ปรีดิ์อัญ พ่ายแชมป์โอลิมปิกเกมส์ คว้าอันดับ 3 โดฮา
“ปรีดิ์อัญ” ชนกภรณ์ การุณยธัช นักกีฬาขี่ม้าหญิงทีมชาติไทย ดีกรีอันดับ 4 ขี่ม้ากระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง ศึกเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 19 และชุดโอลิมปิกเกมส์ 2024 ประเดิมศักราชใหม่ 2026 ด้วยการเข้าร่วมการแข่งขันรายการใหญ่ “โดฮา ทัวร์ 2026” ที่กรุงโดฮา ประเทศการ์ตา ระหว่างวันที่ 2-4 ม.ค.69 ซึ่งมีนักกีฬาขี่ม้ากระโดดข้ามเครื่องกีดขวางจากยุโรปและตะวันออกกลาง ร่วมชิงชัย 30 ประเทศ และมีนักกีฬาจากเอเชีย เพียงชาติเดียว คือ “ปรีดิ์อัญ” จากไทย
รายการแรกที่ “ปรีดิ์อัญ” และเพื่อนซี้ 2 อาชาอย่าง “โฮป” (MaxWin Kinmar Bespoke) และ “ทีน่า” (MaxWin Kinmar Agalux) ลงแข่งขันคือ รายการ “CSI4* Longines Ranking Class” ซึ่งเป็นการแข่งขันที่ใช้จัดอันดับโลก ความสูง 145 ซม. H.H. The Father Amir’s Prix 2026 ปรากฏว่า “ปรีดิ์อัญ” กับ “โฮป” ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม กระโดดเคลียร์ไม่มีแต้มเสียจบอันดับ 12 จาก 33 คน ผ่านเข้าสู่รอบกรังด์ปรีซ์ หรือ รอบชิงชนะเลิศ เมื่อคืนวันที่ 4 ม.ค.ที่ผ่านมา

ในรอบกรังด์ปรีซ์ ความสูง 150 ซม. 4 H.H. The Father Amir’s Prix ชิงเงินรางวัล 200,000 ยูโร หรือประมาณ 7,367,400 บาท มีนักกีฬาผ่านเข้ารอบ 16 คน ซึ่ง “ปรีดิ์อัญ” และ “โฮป” สามารถกระโดดเคลียร์ราวได้อีกครั้ง และรอบนี้มีนักกีฬาเคลียร์ราวทั้งหมด 5 คน ที่ต้องเข้าไปแข่งในรอบจัมป์อ๊อฟ ความสูง 155 ซม. เพื่อหาผู้ชนะ ซึ่งคู่แข่ง 2 ใน 5 คน ที่ต้องเจอ คือ สกอตต์ บรัซ มือ 1 ของโลกจากอังกฤษ ดีกรีเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ 2 สมัย (2012, 2024) กับ เฮนี ชาลเตอร์ จากอังกฤษ เจ้าของเหรียญทอง ทีมกระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง โอลิมปิกเกมส์ 2024
ในรอบจัมป์อ๊อฟ ปรากฏว่า สองนักกีฬาไทย ต้องเจอกับศึกหนักกับ สกอตต์ บรัซ มือ 1 ของโลก ซึ่งทั้งคู่ลงสนามด้วยความมั่นใจและกระโดดเคลียร์ราวได้อีกครั้งด้วยเวลา 40.14 วินาที คว้าอันดับ 3 รับเงินรางวัล 20,000 ยูโร หรือประมาณ 736,740 บาท มาครอง ส่วนแชมป์เป็นของ เฮนี ชาลเตอร์ ทำเวลาได้ 38.20 วินาที และอันดับ 2 สกอตต์ บรัซ ทำเวลาได้ 38.48 วินาที

ปรีดิ์อัญ พ่ายแชมป์โอลิมปิกเกมส์ คว้าอันดับ 3 โดฮา
“ปรีดิ์อัญ” หรือ ชนกภรณ์ การุณยธัช นักขี่ม้าหญิงทีมชาติไทย สร้างความประทับใจให้แฟนกีฬาชาวไทยอีกครั้ง หลังประเดิมศักราชใหม่ด้วยการคว้าอันดับ 3 ในศึกขี่ม้ารายการใหญ่ที่โดฮา แม้จะพ่ายให้กับแชมป์โอลิมปิกเกมส์ แต่ความพยายามและผลงานของเธอถือเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม
เส้นทางสู่รอบชิงชนะเลิศ
การแข่งขันเริ่มต้นด้วยการแข่งขัน CSI4* Longines Ranking Class ซึ่งเป็นรายการที่ใช้สำหรับการจัดอันดับโลก ความสูง 145 ซม. “ปรีดิ์อัญ” ร่วมกับม้า “โฮป” (MaxWin Kinmar Bespoke) สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม กระโดดเคลียร์ไม่มีแต้มเสีย จบอันดับ 12 จาก 33 คู่แข่ง ผ่านเข้าสู่รอบกรังด์ปรีซ์ หรือรอบชิงชนะเลิศ
- “ปรีดิ์อัญ” แสดงความมั่นใจในการควบคุมม้าอย่างมีประสิทธิภาพ
- การเคลียร์ราวทุกเส้นแสดงถึงทักษะและความแข็งแกร่งของทั้งนักขี่และม้า
- การเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของไทยในรายการนี้
การแข่งขันรอบจัมป์อ๊อฟ
ในรอบกรังด์ปรีซ์ ความสูง 150 ซม. 4 H.H. The Father Amir’s Prix ชิงเงินรางวัล 200,000 ยูโร หรือประมาณ 7,367,400 บาท มีนักกีฬาผ่านเข้ารอบ 16 คน ซึ่ง “ปรีดิ์อัญ” และ “โฮป” สามารถกระโดดเคลียร์ราวได้อีกครั้ง และรอบนี้มีนักกีฬาเคลียร์ราวทั้งหมด 5 คน ที่ต้องเข้าไปแข่งในรอบจัมป์อ๊อฟ ความสูง 155 ซม. เพื่อหาผู้ชนะ ซึ่งคู่แข่ง 2 ใน 5 คน ที่ต้องเจอ คือ สกอตต์ บรัซ มือ 1 ของโลกจากอังกฤษ ดีกรีเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ 2 สมัย (2012, 2024) กับ เฮนี ชาลเตอร์ จากอังกฤษ เจ้าของเหรียญทอง ทีมกระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง โอลิมปิกเกมส์ 2024
- การแข่งขันรอบจัมป์อ๊อฟเป็นการทดสอบทักษะสูงสุดของนักขี่ม้า
- ทั้งคู่ลงสนามด้วยความมั่นใจและกระโดดเคลียร์ราวได้อีกครั้งด้วยเวลา 40.14 วินาที
- การคว้าอันดับ 3 ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของ “ปรีดิ์อัญ”
แม้ “ปรีดิ์อัญ” จะพ่ายให้กับสกอตต์ บรัซ และ เฮนี ชาลเตอร์ แต่เธอก็สามารถคว้าอันดับ 3 รับเงินรางวัล 20,000 ยูโร หรือประมาณ 736,740 บาท มาครอง ซึ่งถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของไทยในรายการนี้
ติดตามผลงานของ “ปรีดิ์อัญ” ได้ในศึกขี่ม้าระดับนานาชาติครั้งต่อไป พร้อมเป็นกำลังใจให้เธอและทีมชาติไทยในเส้นทางกีฬา

