ปวดขมับ ท้ายทอย สัญญาณโรคไต? รู้เลย!
วันนี้ “เดลินิวส์” นำบทความจากเพจรามาแชนแนล โดย รศ. นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ สาขาวิชาโรคไต ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงอาการ ปวดขมับ ท้ายทอย คือสัญญาณเตือน โรคไต ! จริงหรือไม่ ?
ใครที่อยู่ ๆ ก็มีอาการ ปวดขมับ ท้ายทอย เหมือนโดนบีบขมับ หลายคนอาจจะคิดว่าก็เป็นอาการปวดหัวธรรมดาทั่วไป แต่รู้หรือไม่อาการแบบนี้อาจเสี่ยงเป็น โรคไต ได้ เนื่องจากอาการ ปวดศีรษะ เป็นอาการที่เกิดขึ้นได้บ่อยมากที่สุดในปัจจุบัน และสาเหตุของอาการก็มีหลากหลาย ดังนั้นหากมีอาการปวดขั้นรุนแรงต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน จำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยพร้อมการรักษาอย่างถูกวิธีโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ทั้งนี้ ยังมีสัญญาณเตือนของอาการปวดศีรษะที่ต้องเฝ้าระวัง หากมีอาการ ปวดขมับ ท้ายทอย อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคไตได้เช่นกัน
อาการ ‘ปวดขมับ ท้ายทอย’ คือสัญญาณเตือน โรคไตจริงหรือไม่ ?
โรคไต เกิดจากอะไร ?
โรคไต เกิดจากภาวะของไตที่ทำงานผิดปกติ สามารถเกิดได้กับคนทุกเพศทุกวัย แต่โดยส่วนใหญ่มักพบในวัยผู้สูงอายุ ซึ่งสาเหตุหลักของการเกิดโรค คือ การรับประทานอาหารรสจัด อย่างรสเค็มในปริมาณมากเป็นระยะเวลานาน ๆ เป็นความดันโลหิตสูง นอกจากนี้อาจเกิดจากสาเหตุภายนอกร่วมด้วย การดําเนินชีวิตประจําวันด้วยพฤติกรรมเดิม ๆ ไม่ออกกำลังกาย กินยาที่เป็นพิษต่อไต สุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง พันธุกรรมที่ผิดปกติ และโรคเรื้อรังต่าง ๆ เช่น โรคเบาหวาน เพราะฉะนั้น โรคไตถือว่าเป็นโรคหนึ่งที่ใครก็ไม่อยากเป็น มาดูกันว่ามีพฤติกรรมการใช้ชีวิตแบบไหนบ้างที่ทำให้เสี่ยงเป็นโรคไตโดยที่เราไม่รู้ตัว – สัญญาณเตือนโรคไต พฤติกรรมเสี่ยงที่ควรเลี่ยง !

5 สัญญาณอันตราย เมื่อ โรคไต ถามหา สัญญาณเตือนเหล่านี้ เบื้องต้นอาจเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าอาจเสี่ยงเป็นโรคไตควรเฝ้าสังเกตอาการเพื่อสามารถเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที
โดยปกติในคนที่มีอายุน้อยจะค่อนข้างมีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง เนื่องจากการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันและระบบการทำงานของร่างกายในส่วนอื่น ๆ ยังมีประสิทธิภาพที่ดีอยู่ แต่หากมีพฤติกรรมในการใช้ชีวิตประจำวันที่บกพร่องและไม่ได้ประสิทธิภาพก็สามารถก่อให้เกิดอาการเจ็บป่วยหรือเป็นโรคได้ง่ายขึ้น ดังนั้น หากยังอายุน้อย แต่มีอาการปวดศีรษะอยู่บ่อยครั้ง ทั้งที่ใช้ชีวิตประจำวันปกติและไม่ได้เป็นอาการที่เกี่ยวข้องกับสาเหตุของการเกิดโรคอื่น ๆ ให้เฝ้าระวังทันทีว่าอาจเป็นสัญญาณแรกเริ่มของการเป็นโรคไตได้
อาการปวดหัวแบบต่าง ๆ มีสาเหตุของการเกิดที่แตกต่างกันออกไป แต่หากตัวเองหรือคนใกล้ตัวมีอาการปวดศีรษะในบริเวณขมับหรือท้ายทอยบ่อย ๆ ปวดแบบตุบ ๆ นั่นอาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าเข้าข่ายการเป็นโรคไตได้เช่นกัน
ผู้ป่วยโรคไต ส่วนใหญ่จะมีความดันเลือดสูงมากกว่าปกติ ซึ่งคนที่มีความดันเลือดสูงจะไม่แสดงอาการ แต่ในบางรายพบว่ามีอาการปวดหัวและเวียนหัวร่วมด้วย ดังนั้น ควรที่จะพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพ และวัดความดันเลือดว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือไม่ เพราะนอกจากจะเสี่ยงต่อการเป็นโรคไตยังเสี่ยงอันตรายต่อการเกิดโรคร้ายแรงอื่น ๆ ได้อีกด้วย
อาการของการปัสสาวะที่ผิดปกติ เช่น เมื่อปัสสาวะแล้วมีฟองมากเป็นพิเศษ หรือสีของปัสสาวะผิดปกติ ให้วินิจฉัยว่าระบบการทำงานของร่างกายผิดปกติ ซึ่งเป็นสัญญาณของการเกิดโรคได้
อาการของผู้ที่ป่วยเป็นโรคไตและสามารถสังเกตได้ชัดเจนมากที่สุดคือ ร่างกายมีอาการบวมผิดปกติโดยเฉพาะบริเวณใบหน้า หลังเท้า ตามมาด้วยสัญญาณผมร่วงมากเกินไป หากเริ่มสังเกตว่าร่างกายมีอาการเหล่านี้บ่อยครั้งและกินระยะเวลานานควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อเข้ารับการวินิจฉัยทันที
สำหรับใครที่มีความสงสัยและกังวลว่าโรคไตกำลังจะมาเยือน สามารถเช็คความเสี่ยงด้วยตัวเองได้ที่แบบสอบถามนี้ – ติดกินเค็ม รสจัด เช็กด่วนคุณเสี่ยงเป็นโรคไตหรือยัง ?

อาการของ โรคไต เป็นอย่างไร
โรคไตทำให้เกิดการเสียสมดุลของเกลือ เมื่อคนไข้กินเค็มจะเกิดอาการบวมที่ขา กดบุ๋ม ปัสสาวะมาก ปัสสาวะเปลี่ยนสี ปัสสาวะมีฟองมาก ปัสสาวะมีสีแดง อ่อนเพลีย ไม่มีแรง คลื่นไส้ อาเจียน ความดันเลือดสูง โลหิตจาง ผมร่วง ผิวแห้ง หากเป็นโรคไตระยะสุดท้าย ไตจะไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ คนไข้จะเกิดอาการอวัยวะล้มเหลว ชัก น้ำท่วมปอด หัวใจวาย เสียชีวิตได้ สำหรับ โรคไต อาการ สามารถแบ่งออกได้ 2 ระยะหลัก ๆ ได้แก่
โรคอื่น ๆ ที่เป็นสาเหตุของโรคไต
โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคเกาต์ โรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE) โรคทางพันธุกรรม โรคถุงน้ำในไต รวมทั้งการกินยา เช่น ยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบบางชนิดที่มีพิษต่อไต โดยเฉพาะยาแก้ปวดข้อเอ็นต่าง ๆ
ปัจจัยเพิ่มความเสี่ยงโรคไต
อาหารเค็มทำให้เกิดความดันเลือดสูง ไตทำงานหนัก ในระยะยาวทำให้เกิดโรคไตเสื่อมเรื้อรังได้ เช่น อาหารที่มีผงชูรส เครื่องปรุงต่าง ๆ พริกน้ำปลา น้ำจิ้ม แจ่ว น้ำซุป บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมกรุบกรอบ อาหารแปรรูป เช่น ไส้กรอก แฮม เบคอน ส่วนอาหารหวานอาจทำให้เกิดโรคเบาหวาน ส่งผลให้หลอดเลือดและไตเสื่อมได้
คนที่มีน้ำหนักเกินจะมีความดันเลือดสูง ไตจึงทำงานหนัก
ทำให้เกิดความดันเลือดสูงและหลอดเลือดเสื่อมได้
สัญญาณเตือน! อาการ ‘ปวดขมับ ท้ายทอย’ อาจนำไปสู่โรคไต
ยาบางชนิดไม่ว่าจะเป็นยาไทย ยาจีน ยาฝรั่ง ยาชุด ยาหม้อ อาหารเสริม อาจมีพิษต่อไตได้ ฉะนั้น คนไข้ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการกินยาต่อเนื่องเป็นเวลานาน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคไตในระยะยาว
วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้นสำหรับผู้ป่วย โรคไต
โรคไตหากเป็นมาจนถึงระยะเรื้อรังแล้วอาจไม่สามารถทำการรักษาให้หายขาดจากโรคได้แต่สามารถประคองและรักษาให้อาการดีขึ้นได้ ขึ้นอยู่ที่คนไข้ดูแล และรักษาสุขภาพร่างกายของตัวเองได้ดีแค่ไหน ทั้งนี้วิธีการดูแลตัวเองหรือคนรอบข้างเบื้องต้นสำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคไต สามารถทำตามได้ ดังนี้
การดูแลเบื้องต้นเหล่านี้สามารถทำได้ง่าย ๆ ในผู้ป่วยที่เป็นโรคไต เพื่อหลีกเลี่ยงและลดอัตราการป่วยที่รุนแรงขึ้นกว่าเดิม ซึ่งสามารถบรรเทาการเกิดโรคแทรกซ้อนและส่งผลให้อาการของโรคดีขึ้นได้

ผู้ที่ป่วยเป็นโรคไตควรได้รับการรักษาและทราบถึงวิธีรักษาโรคไตอย่างถูกต้อง นอกจากนี้การรักษาที่ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด คือการเข้ารับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง เช่น แพทย์เฉพาะทางหรืออายุรแพทย์โรคไต
การเข้ารับรักษาในโรงพยาบาลที่มีประสิทธิภาพก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างดีมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงสิ่งสำคัญอย่างการปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ผู้ดูแลอย่างเคร่งครัดเพื่อให้ร่างกายฟื้นฟูและดีขึ้นในที่สุด
ข้อปฏิบัติสำหรับคนไข้โรคไต
เมื่อเป็นโรคไตแล้ว หากผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง และดูแลตัวเองดี อาจทำให้ไตทำงานดีขึ้น และไม่เกิดไตเสื่อม ไตวายในระยะยาวได้
อาการ ‘ปวดขมับ ท้ายทอย’ อาจไม่ใช่แค่ปวดหัวธรรมดา หากเกิดขึ้นบ่อย ๆ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาความเสี่ยงของโรคไต และรับการรักษาอย่างทันท่วงที เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว
ที่มา – อาการ ‘ปวดขมับ ท้ายทอย’ คือสัญญาณเตือน โรคไตจริงหรือไม่ ?