ปัตตานีเดือด อาสาไม้แก่นยิงสู้ 2 โจรใต้ดับ 1 หนี 1

เหตุการณ์ ปัตตานีเดือด อาสาไม้แก่นยิงสู้ 2 โจรใต้ดับ 1 หนี 1 สร้างความสะเทือนใจให้กับประชาชนในพื้นที่ หลังเกิดเหตุยิงปะทะบริเวณถนนภายในหมู่บ้านตะโละ หมู่ 2 ตำบลตะโละไกรทอง อำเภอไม้แก่น จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 โดยเหตุการณ์ครั้งนี้มีสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนเสียชีวิต ขณะที่หนึ่งในผู้ก่อเหตุเสียชีวิตในเวลาต่อมา และผู้ก่อเหตุอีกหนึ่งรายสามารถขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปได้

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุยิงกัน จึงประสานกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่ พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาตำรวจและเจ้าหน้าที่ทหารพราน ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณสวนยางพารา พบศพนายรุสลี อูมา อายุ 54 ปี สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอไม้แก่น ชาวตำบลตะโละไกรทอง นอนเสียชีวิตอยู่ใกล้รถจักรยานยนต์ของตนเอง

ปัตตานีเดือด อาสาไม้แก่นยิงสู้ 2 โจรใต้ดับ 1 หนี 1

จากการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่พบว่าผู้เสียชีวิตสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวลายสีขาวและนุ่งผ้าโสร่ง มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .357 จำนวน 3 นัด ใกล้กันพบปืนพกขนาด 9 มม. ซึ่งเป็นอาวุธประจำกายของนายรุสลี รวมถึงรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ฟีลาโน่ สีเขียว ทะเบียน 1 กว 142 นราธิวาส ล้มอยู่ริมทาง

บริเวณใกล้เคียงกัน เจ้าหน้าที่ยังพบชายต้องสงสัยได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการถูกยิงบริเวณศีรษะ โดยมีอาวุธปืนขนาด .357 ตกอยู่ในจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงเก็บอาวุธไว้ตรวจสอบและเร่งนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลไม้แก่น แต่แพทย์ไม่สามารถช่วยชีวิตไว้ได้ เนื่องจากเสียเลือดมาก ทราบชื่อภายหลังคือ นายมูฮัมหมัดบีลา กามา อายุ 32 ปี

ปัตตานีเดือด อาสาไม้แก่นยิงสู้ 2 โจรใต้ดับ 1 หนี 1 เกิดขึ้นได้อย่างไร

จากการสอบสวนเบื้องต้น ก่อนเกิดเหตุ นายรุสลีขี่รถจักรยานยนต์ตามลำพังเพื่อเดินทางไปละหมาดวันศุกร์ที่มัสยิดในหมู่บ้าน ขณะเดียวกันเขายังปฏิบัติภารกิจหาข่าวและติดตามความเคลื่อนไหวในพื้นที่ หลังได้รับข้อมูลว่าอาจมีกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบเข้ามาเคลื่อนไหวหรือเตรียมก่อเหตุในชุมชน

นายรุสลีเป็นผู้ที่มีความระมัดระวังและเตรียมพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่อยู่เสมอ เมื่อขี่รถมาถึงบริเวณสวนยางพารา มีคนร้าย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ติดตามมา โดยทำทีคล้ายประชาชนทั่วไปที่กำลังเดินทางไปละหมาด จากนั้นคนร้ายสบโอกาสใช้อาวุธปืนยิงใส่นายรุสลี 1 นัด กระสุนถูกบริเวณลำตัวจนรถจักรยานยนต์เสียหลักล้มลง

อย่างไรก็ตาม นายรุสลีได้ชักอาวุธปืนประจำกายออกมายิงตอบโต้ ทำให้เกิดการยิงปะทะกันอย่างรุนแรงในบริเวณสวนยางพารา ผลจากการปะทะทำให้นายรุสลีเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนผู้ก่อเหตุคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ขณะที่ผู้ก่อเหตุอีกคนซึ่งเป็นผู้ขี่รถจักรยานยนต์สามารถเร่งเครื่องหลบหนีไปได้

เจ้าหน้าที่เร่งล่าผู้ก่อเหตุที่หลบหนี

หลังเกิดเหตุ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานีได้สั่งการผ่านวิทยุให้หน่วยกำลังในพื้นที่เพิ่มความระมัดระวัง พร้อมแจ้งเตือนไปยังพื้นที่รอยต่ออำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส ให้ตรวจสอบรถจักรยานยนต์และบุคคลต้องสงสัยทุกเส้นทาง โดยเฉพาะเส้นทางที่คาดว่าผู้ก่อเหตุอาจใช้หลบหนี

เจ้าหน้าที่ยังวางกำลังปิดล้อมและตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายในรัศมีประมาณ 500 เมตรจากจุดเกิดเหตุ เพื่อเร่งติดตามตัวผู้ต้องสงสัย โดยตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ก่อเหตุอาจได้รับความช่วยเหลือจากบุคคลในพื้นที่ในการหลบซ่อนหรือเดินทางออกจากจุดเกิดเหตุ

  • ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่เกี่ยวข้อง
  • รวบรวมปลอกกระสุนและวัตถุพยานในจุดเกิดเหตุ
  • ตรวจสอบอาวุธปืนของผู้เสียชีวิตทางนิติวิทยาศาสตร์
  • ติดตามรถจักรยานยนต์และบุคคลที่มีลักษณะต้องสงสัย
  • ขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการหรือผู้ให้ความช่วยเหลือ

สำหรับแรงจูงใจในการก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ให้น้ำหนักไปที่ประเด็นกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบมุ่งโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังต้องรอผลการสืบสวนสอบสวนและการตรวจพิสูจน์หลักฐานอย่างละเอียด เพื่อยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับกลุ่มใด รวมถึงตรวจสอบว่าผู้ก่อเหตุที่เสียชีวิตเคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุความไม่สงบในพื้นที่มาก่อนหรือไม่

จากการตรวจสอบประวัติเบื้องต้น นายมูฮัมหมัดบีลาเคยผ่านการฝึกด้านการต่อสู้ในประเทศเพื่อนบ้าน และมีข้อมูลเชื่อมโยงกับเหตุสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ เจ้าหน้าที่จะนำข้อมูลดังกล่าวไปประกอบสำนวนคดี พร้อมตรวจสอบอาวุธปืนขนาด .357 ที่พบในจุดเกิดเหตุว่าเคยถูกนำไปใช้ก่อเหตุใดมาก่อนหรือไม่

เหตุ ปัตตานีเดือด อาสาไม้แก่นยิงสู้ 2 โจรใต้ดับ 1 หนี 1 สะท้อนถึงความเสี่ยงของเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ท่ามกลางสถานการณ์ไม่แน่นอน การติดตามผู้ก่อเหตุที่หลบหนี รวมถึงการรวบรวมหลักฐานอย่างรอบคอบ จะเป็นส่วนสำคัญในการคลี่คลายคดีและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่

ประชาชนควรติดตามข้อมูลจากหน่วยงานรัฐอย่างใกล้ชิด และหากพบเห็นบุคคลหรือยานพาหนะต้องสงสัย ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีโดยไม่เข้าไปเผชิญหน้าด้วยตนเอง เพราะความปลอดภัยของชุมชนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย

ที่มา – ปัตตานีเดือด! อาสาไม้แก่น แม้ตัวตายแต่ใจเด็ดยิงสู้ 2 โจรใต้ดับ 1 หนีเตลิด 1

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *