประชาชนได้จริงและยั่งยืนเพียงใด
ประชาธิปัตย์บี้รัฐบาลลดภาษีน้ำมันดีเซล
นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ทีมเศรษฐกิจด้านพลังงาน พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง หรือ กบน. ปรับอัตราการชดเชยน้ำมันใหม่ รวมถึงมติของคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน หรือ กบง. ที่ให้ลดราคาน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่นลิตรละ 4 บาท โดยมองว่าการลดราคาหน้าโรงกลั่นเป็นมาตรการที่ควรดำเนินการ แต่รัฐบาลดำเนินการล่าช้า และมาตรการดังกล่าวยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ราคาหน้าปั๊มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ข้อเสนอของพรรคประชาธิปัตย์คือการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล ซึ่งปัจจุบันมีภาระเกือบลิตรละ 7 บาท การลดภาษีในส่วนนี้จะส่งผลต่อราคาน้ำมันโดยตรงมากกว่าการใช้เงินกองทุนน้ำมันเข้าไปอุดหนุนเพียงชั่วคราว เพราะเมื่อสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกเปลี่ยนแปลง รัฐบาลก็ต้องปรับลดเงินชดเชยเพื่อดึงเงินกลับเข้ากองทุน ส่งผลให้ประชาชนไม่ได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันโลกที่ลดลงอย่างเต็มที่
ประชาธิปัตย์บี้รัฐบาลลดภาษีน้ำมันดีเซล เพื่อช่วยลดค่าครองชีพ
พรรคประชาธิปัตย์อธิบายว่า การลดภาษีน้ำมันดีเซลเป็นแนวทางที่ช่วยลดค่าครองชีพได้ตรงจุด เนื่องจากน้ำมันดีเซลเกี่ยวข้องกับระบบขนส่งสินค้า รถโดยสาร รถบรรทุก ภาคเกษตรกรรม และภาคการผลิต เมื่อราคาดีเซลลดลง ต้นทุนของผู้ประกอบการก็มีโอกาสลดลงตาม และอาจช่วยชะลอการปรับขึ้นราคาสินค้าหรือบริการในระยะต่อไปได้
ต่างจากการแจกเงินหรือการอุดหนุนที่อาจช่วยประชาชนได้เพียงระยะสั้น การลดภาษีสรรพสามิตเป็นการแก้ไขภาระต้นทุนที่เกิดขึ้นจริงในระบบเศรษฐกิจ แม้จะทำให้รัฐสูญเสียรายได้บางส่วน แต่หากสามารถลดต้นทุนการเดินทางและการขนส่งได้ ก็อาจช่วยเพิ่มกำลังซื้อของประชาชนและลดแรงกดดันต่อผู้ประกอบการได้เช่นกัน
ทำไมราคาน้ำมันหน้าปั๊มยังไม่ลดตามตลาดโลก
ประเด็นที่สร้างความสงสัยให้ประชาชนคือ เมื่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกลดลง เหตุใดราคาน้ำมันหน้าปั๊มจึงยังไม่ลดตาม พรรคประชาธิปัตย์ชี้ว่า สาเหตุหนึ่งมาจากโครงสร้างราคาน้ำมันที่มีหลายองค์ประกอบ ทั้งราคาหน้าโรงกลั่น ภาษีสรรพสามิต ภาษีมูลค่าเพิ่ม เงินเข้าหรือเงินออกจากกองทุนน้ำมัน และค่าการตลาดของผู้ค้าน้ำมัน
ตัวอย่างที่ถูกยกขึ้นมาคือ วันที่ 16 กันยายน กบน. ประกาศเพิ่มเงินชดเชยน้ำมันดีเซลเป็นลิตรละ 8.62 บาท ต่อมาเพียงไม่กี่วัน ราคาน้ำมันดิบลดลงประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ประชาชนคาดหวังว่าราคาน้ำมันหน้าปั๊มจะปรับลดลง อย่างไรก็ตาม วันที่ 18 กันยายน กบน. กลับลดการชดเชยลง 1.67 บาท เหลือ 6.95 บาทต่อลิตร การลดเงินชดเชยดังกล่าวจึงทำให้ราคาน้ำมันหน้าปั๊มไม่ขยับลง แม้ราคาตลาดโลกจะปรับตัวลดลงแล้วก็ตาม
สถานการณ์นี้ทำให้เกิดคำถามถึงความโปร่งใสและความเข้าใจง่ายของโครงสร้างราคาน้ำมัน เพราะประชาชนเห็นเพียงราคาที่หน้าปั๊ม แต่ไม่สามารถตรวจสอบได้อย่างสะดวกว่าราคาที่ลดลงจากตลาดโลกถูกนำไปหักลบกับภาระส่วนใดบ้าง หากรัฐบาลต้องการสร้างความเชื่อมั่น ควรเปิดเผยรายละเอียดการคำนวณราคาอย่างสม่ำเสมอ และอธิบายให้ประชาชนเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงแต่ละครั้งส่งผลต่อราคาขายปลีกอย่างไร
วงจรกองทุนน้ำมันกับภาระที่ประชาชนต้องจ่าย
กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีบทบาทสำคัญในการรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมัน โดยเฉพาะช่วงที่ราคาพลังงานในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น รัฐบาลสามารถใช้เงินจากกองทุนเพื่อช่วยพยุงราคาไม่ให้เพิ่มขึ้นรวดเร็วเกินไป อย่างไรก็ตาม เมื่อราคาตลาดโลกลดลง รัฐบาลก็จำเป็นต้องลดการชดเชยหรือเรียกเงินกลับเข้ากองทุน เพื่อฟื้นฐานะทางการเงินของกองทุน
พรรคประชาธิปัตย์มองว่านี่เป็นวงจรเดิมที่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างแท้จริง ในช่วงราคาน้ำมันขาขึ้น ประชาชนได้รับการช่วยเหลือผ่านเงินกองทุน แต่ในช่วงราคาขาลง ประโยชน์จากราคาที่ควรลดลงกลับถูกนำไปชดเชยภาระของกองทุน ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าไม่ได้รับประโยชน์เต็มเม็ดเต็มหน่วยจากการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันโลก
- การอุดหนุนผ่านกองทุนช่วยชะลอราคาน้ำมันในระยะสั้น
- การลดเงินชดเชยอาจทำให้ราคาหน้าปั๊มไม่ลดตามราคาตลาดโลก
- ภาษีสรรพสามิตเป็นต้นทุนสำคัญที่ส่งผลต่อราคาดีเซลโดยตรง
- ราคาดีเซลมีผลต่อค่าขนส่ง ราคาสินค้า และต้นทุนการผลิต
- การเปิดเผยโครงสร้างราคาที่ชัดเจนช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน
ข้อเสนอให้ลดภาษีดีเซล 7 บาทเป็นเวลา 2 เดือน
นายตรีรัตน์เสนอว่า รัฐบาลสามารถลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลในอัตราลิตรละ 7 บาท เป็นระยะเวลา 2 เดือน เพื่อช่วยลดราคาน้ำมันให้ประชาชนโดยตรง แนวทางนี้จะทำให้ผู้ใช้รถ ผู้ประกอบการขนส่ง เกษตรกร และภาคธุรกิจได้รับประโยชน์อย่างทั่วถึง โดยไม่ต้องรอให้รัฐบาลปรับเงินชดเชยผ่านกองทุนน้ำมันในแต่ละช่วงเวลา
นอกจากนี้ พรรคประชาธิปัตย์ยังตั้งคำถามถึงเงินคงเหลือจากโครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งมีมากกว่า 50,000 ล้านบาท โดยเสนอให้รัฐบาลพิจารณานำเงินส่วนนี้มาใช้ลดราคาน้ำมันให้ประชาชนทั้งประเทศ หากสามารถจัดสรรงบประมาณได้อย่างเหมาะสม ก็อาจช่วยลดภาระค่าครองชีพได้ทันที และมีความครอบคลุมมากกว่าการออกมาตรการช่วยเหลือแบบครั้งคราว
พรรคประชาธิปัตย์ระบุว่า การลดภาษีน้ำมันดีเซลเป็นเวลา 2 เดือนอาจใช้งบประมาณน้อยกว่าครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับการต่อโครงการไทยช่วยไทยพลัส ข้อเสนอนี้จึงควรถูกนำไปพิจารณาอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในช่วงที่ประชาชนยังเผชิญกับค่าใช้จ่ายหลายด้าน ทั้งค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าไฟฟ้า และต้นทุนการประกอบอาชีพ
ผลกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการ
หากราคาดีเซลลดลงอย่างเป็นรูปธรรม ผลดีจะไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับผู้ใช้รถเท่านั้น แต่ยังส่งต่อไปยังระบบเศรษฐกิจในวงกว้าง รถบรรทุกสามารถลดต้นทุนการขนส่ง ผู้ประกอบการอาจมีพื้นที่ในการบริหารราคาสินค้า เกษตรกรมีต้นทุนการใช้เครื่องจักรลดลง และประชาชนอาจมีรายได้เหลือสำหรับการใช้จ่ายด้านอื่นมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การลดภาษีควรดำเนินควบคู่กับการกำกับดูแลค่าการตลาดและการเปิดเผยข้อมูลราคาน้ำมันอย่างโปร่งใส เพราะหากลดภาษีแล้วต้นทุนส่วนอื่นเพิ่มขึ้น ประโยชน์อาจไม่ถูกส่งต่อไปถึงผู้บริโภคอย่างเต็มที่ รัฐบาลจึงควรกำหนดมาตรการติดตามผลที่ชัดเจน พร้อมรายงานว่าการลดภาษีช่วยลดราคาหน้าปั๊มได้เท่าใด และช่วยลดภาระประชาชนในแต่ละภาคส่วนอย่างไร
มุมมองสำคัญ: การลดราคาน้ำมันอย่างยั่งยืนควรแก้ที่โครงสร้าง ไม่ใช่พึ่งพาการอุดหนุนเพียงอย่างเดียว หากรัฐบาลเห็นว่าการลดภาษีสรรพสามิตเป็นมาตรการที่ใช้งบประมาณคุ้มค่าและช่วยประชาชนได้จริง ก็ควรนำข้อเสนอของพรรคประชาธิปัตย์ไปประเมินอย่างรอบด้าน พร้อมสื่อสารข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าราคาน้ำมันที่ลดลงจะเกิดขึ้นจริงและไม่กลายเป็นภาระที่ต้องจ่ายคืนในอนาคต
ที่มา – ‘ประชาธิปัตย์’ บี้รัฐบาลลดภาษีน้ำมันดีเซล ชี้ราคาหน้าปั๊มยังไม่ลด เหตุกบน.ลดเงินชดเชย