ประธานศาลฎีกา แต่งตั้งสุริยัณห์ หงษ์วิไล เป็นโฆษกศาลยุติธรรม

ในวันที่ 1 ตุลาคม 2567 ซึ่งเป็นวาระที่นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ เข้าดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกาคนที่ 51 ได้เกิดเหตุการณ์สำคัญในวงการยุติธรรมไทย เมื่อประธานศาลฎีกา มีคำสั่งแต่งตั้ง ‘สุริยัณห์ หงษ์วิไล’ เป็น ‘โฆษกศาลยุติธรรม’ การแต่งตั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการสื่อสารและเผยแพร่ข่าวสารของศาลยุติธรรมให้โปร่งใสและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ประธานศาลฎีกา มีคำสั่งแต่งตั้ง ‘สุริยัณห์ หงษ์วิไล’ เป็น ‘โฆษกศาลยุติธรรม’

คำสั่งแต่งตั้งดังกล่าวอาศัยอำนาจตามระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) ว่าด้วยการให้ข่าวและบริการข่าวสารของศาลยุติธรรม พ.ศ. 2545 ข้อ 3 โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 เป็นต้นไป การแต่งตั้งสุริยัณห์ หงษ์วิไล ในตำแหน่งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะก่อนหน้านี้เขาปฏิบัติหน้าที่โฆษกศาลยุติธรรมระหว่างปี 2560-2563 ภายใต้สมัยของนายชีพ จุลมนต์ และนายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ อดีตประธานศาลฎีกา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจและความชำนาญในการสื่อสารของเขา

หน้าที่และอำนาจของโฆษกศาลยุติธรรม

ในฐานะโฆษกศาลยุติธรรม นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล จะมีหน้าที่หลักในการให้ข่าวและบริการข่าวสาร เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับประชาชน โดยมีอำนาจหน้าที่ดังนี้

  • ข่าวเกี่ยวกับการประชุมคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) และคณะกรรมการข้าราชการศาลยุติธรรม (ก.ศ.)
  • ข่าวเกี่ยวกับนโยบายของประธานศาลฎีกา
  • ข่าวที่ต้องแถลงข้อเท็จจริงในกรณีจำเป็นเร่งด่วน เพื่อป้องกันความเสียหายแก่ศาลยุติธรรมและสำนักงานศาลยุติธรรม รวมถึงสร้างความเข้าใจอันดีต่อประชาชน
  • ข้อมูลและข่าวสารในลักษณะวิชาการที่สมควรเผยแพร่ รวมถึงข่าวเกี่ยวกับการปฏิบัติงานประจำหรือภารกิจที่ได้รับมอบหมาย โดยเป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมว่าด้วยการให้ข่าวและบริการข่าวสารของศาลยุติธรรม พ.ศ. 2545

หน้าที่เหล่านี้จะช่วยให้การดำเนินงานของศาลยุติธรรมเป็นไปอย่างโปร่งใส โดยเฉพาะในยุคที่ข้อมูลข่าวสารแพร่กระจายอย่างรวดเร็วผ่านสื่อดิจิทัล การมีโฆษกที่ชำนาญจะช่วยลดความเข้าใจผิดและเสริมสร้างความเชื่อมั่นจากประชาชน

ประวัติการศึกษาและประสบการณ์การทำงานของนายสุริยัณห์ หงษ์วิไล

นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล จบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขานิติศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และผ่านการศึกษาต่อจากสำนักอบรมศึกษาแห่งเนติบัณฑิตยสภา นอกจากนี้ยังได้รับทุนจากสำนักงานศาลยุติธรรมเพื่อศึกษาต่อปริญญาโท สาขานิติศาสตรมหาบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยนอตติ้งแฮม ประเทศอังกฤษ ซึ่งถือเป็นพื้นฐานที่แข็งแกร่งในด้านกฎหมายและการสื่อสาร

ด้านประสบการณ์การทำงาน หลังจากสอบเข้ารับราชการผู้ช่วยผู้พิพากษา รุ่นที่ 49 นายสุริยัณห์ ได้ปฏิบัติหน้าที่ในหลายพื้นที่ เช่น ผู้พิพากษาศาลจังหวัดเดชอุดม เลขานุการศาลแรงงานภาค 7 ผู้พิพากษาศาลจังหวัดนางรอง และก้าวหน้าไปสู่ตำแหน่งผู้พิพากษาศาลชั้นต้นประจำสำนักประธานศาลฎีกา ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นประจำกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลแขวงนนทบุรีและศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดจันทบุรี จนถึงตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำสำนักประธานศาลฎีกาในปัจจุบัน

นอกจากหน้าที่หลักแล้ว นายสุริยัณห์ ยังมีส่วนร่วมในโครงการต่างๆ ของสำนักงานศาลยุติธรรม เช่น เป็นประธานคณะทำงานโครงการเยาวชนไทยหัวใจเดียวกัน ประธานคณะทำงานโครงการค่ายต้นกล้าตุลาการ ประธานคณะทำงานด้านการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ และคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบไกล่เกลี่ย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถรอบด้านในการบริหารและสื่อสาร

ที่น่าสนใจคือ ในวัยเยาว์ นายสุริยัณห์ เคยเป็นนักโต้วาทีจากรายการ “โต้คารมมัธยมศึกษา” รุ่นที่ 1 และเป็นนักพูดผู้เชี่ยวชาญจากหลักสูตรต่างๆ ทำให้เขามีทักษะการสื่อสารที่โดดเด่น ซึ่งเป็นจุดแข็งสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่โฆษก

การแต่งตั้งนายสุริยัณห์ หงษ์วิไล เป็นโฆษกศาลยุติธรรมครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ยืนยันถึงความเชี่ยวชาญของเขา แต่ยังสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของประธานศาลฎีกาในการเสริมสร้างภาพลักษณ์ของศาลยุติธรรมให้ใกล้ชิดประชาชนมากขึ้น ในยุคที่ความโปร่งใสเป็นหัวใจของการบริหารยุติธรรม การมีผู้สื่อสารที่ได้รับความไว้วางใจจะช่วยให้ข้อมูลไหลเวียนอย่างถูกต้องและสร้างความเข้าใจที่แท้จริง

หากคุณสนใจติดตามข่าวสารและพัฒนาการของระบบยุติธรรมไทย อย่าลืมติดตามบล็อกของเราเพื่อรับข้อมูลอัปเดตล่าสุด และแบ่งปันบทความนี้เพื่อให้คนอื่นๆ ได้รับรู้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์

ที่มา – ประธานศาลฎีกา มีคำสั่งแต่งตั้ง ‘สุริยัณห์ หงษ์วิไล’ เป็น ‘โฆษกศาลยุติธรรม’

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *