ประมงยันปลาหมอคางดำ คลองสำโรงระบาดเล็กน้อย

ในช่วงที่ชาวบ้านหลายพื้นที่กำลังกังวลกับปัญหาปลาหมอคางดำ คลองสำโรงที่แพร่กระจายเข้ามา ล่าสุดกรมประมงยืนยันแล้วว่าสถานการณ์ยังอยู่ในระดับเล็กน้อย ไม่น่ากังวลมากนัก หลังจากลงพื้นที่สำรวจจริงจัง โดยเฉพาะในคลองสำโรง จังหวัดฉะเชิงเทรา ที่เชื่อมต่อกับพื้นที่สมุทรปราการ ซึ่งเป็นแหล่งระบาดหนักกว่า

ปลาหมอคางดำ คลองสำโรง: ผลการสำรวจล่าสุด

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 เจ้าหน้าที่จากศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งฉะเชิงเทรา นายคนึง คมขำ ประมงจังหวัดฉะเชิงเทรา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบคลองสำโรงและคลองใกล้เคียงอย่างละเอียด หลังจากมีคลิปวิดีโอจากชาวบ้านแสดงภาพปลาหมอคางดำ คลองสำโรงลอยเหนือน้ำจำนวนมาก

จากการสุ่มทอดแห 5 ครั้งในจุดแรกที่ปากคลองสำโรงเชื่อมคลองบางเกลือ พบปลาหมอคางดำถึง 126 ตัว น้ำหนักรวม 1,384 กรัม ความยาวเฉลี่ย 9.5 ซม. ยังมีปลาซัคเกอร์ 2 ตัว และปลานิล 10 ตัว สภาพน้ำเค็ม 3 ppt ความขุ่น 50 ซม. ออกซิเจนละลาย 2.5 mg/l ซึ่งบ่งชี้ว่าน้ำมีปัญหาเรื่องออกซิเจนต่ำ

ผลสำรวจจุดที่ 2: ประตูน้ำคลองสำโรง

จุดที่สองบริเวณประตูน้ำคลองสำโรงก่อนไหลลงแม่น้ำบางปะกง พบปลาหมอคางดำ 63 ตัว น้ำหนัก 93 กรัม ความยาวเฉลี่ย 9.0 ซม. ร่วมกับปลาอื่นๆ เช่น ปลาหมอมายัน 2 ตัว ปลานิล 1 ตัว ปลาตะเพียนทอง ปลาตะโกก และปลาแป้นแก้ว ปริมาณโดยรวมยังไม่เกิน 10 ตัวต่อ 100 ตารางเมตร ตามเกณฑ์กรมประมงที่จัดเป็นการระบาดเล็กน้อย

นายคนึง คมขำ เปิดเผยว่าปลาที่พบมีอายุแค่ 1-2 เดือน มาจากสมุทรปราการตามน้ำไหล ไม่ใช่การแพร่พันธุ์ในพื้นที่หลัก สถานการณ์ต่างจากปีก่อนที่พบน้อยกว่านี้มาก

ทำไมปลาหมอคางดำถึงน่ากลัว?

ปลาหมอคางดำเป็นปลาเอเลี่ยนที่ขยายพันธุ์เร็วมาก เพียง 2-3 เดือนเป็นแม่พันธุ์ ฟักไข่ 29-30 วัน ลูกครั้งละ 300 ตัว กินทุกอย่างทั้งลูกปลา ลูกกุ้ง ส่งผลเสียระบบนิเวศ แต่ข่าวดีคือกินได้ปลอดภัยเหมือนปลานิล

มาตรการกำจัดปลาหมอคางดำ คลองสำโรง

กรมประมงมีแนวทางชัดเจนในการรับมือ ดังนี้

  • มาตรการที่ 1: จับออกด้วยเครื่องมือพื้นบ้าน เช่น แห ตาข่าย เบ็ด ชาวบ้านทำได้ทันที
  • มาตรการที่ 2: หลังจับแล้ว ปล่อยพันธุ์ปลากินเนื้อ เช่น ปลากะพง ปลาขาว ปลาอีกง ปลาม้า ให้ช่วยกำจัดตามธรรมชาติ

นอกจากนี้ ชาวบ้านบางแห่งเริ่มนำปลาหมอคางดำ คลองสำโรงมาตากเป็นปลาแดดเดียว ขายกิโลละ 80 บาท สร้างรายได้แก้ปัญหาไปในตัว

ปัญหานี้ไม่ใช่แค่ฉะเชิงเทรา แต่คลองสำโรงเชื่อมแม่น้ำเจ้าพระยา-บางปะกง ต้องร่วมมือทุกฝ่าย ติดตามสภาพน้ำให้ดี เพราะออกซิเจนต่ำเป็นสาเหตุหลักที่ปลาลอยตาย

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การระบาดเล็กน้อยแบบนี้เป็นโอกาสดีที่จะจัดการก่อนลุกลาม หากปล่อยไว้อาจกระทบประมงพื้นบ้านและระบบนิเวศยั่งยืน

คำแนะนำ: ชาวบ้านที่พบปลาหมอคางดำ ลองจับมาทำปลาแดดเดียวหรือยำกินดู สร้างรายได้และช่วยชุมชน หากมีข้อมูลเพิ่มเติม สามารถแจ้งประมงอำเภอได้เลย

ที่มา – ‘ประมง’ ยันพบ ‘ปลาหมอคางดำ’ ระบาด ‘คลองสำโรง’ เพียงเล็กน้อย แนะจับทำ ‘ปลาแดดเดียว’

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *