ประชาธิปัตย์ ปราศรัยย่อยเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ขยี้ปมล็อกการจ้างงาน
ประชาธิปัตย์ ปราศรัยย่อยเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ขยี้ปมล็อกการจ้างงาน
บรรยากาศที่ลานหน้าพาร์คสีลมเมื่อวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา กลายเป็นพื้นที่ดุเดือดเมื่อพรรคประชาธิปัตย์ได้เปิดเวทีปราศรัยย่อยภายใต้แนวคิด 5X5 and more เพื่อนำเสนอนโยบายแก้ปัญหาเมืองหลวง โดยมีนายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. นำทัพร่วมกับแกนนำพรรคคนสำคัญอย่าง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรณ์ จาติกวณิช และนางการดี เลียวไพโรจน์ มาชำแหละปัญหาการบริหารงานเมืองที่ต้องปรับปรุงให้โปร่งใสกว่าเดิมเพื่อคนกรุงเทพฯ
เปิดปมร้อนเรื่องการประมูลโครงการของ กทม.
ประเด็นที่สร้างความสนใจให้กับประชาชนที่มาร่วมฟังการปราศรัยมากที่สุดคือ การเปิดโปงความไม่ชอบมาพากลในการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ได้เน้นย้ำถึงเรื่อง ประชาธิปัตย์ ปราศรัยย่อยเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ขยี้ปมล็อกการจ้างงาน โดยนางการดีได้ตั้งข้อสังเกตว่า จากโครงการกว่า 4 หมื่นโครงการ มีถึง 3.9 หมื่นโครงการที่ใช้วิธีการจัดจ้างแบบเจาะจง ซึ่งเป็นการเปิดช่องให้เกิดการกระจุกตัวของผู้รับเหมาเพียงรายเดียวในหลายร้อยโครงการ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความผิดปกติในการใช้งบประมาณภาษีของประชาชน
ภายในเวที ประชาธิปัตย์ ปราศรัยย่อยเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ขยี้ปมล็อกการจ้างงาน ทีมงานพรรคยังได้นำเสนอนโยบายที่จะเข้ามาเปลี่ยนกติกาเดิม เช่น:
- การหยุดงบมืด เพื่อเปิดให้ทุกโครงการสามารถตรวจสอบได้ผ่านเทคโนโลยี
- การเลิกจัดจ้างแบบเจาะจงเพื่อเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันที่เป็นธรรม
- การนำแอปพลิเคชัน “ส่องรัฐ” มาใช้เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบงบประมาณ
- การหยุดงบซอยและงบไหลที่ส่งผลให้งบประมาณภาครัฐรั่วไหลอย่างไม่จำเป็น
ทางด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้กล่าวเสริมอย่างตรงไปตรงมาว่า ตนเชื่อมั่นในความสามารถของนายอนุชาที่จะนำพา กทม. ไปสู่จุดที่ดีขึ้นกว่าเดิมได้ โดยเฉพาะการประสานงานกับหน่วยงานรัฐบาลที่ต้องอาศัยมือประสานสิบทิศและการทำงานที่ตรวจสอบได้จริง มิใช่การอ้างเพียงระเบียบพัสดุแต่ขาดความโปร่งใสในเนื้องาน ซึ่งการเลือกพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้ คือการเลือกระบบที่มี ส.ก. ถึง 50 เขตคอยเป็นหูเป็นตาให้คนกรุงเทพฯ
นายอนุชา บูรพชัยศรี ได้ย้ำบนเวทีว่า เป้าหมายหลักของเขาไม่ใช่การโจมตีบุคคลใด แต่คือการนำข้อมูลจริงมานำเสนอเพื่อให้ประชาชนตัดสินใจ โดยเปลี่ยนความอึดอัดกับสภาพปัญหาในอดีตมาเป็นผลงานเชิงประจักษ์ในอนาคต หากพี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพฯ ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้จริง การผลักดันโครงการที่โปร่งใสและตรวจสอบได้คือหัวใจสำคัญที่เราจะเดินหน้าไปพร้อมกัน
สรุปได้ว่าการเคลื่อนไหวของประชาธิปัตย์ในครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังฝ่ายบริหาร กทม. ว่ายุคสมัยแห่งความไม่โปร่งใสต้องหมดไป และนี่คือโอกาสของคนกรุงเทพฯ ที่จะเลือกตัวแทนเข้าไปรื้อระบบการจ้างงานให้กลับมาแข่งขันได้อย่างเป็นธรรมที่สุด
ที่มา – ประชาธิปัตย์ ปราศรัยย่อยเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ขยี้ปมล็อกการจ้างงาน
