ปริมาณพัสดุสู่สหรัฐลดฮวบ หลังทรัมป์ระงับเว้นภาษี “พัสดุมูลค่าต่ำ”

เมื่อเร็ว ๆ นี้ โลกของการขนส่งไปรษณีย์และพัสดุไปยังสหรัฐอเมริกาเกิดความวุ่นวายครั้งใหญ่ เนื่องจากรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ประกาศระงับกฎการยกเว้นภาษีสำหรับสินค้ามูลค่าต่ำ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณพัสดุมูลค่าต่ำที่เดินทางเข้าสู่สหรัฐฯ อย่างมาก

ปริมาณพัสดุสู่สหรัฐลดฮวบ หลังทรัมป์ระงับเว้นภาษี “พัสดุมูลค่าต่ำ”

จากข้อมูลที่สำนักข่าวซินหัวรายงาน เมื่อวันที่ 7 กันยายน จากเมืองเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ ระบุว่า สำนักงานไปรษณีย์สากล (Universal Postal Union: UPU) หนึ่งในองค์การชำนัญพิเศษภายใต้สหประชาชาติ มีจำนวนสมาชิก 192 ประเทศ ได้ประกาศเร่งรัดการพัฒนาทางเทคนิค เพื่อแก้ไขปัญหาการขนส่งพัสดุที่ชะงักไปยังสหรัฐฯ

ข้อมูลจาก UPU ยังเปิดเผยว่า มีประเทศสมาชิกอย่างน้อย 88 ประเทศได้รายงานว่า ได้ระงับการให้บริการพัสดุบางส่วนหรือทั้งหมดไปยังสหรัฐฯ และจะดำเนินการต่อ เมื่อสถานการณ์มีความชัดเจนมากขึ้น โดยสาเหตุหลักเกิดจากการที่สหรัฐฯ เปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ทางภาษีเมื่อช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของสหรัฐฯ

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร เพื่อยุติการยกเว้นภาษีในสินค้าข้ามพรมแดนที่มีมูลค่าต่ำ หรือที่เรียกกันว่า “ดี มินิมิส” (de minimis) ซึ่งเคยอนุญาตให้สินค้าที่มีมูลค่าต่ำกว่า 800 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 26,000 บาทไทย) สามารถนำเข้าสหรัฐฯ ได้โดยไม่ต้องเสียภาษี แต่ในปัจจุบัน กฎนี้ถูกยกเลิกส่งผลให้บริษัทขนส่งหรือผู้ให้บริการต้องจัดเก็บภาษีแทน

รายงานจาก UPU ระบุเพิ่มเติมว่า ปริมาณพัสดุไปรษณีย์ที่ส่งสู่สหรัฐฯ ลดลงอย่างมากจนแทบหยุดชะงัก ซึ่งส่งผลให้เกิดการรบกวนในระบบโลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทาน การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่สหรัฐฯ บังคับให้ผู้ให้บริการขนส่งที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานศุลกากรสหรัฐฯ หรือซีบีพี (U.S. Customs and Border Protection) ต้องรับผิดชอบในการเก็บภาษีแทนผู้นำเข้า

อย่างไรก็ตาม หลายบริษัทสายการบินพาณิชย์และผู้ให้บริการไปรษณีย์ ได้ส่งสัญญาณว่า ไม่พร้อมหรือไม่สามารถรับภาระหน้าที่ใหม่นี้ได้ จึงทำให้เกิดความล่าช้า ความสับสน และส่งผลกระทบต่อผู้ค้ารายย่อย เช่น ร้านค้าออนไลน์ทั่วโลกที่เคยส่งของไปสหรัฐฯ อย่างคล่องตัว

ผลกระทบและความต้องเปลี่ยนแปลง

ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายภาษี “พัสดุมูลค่าต่ำ” นี้ ไม่ได้กระทบเฉพาะระบบขนส่งเพียงอย่างเดียว แต่มีผลต่อทั้งผู้ค้าออนไลน์ บริษัทโลจิสติกส์ องค์กรเอกชน และผู้บริโภคในสหรัฐฯ ด้วย โดยเฉพาะในยุคที่การซื้อขายออนไลน์เติบโตอย่างรวดเร็ว คมนาคมสินค้าต่างประเทศจำเป็นต้องมีการ align กับนโยบายอย่างแม่นยำมากขึ้น

ด้วยความไม่ชัดเจนในการดำเนินการของทั้งสองฝ่าย คือผู้ขนส่งและเจ้าหน้าที่ศุลกากร จึงเป็นหน้าที่ของ UPU ที่ต้องเร่งจัดระเบียบระบบและออกแนวทางเพื่อให้การเดินพัสดุกลับมาเป็นปกติในเร็ววัน

ในที่สุด ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล ผู้ขนส่ง หรือพ่อค้าออนไลน์ จำเป็นต้องนั่งย้อนดูสาเหตุของปัญหา และหาทางแก้ไขร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ เพื่อไม่ให้ตลาดการค้าโลกได้รับผลกระทบอันเนื่องมาจากการตัดสินใจเชิงนโยบายของสหรัฐฯ

ในมุมของผู้ประกอบการไทยที่ส่งออกสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นบททดสอบครั้งใหม่ที่ต้องปรับตัวให้มากขึ้น จากเดิมที่ข้ามพรมแดนได้อย่างคล่องตัว ต้องเริ่มพิจารณาเงื่อนไขและกฎหมายใหม่ๆ ให้รอบคอบ และมีความเข้าใจในระเบียบของประเทศปลายทางให้มากยิ่งขึ้น

หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจออนไลน์ที่มีการส่งออกสินค้าไปสหรัฐฯ อย่าลืมติดตามการพัฒนานโยบายล่าสุดอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถวางแผนการขนส่งและจัดการราคาสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา – ปริมาณพัสดุสู่สหรัฐลดฮวบ หลังทรัมป์ระงับเว้นภาษี “พัสดุมูลค่าต่ำ”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *