‘ประมวล’ คาดได้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ใหม่ ต.ค.นี้
เมื่อวันที่ 13 กันยายน นายประมวล พงศ์ถาวราเดช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะปฏิบัติหน้าที่รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า หลังจากที่ นายเฉลิม ชัยศรีอ่อน ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค และมอบหมายให้ตนเองรักษาการแทน ขั้นตอนการเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ได้เริ่มขึ้นแล้ว
‘ประมวล’ คาดได้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ใหม่ ต.ค.นี้
นายประมวลระบุว่า ได้แจ้งต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรื่องการลาออกของหัวหน้าพรรคอย่างเป็นทางการ และพรรคจะต้องดำเนินการเลือกตั้งหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน ซึ่งตนเองจะเรียกประชุมคณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) รักษาการในสัปดาห์หน้า เพื่อหารือรายละเอียดการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นวัน เวลา และสถานที่ รวมถึงวาระสำคัญต่าง ๆ ที่จะนำเสนอในการประชุมใหญ่ของพรรคนั้น
กำหนดการชัดเจน
นอกจากนี้ ในวันอังคารที่ 16 กันยายน เวลา 14.30 น. พรรคประชาธิปัตย์จะมีการประชุม ส.ส. พรรค เพื่อพิจารณาแนวทางการดำเนินงานตามวาระปกติ และในอีก 1-2 วันถัดมา จะมีการเรียกประชุมรักษาการอีกครั้ง โดยขณะนี้ตนเองยังไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเสนอชื่อผู้บริหารพรรคคนใหม่ แต่เน้นไปที่ขั้นตอนในการจัดการตามข้อบังคับของพรรคให้ถูกต้อง
“ต้องทำให้พรรคเดินหน้าต่อไปได้ ตามที่นายเฉลิมชัยให้คำแนะนำไว้” นายนประมวลกล่าว
เตรียมองค์ประชุมใหญ่ให้พร้อม
ทั้งนี้ ตนเองได้สั่งการให้ผู้อำนวยการพรรคดำเนินการเชิญชวนสมาชิกพรรคที่มีสิทธิ์เข้าร่วมประชุมใหญ่ของพรรคให้มาให้ครบองค์ประชุม ซึ่งรายชื่อจะประกอบด้วย ส.ส.ในปัจจุบัน อดีต ส.ส. อดีตรัฐมนตรี และบุคคลอื่น ๆ ที่มีคุณสมบัติตามข้อบังคับพรรค โดยกำหนดให้มีจำนวนผู้เข้าร่วมไม่น้อยกว่า 250 คน
นายประมวลคาดว่า ภายในสิ้นเดือนตุลาคมนี้ จะสามารถประกาศหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ได้อย่างเป็นทางการ เพราะช่วงเวลา 60 วันที่กำหนดจะครบกำหนดในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ดังนั้นการปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
เปิดกว้างต้อนรับทุกความคิดเห็น
เมื่อถูกถามว่า คาดหวังหัวหน้าพรรคคนใหม่ว่าจะเป็นแบบไหน นายนประมวลกล่าวว่า “ตนยังไม่รู้ แต่ทุกคนที่จะเข้ามาร่วมบริหารพรรค ไม่ว่าจะเป็นใคร รวมถึงอดีตหัวหน้าพรรคอย่าง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ถ้ามีเจตนาร่วมด้วย ก็พร้อมต้อนรับ เพราะพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคเปิดกว้าง”
“พวกเราเป็นสถาบันที่มีข้อบังคับชัดเจน ดังนั้น ใครก็ตามที่มีความพร้อมและคุณสมบัติครบถ้วน ก็สามารถเข้ามารับตำแหน่งได้” เขากล่าวเสริม
การเลือกหัวหน้าพรรคในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นขั้นตอนทางการเมืองที่สำคัญ แต่ยังส่งผลต่ออนาคตของพรรคประชาธิปัตย์อย่างใหญ่หลวง ทั้งในแง่แนวทางการเมือง การจัดองค์กร และการสื่อสารกับประชาชน ดังนั้น การมีผู้นำที่เข้มแข็งและเป็นที่ยอมรับของสมาชิกพรรครวมถึงสังคม เป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้
ในที่สุด สิ่งที่พรรคต้องการคือ “ความมั่นคงของสถาบัน” การบริหารที่โปร่งใส และการเดินหน้าที่มีเป้าหมาย ซึ่งหากทุกฝ่ายมีความจริงใจร่วมกัน ก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลงจะเริ่มต้นได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
ติดตามข่าวเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์พรรคประชาธิปัตย์ หรือช่องทางสื่อสารทางการของพรรค